เคยได้เข้าฟังอบรมสินค้าของแอมเวย์ครั้งนึง ประทับใจคำพูดของผู้ประสบความสำเร็จมาก เค้าบอกว่า “ถ้าอยากสำเร็จเป็นผู้นำ เราต้องทำให้ได้อย่างผู้นำ อย่างน้อยก็ต้องคิดให้ใกล้เคียงผู้นำมากที่สุด” การอ่านหนังสือเกี่ยวกับแนวความคิด หรือบทสัมภาษณ์ของผู้ประสบความสำเร็จด้านต่างๆ จะช่วยให้เรามองอะไรได้ขาดและสามารถวางแผนแนวทางแก้ไขได้เป็นอย่างดี วันนี้เลยมีคุณสมบัติของผู้นำจากหนังสือ CEO โลกตะวันออก ฉบับลีลาบริหารสามมิติ ของ อาจารย์ซีอีโอ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ มาฝากกันค่ะ Read More →

อีกหนึ่งบทความน่าสนใจที่เชื่ิอว่า น่าจะมีประโยชน์มากสำหรับการปรับตัวในที่ทำงาน อาจจะดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเนื้องานมาก แต่มันเป็นเรื่องของ “การปรับตัว” ที่ทำให้การทำงานมีความไหลลื่นมากขึ้น และช่วยให้บรรยากาศการทำงานไม่ตึงเครียดค่ะ อ่านแล้วเห็นว่าดี เลยเอามาฝากกันนะ Read More →

คนที่กล่าวได้ว่า เป็นคนที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน มักมีลักษณะนิสัยเฉพาะที่บางคนก็อาจมีครบทุกข้อ แต่บางคนมีเกือบครบละ อีกนิดเดียวก็จะเข้าขั้นมาตราฐานของคนมีประสิทธิภาพแล้ว แต่นิสัยเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ไปทำความเข้าใจกับนิสัยที่ดีทั้ง 7 ประการกันค่ะ Read More →

พนักงานลาออก

เมื่อมีความเสี่ยง ก็หมายความว่ามีโอกาส เพราะฉะนั้น ความไม่ประมาท จะเป็นหนทางการเอาตัวรอด เพื่อเตรียมความพร้อมไม่ให้ทำงานอยู่ดีๆ เก้าอี้หายไปด้วย 10 อันดับของพฤติกรรมที่ไม่เข้าตากรรมการ และอาจถูกไล่ออกได้ Read More →

 

รูปแบบการสื่อสารในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก จากเดิมที่กว่าจะสื่อสารกันได้แต่ละที แทบจะไม่มีช่องทางให้เลือก ต่างกับปัจจุบันที่มี Social Media เข้ามาช่ยให้เราสื่อสารกันได้เร็วยิ่งขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่สำหรับบางองค์กร ยังไม่เปิดใจสำหรับช่องทางการสื่อสารหลายรูปแบบของ Social Media แต่สำหรับบางองค์กร ที่เปิดใจกล้าใช้ Social Media มาสร้างธุรกิจของตัวเอง ซึ่งแน่นอนค่ะว่า เมื่อมีผลดี ย่อมมีผลเสียตามมา ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้และวิธีการที่เลือก

แต่สำหรับบางองค์กรที่เปิดใจให้กับโลกออนไลน์ นั่นไม่ได้หมายความว่า “เปิดโอกาสให้กับการสื่อสาร” หรอกนะ เพราะหลายองค์กรที่เปิดใจใช้ Social Network ต่างๆ มาช่วยติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการแชทผ่าน MSN, GTalk หรือการพูดคุยแบบสั้นๆ ผ่าน Twitter และอื่นๆ อีกมากมาย แต่สุดท้ายยังคงเกิดปัญหามากมาย เป็นเพราะอะไร?

