ทางออก

ท้องฟ้าเวลาที่ฝนมันจะตก ฟ้าจะมืดไปตามสภาพอากาศในตอนนั้น ถ้ามองดีๆ เราจะเห็นว่า ท้องฟ้ามืดแค่ไหน ยังไงก็ไม่เท่าห้องใต้ดิน ที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่างลอดผ่านให้มดเดิน นั่นแปลว่า ในท้องฟ้าที่เราคิดว่ามืดมิด ย่อมมีแสงสว่างปรากฎอยู่บ้างหล่ะ แล้วยังไงล่ะ ชีวิตคนเราอยู่ใต้ท้องฟ้า ทางออกที่จะพาเราไปเจอแสงสว่าง มันต้องมีสักทางสิ แต่จะเป็นทางไหนเท่านั้นเอง

ทางนั้นก็ดี ทางนี้ก็ไม่เลว พ่อเคยพูดกับเราอยู่ประโยคนึงตอนที่ได้โกวต้ามาเรียนที่กทม. พ่อบอกว่า “เมื่อมีทางเลือก ก็เลือกซะ อยากเรียนอะไรก็เรียน แต่… เวลาที่มีทางให้เลือกมาก ระวังจะเดินทางผิด” หมายความว่าไง???

ก็หมายความว่า คนที่ไม่มีทางเลือกมากน่ะ โชคดีกว่าเป็นไหนๆ ไงล่ะ โชคดีที่ไม่ต้องคิดอะไรมากมายให้ปวดหัว เหมือนกับว่าทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว เค้าแค่เดินตามเส้นทางนั้นไปก็พอ แต่คนที่มีทางเลือกมาก ต้องมานั่งกดดันว่าเราจะเลือกทางไหนดี ที่จะไม่เสียใจ หรือไม่ให้ใครมาว่าเราเลือกทางผิด คิดแล้ว คิดอีก คิดให้ดี คิดกี่ทีก็ไม่มีใครรู้อนาคตได้อยู่ดี ว่ามันจะหมู่หรือจ่า อนาคตที่ว่าแน่นอน สุดท้าย มันก็คือการคาดเดาเท่านั้นหล่ะ

ถึงแม้ทางที่เลือก อาจไม่ใช่ทางที่ถูก แต่อาจเป็นทางที่ดีที่สุดแล้วก็ได้ เพราะทุกทางมีความเสี่ยงเหมือนกันหมด แต่เมื่อไหร่ที่มีมากกว่า 1 ทาง นั่นหมายความว่า จะเกิดการเปรียบเทียบเพื่อหาทางที่ดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบออกมาแล้ว ย่อมมีทั้งคนดีใจและเสียใจพร้อมกัน เพราะไม่มีใครอยากถูดจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่ดี ทั้งที่จริงๆ แล้ว 1 กับ 2 อาจต่างกันแค่ซ้ายกับขวา แต่อยู่ในระนาบเดียวกัน ไม่มีอะไรดีกว่า แค่เราสะดวก หรือถนัดทางไหนมากกว่าก็เท่านั้น

ชีวิตคนเรามีเหตุให้ต้องเลือกอยู่ตลอดเวลา เลือกที่จะมีความสุข หรือเลือกที่จะเก็บกด เลือกที่จะรัก หรือเลือกที่จะเกลียด หรือ เลือกที่จะปล่อยวาง ทางของใคร ทางของคนนั้น แต่ถ้าอยากร่วมทางด้วยกัน อย่าหันหลังต่างคนต่างเดิน เพราะการเดินไปข้างหน้า ย่อมต้องเจอกับอะไรหลายอย่าง การมีคู่ คอยพยุงและบอกทาง ย่อมดีกว่าการเดินไปคนเดียวแล้วไม่รู้จะเลี้ยวไปทางไหน

รักที่จะอยู่บนทางเดียวกัน ควรเริ่มจากการเปิดประตูให้กันได้เข้าไปศึกษา ว่าทางไหนคือทางที่ดี เพื่อหาทางที่ดีกว่า แล้วไปในทางที่ดีที่สุด

Plejung Solution ทางออก เป็นสิ่งที่เราเลือกได้

 

Post by AIS Blackberry

  • Paullarut Chumnanpeun

    อืม…….จิง