วันนี้มีอะไรแปลกๆ น่าสนใจมาฝากกันฮะ แต่… บางคนอาจจะรู้จักแล้ว แต่บางคนอาจจะบ้านอยู่หลังเขาเหมือนเรา เพราะวันนี้เราได้รู้จักกับ Space Emergency Blanket ภาษาบ้านๆ ก็ “ผ้าห่มฉุกเฉิน” แต่บางคนก็เรียกมันว่า “ผ้าห่มอวกาศ” หล่ะ เพราะมันมีที่มาที่ไปมาจากองค์การนาซ่า (NASA) ผู้พัฒนาและผลิตออกมาครั้งแรกในปี 1964 เพื่อใช้ในภารกิจบนยานอวกาศอะพอลโล่ โดยใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแต่งกายนักบินเพื่อให้อุณหภูมิคงที่ ซึ่งทำจากพลาสติกแบบบางเคลือบฟิมล์อลูมิเนียม ซึ่งเป็นฉนวนกันรังสี ป้องกันการสูญเสียความร้อนในร่างกายได้ดี แล้วยังดัดแปลงเป็นผ้าปูนอนได้ด้วยนะ ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พับเก็บง่าย สะดวกสบายในการพกพา

ประโยชน์หลักๆ ของเจ้า ผ้าห่มฉุกเฉิน Space Emergency Blanket

  • ให้ความอบอุ่น: ด้วยเทคโนโลยี thermal ทำให้สามารถเก็บความร้อนที่ออกมาจากร่างกายได้ถึง 80% เวลาที่เราหนาวหรือเป็นไข้ก็ควักออกมาห่มตัว หัว ไหล่ ตูด ปูนอนได้แบบไม่ต้องคิดมาก เวลาพม่าบุก ส้วมซึมเศร้าแค่ไหนก็เข้าไปก่อนเถอะ ดีกว่าเลอะเทอะกางเกงนะ
  • ใช้ทำที่พักชั่วคราว: สามารถนำมาใช้กางเป็นหลังคาเต็นท์หรือที่พักแบบชั่วคราว อลูมิเนียมที่ใช้เคลือบนี่หล่ะ จะช่วยสะท้อนความร้อนไม่ให้ส่องลงมาในเต็นท์ได้ ทำให้อากาศภายในเต็นท์ไม่ร้อนจนเกินไป ในกรณีที่อากาศหนาว มันก็จะช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายด้วยนะ
  • กันน้ำ: ใช้คลุมหัว ไหล่ ตูดเป็นเสื้อกันฝนได้ กางเป็นหลังคาเพื่อหลบฝนได้ เพราะมีคุณสมบัติกันน้ำ สามารถเอาไปประยุกต์ใช้เป็นอ่างเก็บน้ำแบบมินิในยามฉุกเฉินได้
  • ใช้ส่งสัญญานขอความช่วยเหลือ: อลูมิเนียมที่เคลือบไว้ มีคุณสมบัติในการสะท้อนแสง จึงสามารถใช้ส่งสัญญานขอความช่วยเหลือได้ด้วยการหงายผ้าและสบัดไปมาให้กระทบกับแสง

มันแปลกดีอ่ะ ไอเดียดี ครั้งแรกที่เห็นแอบตกใจว่า ผ้าห่มอะไร ยังกะถุงขี้!!! แต่เค้าบอกว่ามันเป็นผ้าที่มีคุณสมบัติให้ความอบอุ่น เราก็แอบนึกไปถึงพวกถุงร้อนที่ใช้ประคบมนุษย์เมนส์ซะอีก แล้วทำไมต้องทำสีนี้ฟระ ทำไมไม่มีลายคิตตี้ อาราเร่ไรงี้ล่ะ อยากได้มาพกติดตัวบ้าง (เด็กขาดความอบอุ่น) จนความอยากรู้มันกระแทกหัว กระแทกมือให้ลอง search Google ดูสิ มันเป็นยังไง แล้วก็ได้คำตอบอย่างที่เห็นหล่ะ

ผ้าห่มฉุกเฉิน Space Emergency Blanket ไม่ได้มีสารอะไรที่จะให้ร่างกายเราอบอุ่นได้เลย แต่เป็นเพราะคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ผลิต ร่วมกับเทคโนโลยีเล็กน้อย ก็สามารถใช้งานได้ดีในยามฉุกเฉินละ ชอบหลักการเค้านะ ลองนึกให้ดีว่า ผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่ใช้หลักการนี้…. ติ๊กต่อก ร่มไงจ๊ะ ที่เค้าบอกว่าร่มคันนี้ มีกัน UV นั่นหล่ะ หลักการเดียวกัน ต่างกันก็คงจะเป็นที่วัสดุและเทคโนโลยีการผลิต ไอ้พวกที่บังแดดรถที่เราเห็นว่ามันเหมือนฟอยด์เงาๆ นั่นก็หลักการเดียวกัน ราคาผ้าห่มมันก็เลยไม่ได้แพงอย่างที่คิด ลองทายดูสิว่า ราคาเท่าไหร่!!!