  • ใช้ไม่เป็นหรือใช้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์
  • ใช้เป็น แต่ขาดความรอบคอบในการใช้งาน
  • ขาดการใส่ใจหรืออื่นๆ
Social Media เป็นแค่เครื่องมือช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น เพราะ Social Media ไม่มีชีวิตรือจิตใจเหมือนคน จึงเป็นได้แค่สะพานให้เราข้าไปสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น หรือคล่องตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าการสื่อสารจะเดินหน้าไปไกลแค่ไหน แต่การสื่อสารที่ไม่ถูกช่องทาง ก็คงไม่ต่างอะไรกับการขว้างบอลไม่ข้ามรั้ว สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราต้องการสื่อสาร ก็ยังคงอยูกับเรา ไม่ได้ถูกสื่อออกไปในทางไหนเลย
ลองนึกภาพตามค่ะว่า…
  • A ส่งอีเมล์ ไปให้ B
  • A นั่งรอการตอบกลับของ B อย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่รู้เลยว่า B ได้รับอีเมล์หรือเปล่า
ถ้า B ไม่ได้รับอีเมล์จะเป็นอย่างไร
การสื่อสารจะคล่องตัวมากขึ้น ถ้า A
  • Call
  • Chat
  • SMS
  • Tweet/Post
  • etc…
ไปบอก B ว่า ส่งเมล์ไปให้นะ ให้ลองเช็คอีเมล์ดู
B รับทราบแล้วอ่านรายละเอียด และติดต่อกลับในข้อมูลที่ต้องการเพิ่มเติม
ไม่ว่าการสื่อสารช่องทางไหน ก็สามารถทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ทุกช่องทาง ดังนั้น “การตรวจสอบข้อมูล (Recheck)” จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเทคโนโลยี มีไว้ให้เลือกใช้ ไม่ได้มีไว้ให้ฝากความหวัง เพราะฉะนั้น การสื่อสาร ไม่ใช่เรื่องของการคิดเอง หากความเข้าใจของแต่ละฝ่ายไม่ตรงกัน ยังพอแก้ไขได้ แต่ถ้าสื่อสารออกไปแล้วไม่ถึงเป้าหมาย นั่นหมายความว่า การสื่อสารนั้น “ล้มเหลว”

สถานการณ์จริง อาจไม่เหมือนในบทความ

แต่การประยุกต์ใช้ ทำได้จริงกับทุกคนนะคะ

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม เห็นเงาของเมฆหรือเปล่า ทะเลสีครามที่ทอดยาว………((เติมคำในช่องว่างตามสะดวก))

เห็นท้องฟ้าในภาพแล้วรู้สึกยังไง ภาพนี้สื่อสารอะไรออกมาได้บ้าง เชื่อว่าคำตอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะมีคนบอกว่า ภาพนี้ดูน่ากลัวจัง ในขณะที่อีกคนข้างๆ กันบอกว่า ภาพสวยดีออกนะ แปลกดี อืม… แล้วแต่คนมอง แล้วแต่คนชอบ แล้วแต่คนเราจะจินตนาการกันต่อไป อยากรู้มั๊ยว่า เปิ้ลจังรู้สึกยังไงกับภาพนี้ ลองเดาค่ะ!! ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก

หมดเวลาการคิดแล้วค่ะ มาดูเฉลยกันดีกว่า

เปิ้ลจังมองภาพนี้ด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่า ภาพนี้สวยแบบมีเอกลักษณ์ดีนะ ท้องฟ้าใส แต่ไม่สว่าง ความมืดที่เห็น มีความสว่างและความคมชัดของภาพซ่อนอยู่ เหมือนสถานการณ์ที่คลุมเครือ ไม่ขาวสะอาดซะทีเดียว แต่ก็มีความชัดเจนในตัวของมันเอง สภาวะแวดล้อมและเวลาในตอนนั้นต่างหากล่ะ ที่ทำให้ท้องฟ้าในภาพนี้เป็นสีเทา แล้วแต่คนจะมองและจินตนาการกันไปนะ

สายตาใคร สายตามันหล่ะนะ การมองภาพเดียวกัน แต่คนละด้านเท่านั้นเอง แต่จุดที่มองมามันต่างกัน อารมณ์ความรู้สึกที่ได้ ก็จะต่างกันไปด้วย เพราะเราใช้สายตาเพื่อมองรายละเอียด ใช้อารมณ์ความรู้สึกในการประมวลผลออกมา ซึ่งสามารถบอกได้ว่า เราเป็นคนอย่างไร แต่จะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราแล้วหล่ะ

