สถิติการเข้าชมเว็บ (Traffic) เป็นสิ่งสำคัญของการทำการตลาดเว็บไซด์ (Web Marketing) แต่สำหรับเปิ้ลจังใน Solution นี้ ขอพูดถึงพฤติการแหล่งที่มาของผู้เข้าชมเว็บ (Traffic Referrers Site) เพราะตัวเลขของผู้เข้าชมหน้าเว็บเป็นมาตราฐานของการทำการตลาดเว็บ มันยังไม่ใช่ Social Media Solution ที่เปิ้ลจะนำมาวางแผนการตลาดให้กับลูกค้าค่ะ เพราะพฤติกรรมแหล่งที่มาของผู้เข้าชมเว็บจะสามารถบอกได้ว่าเนื้อหา (Content) แต่ละประเภท เราควรนำไปโปรโมทช่องทางไหน ที่จะได้ผลตอบรับตามเป้าหมาย (KPI) ที่เราตั้งไว้มากที่สุด

จากการทดลองเก็บสถิติที่เป็นมาตราฐานของระบบปลั๊กอินที่ลงไว้บนเว็บ สามารถยืนยันความคิดที่เพิ่งคุยกับ อ.ศุภเดช พิธีกรรายการแบไต๋ ไฮเทค @ripmilla ว่าด้วยเรื่องของความน่าเบื่อบน Google+ ที่หลายคนก็บ่นให้ได้ยินว่า เปิดมาเจอแต่…

 

อาหารตาของหลายๆ คน อาจเป็นผลให้ชนีอีกหลายตัวอย่างเปิ้ลจังหมั่นไส้บุคคลในภาพได้ ด้วยจำนวนคนเล่นที่สูงของทั่วโลก แต่น้อยสำหรับคนไทย จึงทำให้กลุ่มคนเล่นหน้าเดิมๆ จำใจต้องบริโภคเนื้อหาเดียวกันซ้ำๆ หลายรอบ จาก Google+ แต่ถ้าจะมองแต่ด้านลบก็คงไม่ใช่พฤติกรรมของนักการตลาดที่ดี ในฐานะที่ อ.ศุภเดช อยู่ในแวดวงของเทคโนโลยีมานาน จึงมีความรู้เพียงพอด้าน Social Media เลยแบ่งปันความคิดเห็นออกมาว่า ข้อดีของ Google+ ตอนนี้คือ เนื้อหาเดิมๆ กับคนเล่นน้อยๆ โอกาสที่คนเหล่านั้นจะเห็นและอ่านเนื้อหาของเราจะมีสูงกว่าเว็บอื่นๆ ที่มีคนเล่นเยอะ

เมื่อมีเหตุมันต้องมีผลค่ะ เสน่ห์อย่างนึงของการตลาดออนไลน์คือ “สามารถวัดผลได้เป็นตัวเลข” ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมช่วงนี้เปิ้ลจังอัพเดทเนื้อหาและโพสต์ไปทุกที่ เพื่อต้องการคำตอบนี้ค่ะ

ยอดการคลิกเข้าชมเว็บจาก Google+ สูงมาเป็นอันดับ 1 แน่นอนว่า ทฤษฎีที่เปิ้ลจังคุยกับ อ.ศุภเดช เป็นน้ำหนักมากพอให้นักการตลาดเก็บไปคิดว่า เราจะเลือกใช้ข้อดีและข้อเสียของ Social Media นี้ได้อย่างไร

นักการตลาดคนไหนเก็บสถิติมากเท่าไหร่ การวิเคราะห์ข้อมูลจะแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของ “การนำไปใช้ต่อ”

อย่าลืมนะคะ “Content ดี แต่ไม่มีคนอ่าน ก็เหมือนการสร้างบ้านแล้วไม่มีคนอยู่”

 

resource: Jetpack/Site Stats