การมองภาพจึงมี 2 ด้าน คือ เบื้องหน้า และ เบื้องหลัง

การมองภาพเบื้องหน้าที่สำเร็จแล้ว เราจะเห็นแค่ภาพที่เป็นผลลัพธ์ของการกระทำ บ้างก็สวยหรู บ้างก็ดูแย่ แต่ที่แน่ๆ นะ ถ้ามันขัดหูขัดตาเราเมื่อไหร่ เราจะติเตียนไปต่างๆ นาๆ เหมือนภาพนี้ บ้างก็ว่ามืดไป ทำไม่ไม่เปิดแฟลช โดยที่ไม่รู้ว่า ต่อให้เปิดแฟลชหรือเพิ่มสปอตไลท์ก็ไม่ช่วยให้ภาพสว่างขึ้นได้เลย เพราะถ้าแสงแฟลชสว่างได้ไกลถึงท้องฟ้า คนที่อยู่ใกล้ๆ คงตาบอดตายเพราะแสงสะท้อนจากแฟลชไปแล้วหล่ะ

แต่ถ้าคนถ่ายรูปเป็น ก็อาจจะให้ความเห็นว่า ภาพนี้แสงสวยนะ แต่ทำไมถ่ายย้อนแสงล่ะ ไม่ลองขยับซ้าย ขยับขวา ลองเปลี่ยนอุปกณ์ ลองทำโน่น ลองทำนี่ และลองอื่นๆ อีกมากมาย ก็ว่ากันไป 3 วัน ร่ายกันไม่จบ นั่นก็เป็นอีกมุมมองนึง ที่ว่ากันไปต่างๆนาๆ

สำหรับเปิ้ลจังในฐานะของคนสร้างภาพถ่าย นี้ขึ้นมา ย่อมรู้และให้คำตอบกับหลายคำถามได้ว่า ที่ต้องถ่ายย้อนแสง เพราะกำลังติดอยู่ในรถบนท้องถนนอันกว้างใหญ่ จะให้ขยับ เขยิบ อะไรมากมันทำไม่ได้อ่ะสิ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ กับภาพรวมที่ได้ บางครั้งอาจต้องแลกมากับการเสียบางอย่างไป แต่มันก็ยากที่จะเข้าใจ ถ้าเราไม่ได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ตอนนั้น

 

การมองอะไรก็ตาม อย่ามองแค่ภาพความสำเร็จ

เพราะยังมีอีกหลายอย่างให้เราเรียนรู้เพื่อก้าวต่อไปมองเห็นภาพใหม่ๆ ทีใหญ่กว่าเดิม

บางภาพ อาจไม่สมบูรณ์ที่สุดในภาพลักษณะเดียวกัน

แต่นั่น

อาจเป็นภาพที่ดีที่สุดสำหรับคนถ่ายภาพนั้นแล้วก็ได้

ถ้ามองให้ลึกลงไป เราอาจจะเห็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ในภาพเดียวกัน

Post by AIS Blackberry

หนึ่งปีผ่านไป แก่ไวเหมือนโกหก เฮ้อ… เมื่อปีที่แล้วเรายัง ขาว ใส ไร้สิว หุ่นดี ไม่มีแฟน แล้วทำไมปีนี้ เขียวลากไส้ ไร้คู่ได้ขนาดนี้ โถ โถ โถ ทำงานตั้งมากมาย เอาเงินไปจ่ายหนี้อย่างเดียว

เดือน 7 ของทุกปี เป็นเดือนที่เหมือนๆ กันทุกปี ต่างจากปีนี้ ที่มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาไม่ขาดสาย เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนเราเริ่มต้นงานใหม่ เงินเดือนที่มากขึ้น ความรับผิดชอบที่สูงตาม จากที่เคยมีหัวหน้าคอยเป็น Back up ให้อุ่นใจ ก็กลายเป็นเราต้องทำหน้าที่นั้นให้น้องๆ รุ่นใหม่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเรา ถือเป็นความท้าทายที่ก้าวขึ้นไปพร้อมกับวัยที่มากขึ้น

แถมเดือนนี้ เปิ้ลจังมีเล่มทะเบียนรถเป็นของตัวเองแล้ว โย่ว โย่ว รถป้ายแดงคันแรกของเปิ้ลจัง หมดภาระสักทีนะ เหนื่อยมา 4 ปี ตอนนี้ผ่อนหมดแระ ดีใจมากมาย ก็เปิ้ลจังเป็นลูกคนเดียวในบ้านที่ซื้อรถเอง ดูเอง จองเอง ดาวน์เอง และผ่อนเองคนเดียว เหนื่อยเป็นบ้า ไหนจะค่าห้อง ค่าน้ำมัน ค่าของใช้ ค่ากินอยู่ ยังไม่รวมค่าช๊อปปิ้ง กิน เที่ยว และ Gadget ปัจจัยที่ 5 อีกล่ะ ลองคำนวนสิ ว่าเปิ้ลจังต้องหาเงินให้ได้เดือนเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัยจากโรคหนี้สินกินสมอง เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยจริง จริ๊ง

แล้วปีนี้นะหมอฟันบอกว่า… เราจะได้ถอดเหล็กดัดฟันแล้ว เย้ ใส่เหล็กมานานกับความสับสนวุ่นวาย… เมื่อปีที่แล้วหมอฟันก็บอกเราอย่างนี้หล่ะ บัดนี้ข้ามปีมาแล้ว คุณหมอจะหลอกเราอีกมั๊ยนะ นับถอยหลัง ตั้งตารอต่อไป

สิ่งไหนดี… ก็เก็บไว้เป็นกำลังใจให้ตัวเอง สิ่งไหนทำร้ายจิตใจให้รู้สึกแย่ ก็แค่แบมือให้มันหล่นลงไป อย่ากำมันไว้ก็พอ

เรื่องดีๆ มีผ่านเข้ามาในชีวิตทุกวันหล่ะ ไม่มากก็น้อย สลับกันไปกับความทุกข์ ที่ผ่านเข้ามาให้เราได้เรียนรู้ ที่จะใช้ชีวิตที่มีอยู่ ให้มีความสุขอย่างที่ต้องการ

คราวขึ้นอยู่กับคุณแล้วหล่ะ ว่าอ่านแล้วจะแค่ *คิด หรือจะ ลงมือทำ*

23 กรกฏาคม อย่าลืม Happy Birthday ให้เปิ้ลจังด้วยนะคะ ^^

image

ไม่มีอะไรในกอไผ่ค่ะ เอาฮา มีป้ายห้ามให้อาหารเปิ้ลจังด้วยนะคะ ไว้เอามาให้ดูค่ะ ขำ ขำ

การทำงานที่เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส คือการทำงานที่ไม่หยุดพักและปล่อยวาง การหาเวลาว่างให้กับตัวเองครั้งละ 2-3 นาที ก็จะช่วยลดความเครียดได้นะ อย่างน้อยก็ได้หยุดพักสมองหละนะ

เคยมีคนพูดกับเปิ้ลจังว่า เปิ้ลนี่ดูเด็กๆเนอะ การพูด การเล่น «« ฟังแล้วแหม่งๆเนอะ แต่คนพูดเค้าบอกว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกล เค้าหมายถึงว่า อาการขี้อ้อน ขี้เล่น เอาใจคนข้างๆ (ค่อยยิ้มได้หน่อย)

พอฟังอย่างนี้แล้ว เปิ้ลจังก็เลยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแหลมๆ ทุ้มๆอยู่ในแก้มป่องๆว่า “ก็ทำงานมาก็เหนื่อยแล้ว เลิกงานก็ไม่อยากให้เครียด ดีกว่าเอาเรื่องเครียดๆมาคุยกัน สมองไม่ได้พักพอดี”

เก็บไปคิดกันนะคะ หลายคนที่ประสบภัยงานท่วม ความเครียด เอาวางลงไว้ที่ทำงาน กลับบ้าน ทำตัวเป็นเด็กบ้างก็ได้ เพราะสมองของเด็ก คิดอะไรได้ไม่เท่าผู้ใหญ่ แต่สมองเด็กมักจะคิดไว อ่านไว แต่ผู้ใหญ่มักจะ คิดไม่ออก

การทำงาน ควรมีทั้งความเป็นเด็กและเป็นผู้ใหญ่ แต่ต้องเลือกใช้ให้ถูกเวลา เมื่อไหร่ที่เด็กทำผิด ผู้ใหญ่จะให้อภัยและเอ็นดูเวลาที่เราขอแก้ตัว เมื่อเราทำได้ ผู้ใหญ่ก็ชื่นชมว่า เด็กคนนี้ทำได้ดี มีความพยายาม

นี่หละ เหตุผลของคนติงต๊องอย่างเรา (^o^)/

The Nation’s new media “NForum” จัดงานเสวนาในหัวข้อ “Mobile Working Trends” วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2554 ณ โรงแรมสยามซิตี้ งานนี้ เราได้รับเสียงกระซิบมาจากพี่สาวใจดี @Lekasina ว่าสนใจมาฟังมั๊ย  เราก็ไม่รีรอนะ เข้าไปดูรายละเอียดของงาน

วิทยากรแต่ละท่าน น่าสนใจมากค่ะ

@marisanun

Khun Marisa Sukosol Nunbhakdi

Executive Vice President – Siam Hotels & Resorts

@nuttaputch

Nuttaputch Wongreanthong

Project Manager – Strategic Innovation Business @ RS Public Company

@molek

Chakard Chalayut

Digital media Specialists @ Thoth media Co., Ltd.

@TonAwe
Pornthip Kongchun

Google Southeast Asia’s marketing manager for Thailand

ผู้ดำเนินการเสวนาในครั้งนี้ก็รู้จักกันดีอยู่แล้วนะ สาระคับคั่งแน่นอน

@vow_vow
Vowpailin Chovichien

Second Secretary, Ministry of Foreign Affairs

@kafaak
Kongdej Keesukpan

Blogger IT Gadget & Lifestyle

http://kafaak.wordpress.com/

ต้องบอกก่อนว่า คติอย่างนึงของเปิ้ลจังคือ

“ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ต้องหาความรู้”

เพราะฉะนั้น ตื่นมาเราก็รีบไปที่งาน สิ่งแรกที่ประทับใจคือ การลงทะเบียนเข้างานที่ใช้ QR Code สำหรับลงทะเบียนในงานผ่าน Google Doc สะดวกสบายดีนะคะ ดีกว่าเราเอาคอมพิวเตอร์มาตั้ง หรือว่าถือ iPad มายืนดักให้คนลงทะเบียนอีกค่ะ  แต่อย่าลืมนะคะ QR Code เข้าถึงคนได้แค่บางกลุ่ม เพราะวิธีการทำงานของมันคือ

QR Code เป็นการเข้าไปที่เว็บไซด์แบบไม่ต้องพิมพ์ url

URL ของแบบฟอร์มการลงทะเบียน ก็เหมือนการกรอกข้อมูลด้วยการพิมพ์แทนการเขียน

วิธีนี้ นอกจะประหยัดกระดาษช่วยโลกได้แล้ว ยังทำให้เรามี database ในระบบโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปคีย์ข้อมูลเองด้วยนะคะ แต่วิธีนี้ใช้ได้กับคนที่เข้าถึงเทคโนโลยีแล้วเท่านั้น ใครจะนำไปใช้ ควรมีแผยสอง สาม สำรองไว้ให้ครบทุกกลุ่มเป้าหมายนะคะ

อย่างที่สองที่ประทับใจมากคือ ของหวานค่ะ เป็น Gimmick อย่างนึงที่ส่วนตัวคิดว่า เป็น Share of voice ที่สามารถสร้าง Awareness ให้คนจำชื่องานได้ดีนะ ไม่เชื่อลองดูภาพสิ ขนมธรรมดาที่หน้าตาไม่เหมือนใคร ตกแต่งหน้าตาเป็นสัญลักษณ์ของงาน และ Social Network ที่หลายคนเห็นแล้วร้อง ว๊าวววววว!!! อดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพและแชร์ต่อ ((ขอเมาท์เถอะค่ะ งานนี้ฟรีแต่มีของกินเพียบเรย น่าหิ้วกลับบ้านมาก!)) บรรยากาศในงานก็น่ารักค่ะ ชิล ชิล นั่งกินขนมในสวน เหมือนมาปิคนิกยังไงไม่รู้

พอเริ่มเข้าห้องเสวนาเท่านั้นหล่ะ ใครเป็นใครไม่หรอก ต่างคนต่างก้มหน้าแบบ ตาดูอุปกรณ์สื่อสาร (Device) ของตัวเอง ทวิต ทวิต ทวิต แต่หูก็ฟังนะ เราได้ว่า ใช้อวัยวะในการรับรู้อย่างมากค่ะ

เนื้อหาภายในงาน ไม่ขอพูดอะไรมากดีกว่า เพราะเชื่อว่าหลายคนคงได้ตามอ่านจาก #NForum กันมาแล้ว เลยอยากนำเสนอในส่วนที่แตกต่าง นั่นคือข้อคิดและมุมมองที่หลากหลายของวิทยากรแต่ละท่าน และเรามาทาง Marketing มุมมองเราก็อาจจะไม่มีความรู้มากพอเท่าไหร่ แต่จะลองทบทวนความรู้ในแบบของตัวเองให้เพื่อนลองอ่านกันดูนะคะ

Mobile Working Trends คือ การทำงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารแบบพกพา กำลังเป็นที่นิยมของคนทำงานในปัจจุบัน ในเมื่อเวลาก็จำกัดไปด้วยการดินทางค่อนข้างมาก เพื่อความคล่องตัวและการแสดงศักยภาพของการทำงานบนโลกออนไลน์ นอกจาก Notebook ที่มี  Tablet, Smartphone หรือแม้กระทั่ง Mobile phone ที่เราใช้อยู่ สามารถช่วยเราทำงานนอกสถานที่ได้มากขึ้น Anytime Anywhere  Any Devices เช่นการส่งอีเมล์จากโทรศัพท์มือถือ ก็เรียกว่าเป็น Mobile Working Trends ที่หลายคนเริ่มใช้กันมากขึ้น  จะดีแค่ไหน ถ้าเราเปลี่ยนเวลาเดินทาง (Commuting time) มาเป็นเวลาทำงาน คงได้ผลงานดีๆ ออกมาอีกเยอะเลย

http://bit.ly/kzkGld

สถิติของการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ไปกับการเดินทางของหลายประเทศ ทำให้เรารู้ว่า Mobile Working Trends เป็นเรื่องที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเรา ให้มีความสุขกับการทำงานมากขึ้น ความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียต่างๆ (Creativity) จะสามาถถ่ายทอดออกมาได้ทุกที่ ด้วยการฝากข้อมูลผ่านระบบผ่านระบบ  Cloud Computing

 

Cloud Computing คือ ระบบดูและและจัดสรรข้อมูลตามความต้องการของผู้ใช้ ผ่านระบบอิจเตอร์เน็ต โดยมีผู้ให้ริการ (Third Party) เป็นผู้ดูแลในด้านระบบให้เพียงพอกับความต้องการผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสนใจเลยว่าระบบหลังบ้านทำงานอย่างไร ข้อมูล (resource) จัดเก็บที่ไหน แค่บอกว่า คุณต้องการ (requirement) ใช้งานอะไรบ้างก็พอแล้วค่ะ บริการ (service) ที่เราจะได้ จะช่วยให้เราสะดวกสบาย สามารถดึงข้อมูลจากที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ก็ทำได้ง่ายๆเลยค่ะ ช่วยลดปัญหาเรื่องการดูแลไปได้เยอะ

แต่องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่วางใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ในขณะที่ผู้ใช้งาน หรือผู้บริโภคที่ได้ลองใช้บริการจะรู้สึกว่า แม่จ้าว นี่มันปฎิบัติการเหนือเมฆจริงๆ ในหลายองค์กรที่มีสาขาหลายแห่ง จะนิยมระบบนี้ค่ะ เพราะสามารถอัพเดทข้อมูลในระบบได้แบบ Real Time ทำให้การทำงานมีความคล่องตัว และบริการลูกค้าได้อย่างประทับใจ เทคโนโลยี มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ก่อนใช้งาน ควรศึกษาและเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเทคโนโลยีจะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายเราแน่นอนค่ะ

@TonAwe ให้ข้อคิดไว้น่าสนใจมากค่ะ Google สอนให้พนักงานเลือก… เลือกเวลาที่จะทำงานได้เอง การตามงานในวันหยุด ถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาท เพราะมันคือเวลาส่วนตัว นั่นสินะ ทำไมเราต้องตามงานกันในวันหยุด เวลาพักผ่อนไม่ใช่หรอ???

@Ripmilla ฝากไว้ในห้องสัมมนาว่า วันนี้ เราใส่รหัสให้กับ Device ของตัวเองหรือยัง นั่นสินะ เรามัวแต่ห่วงความปลอดภัยข้อมูลของระบบ แต่เราลืมไปหรือเปล่าว่า สนุษย์ เป็นผูล้วงความลับจากระบบ เราควรป้องกันจากสิ่งใกล้ตัว ก่อนที่จะกลัวอนาคตที่จะมาถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้

วิทยากรหลายท่าน ให้ความรู้และข้อคิดต่างๆ มากมาย เกี่ยวกับการทำงานแบบ Mobile Working Trends ซึ่งของแบบนี้ บอกได้เลยว่า มีทั้งข้อดีและข้อเสียค่ะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะคะ ว่าจะเจอข้อดีมากแค่ไหน หรือบางคนอาจจะไม่รู้สึกว่ามันดีเลยก็ได้ อันนี้ก็อยากให้ลองถามตัวเองสักนิดก่อนว่า “วันนี้ คุณได้ใช้เทคโนโลยีทำงานอย่างถูกต้องแล้วหรือยัง” เพราะเปิ้ลจังก็เป็นคนนึงค่ะ ที่ใช้ Mobile Working อย่างผิดวิธี ทำให้การจัดระเบียบของชีวิตเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก แต่ยอมรับว่า ช่วยให้ชีวิตการทำงานของเปิ้ล ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น ลดอาการปวดหัวแบบ จุ๊บุ จุ๊บุ ได้เยอะเลยค่ะ

จากเดิมที่ต้องฝ่าฟันรถติดวิ่งเข้าออฟฟิศเพื่อส่งเมล์บ้าง พิมพ์เอกสารบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ การตั้งรับ E-mail บนมือถือ ทำให้เปิ้ลสามารถทราบทั้งข่าวดี ข่าวร้าย ได้แบบ Real Time สื่อสารกันได้รวดเร็วและไม่ขี้เกียจที่จะเช็คเมล์เพราะต้องเปิดคอมพิวเตอร์ ของใกล้ตัวแบบนี้ ลองไปตั้งค่าในตัวเครื่องกันดูนะคะ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้ดีทีเดียว แต่การทำงานแบบนี้ อาจทำให้หลายคนเสียนิสัย จนบางครั้ง ปล่อยให้เวลาทำงานปนกับเวลาส่วนตัว เลยเป็นที่มาของคำว่า Disconnect to connect

การทำงานแบบ Real Time ก็ไมจำเป็นว่าจะต้องส่งให้ลูกค้าหรือทีมแบบ Real Time ในทุกครั้งไปนะคะ เพราะเมื่อไหร่ที่เมล์เรื่องงานเข้ามาในช่วงเวลาแห่งความสุข มันจะบั่นทอนช่วงเวลาเหล่านั้นไปค่ะ แต่ถ้าเป็นกรณีฉุกเฉินล่ะ ก่อนส่งต้องคิดก่อนนะคะว่า เป็นเรื่องด่วนที่สมควรยืดหยุ่นแล้วจรองๆ หรือไม่ ไม่ใช่ด่วนเพราะหัวใจเราสั่งมานะคะ ไม่อย่างนั้น จะเป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวของผู้รับ และเราก็จะไม่สามารถควบคุมการทำงานได้อย่างเป็นระบบค่ะ ใจเค้าใจเรา ลองร่างอีเมล์แล้วเซฟเป็นดราฟไว้ค่ะ ตื่นเช้ามา ได้เวลางานเมื่อไหร่ กด Send คลิกเดียว แค่นี้ก็สื่อสารกับทีมงานได้ทันใจเหมือนกันนะคะ

แต่ถ้าใครซวยหน่อย ลูกคาสั่งงานกระปริบกระปรอย ลองจัดระเบียบของตัวเองให้คุณลูกค้า VIP ดูเป็นตัวอย่างสิคะ รับทราบในข้อมูล Feedback ในเวลางานก่อนที่จะโดนทวงถาม การรับทราบข้อมูลและชี้แจงให้ชัดเจน จะช่วยให้การประสานงานของเรา ไม่กระทบกันคนในองค์กร และไม่ต้องทำงานกันตลอดเวลาด้วยค่ะ

การทำงานที่ดี ไม่ใช่แค่ทำงานให้ถูกต้องหรือส่งตรงเวลาเท่านั้น

แต่ต้องมาพร้อมกับการจัดสรรเวลาที่พอดี

เลือกช่วงเวลาที่จะทำงานข้างนอก

เลือกช่วงเวลาที่จะทำงานในออฟฟิศ

และเลือกใช้ชีวิตที่เราเลือกได้ค่ะ

 

 

ขอขอบคุณ พี่เล็ก @Lekasina ที่ชวนไปงานดีๆแบบนี้

ขอบคุณ The Nation ที่จัดงานดีๆ ให้พวกเราได้เห็นความแตกตางในแต่ละด้าน

ขอบคุณ thumbsup ที่ให้ยืมรูปภาพ (ยังไม่ได้ขอเลย)

ขอบคุณวิทยากรทุกท่านค่ะ ที่ให้ความรู้และข้อคิด รับรองว่า จะเอาไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์แน่นอนค่ะ