รายละเอียด ผ้าห่มฉุกเฉิน Space Emergency Blanket

  • ขนาด 56 x 84 นิ้ว
  • น้ำหนัก 85 กรัม
  • มาในถุงกันน้ำเพื่อความสะดวก พับเก็บใส่ถุงเมื่อใช้เสร็จแล้ว
  • เหมาะสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือ ไว้สำหรับใส่ชุดฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง
  • สามารถใช้ได้ประมาณ 2-3 ครั้ง เท่านั้น (Emergency)
  • เหมาะสำหรับใช้ปฐมพยาบาลผู้ป่วย
  • ได้รับการพัฒนาโดย องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NASA)

ราคา: 250 บาท


ตอนแรกก็นึกว่าเป็นพัน โธ่เอ๊ย ยัยโก๊ะจังนี่มันน่าเขกกะโหลกจริงๆ เรียนออกแบบผลิตภัณฑ์มาซะเปล่า –” ใครสนใจก็ไปดูได้ที่ร้าน GedgeTrend นะจ๊ะ เพราะเท่าที่เดินดูและพยายามแกะเล่นแล้วเนี่ย เราชอบนะ สำหรับการเดินทาง มันมี Gadget เจ๋งๆ ที่จะช่วยให้กระเป๋าเราเล็กลง เบาลง และขากลับเรายัดของลงไปได้เยอะขึ้นด้วย ไม่เชื่อก็ดูเองนะ

เราชอบ Gadget ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ที่มีดีไซน์แปลก ใช้งานได้จริง ราคาเป็นสิ่งที่… ขอปั๊มเงินก่อน ใครชอบ Gadget เหมือนกัน ตามมาคุยกะเค้าได้นะ เตรียมเงินมาเยอะๆ ด้วยล่ะ GadgeTrend กินตังค์เราไปเยอะเลย ฮือๆ ได้ของกลับบ้านทุกวัน!!!

 

 

Social media ไม่ได้มีประโยชน์แค่กับธุรกิจ แต่ในภาวะฉุกเฉิน Social Media ถือเป็นอีกช่องทางที่อาจช่วยให้เราเอาตัวรอดได้จากสถานการณ์นั้นๆ ขึ้นอยู่กับว่า เรารู้จักใช้สิ่งที่มีอยู่ในมากแค่ไหน พูดง่ายๆ ว่า Social Media อาจทำให้คนถูกหวย รวยเป็นร้อยล้าน แต่ก็อาจทำให้ถูกหวยกินหมดตัวได้ในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการประมวลผล และความเชื่อส่วนตัว แต่ก่อนเราที่เราจะถูกหวย((แดรก)) เราก็ต้องมาเรียนรู้ก่นว่า หวยมีกี่ประเภท เหมือนๆกับที่เราควรรู้ว่า Social Media แต่ละประเภท ใช้งานยังไงให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เช่น

  • Twitter สื่อสารได้รวดเร็วกับกลุ่มคนจำนวนมาก ((รู้จักไม่รู้จัก็ว่ากันอีกเรื่องนะ)) พร้อมที่จะเป็นพื้นที่ของการก่อดราม่าได้ตลอดเวลา
  • Facebook กลุ่มผู้ใช้เป็นใคร เรารู้กันดีอยู่ เพราะบางคนก็เลือก add แต่สาวๆ สุดท้ายก็ทำได้แค่นั่งลบแท็ก

และอื่นๆอีกมากมาย หรือแม้กระทั่ง Google+ ที่มีแต่หน้าซ้ำๆ ซึ่ง Social Media ที่เราเสพสื่อกันอยู่ทุกวันนี้ ในภาวะฉุกเฉิน เราควรตั้งสติแล้วถามตัวเองว่า

  • ต้องการความช่วยเหลือจากใคร << เพื่อที่เราจะไปสื่อสารที่ช่องทางนั้น สมมุติว่า ต้องการขอความช่วยเหลือจากเปิ้ลจัง แล้วดันไปโพสข้อความที่ Facebook ก็รอไปก่อนนะคะ เพราะว่าเปิ้ลจังนั่งเฝ้า Twitter อยู่ค่ะ จะสื่อสารกับใคร ต้องไปช่องทางที่คนนั้นๆเค้าอยู่นะคะ
  • ต้องการความช่วยเหลือรวดเร็วแค่ไหน << ถ้าอยากกระจายข่าวเร็วๆ ไม่แคร์ว่าจะต้องเป็นคนรู้จักเท่านั้น ก้เลือกเอาเลยค่ะ Twitter Facebook หรือถ้าพิมพ์อะไรไม่ได้ ถ่ายคลิปอัพโหลดขึ้น Youtube ไปเลยก็ง่ายดีนะคะ แต่โอกาสที่คนจะมาเห็นคลิปของเรามีมากแค่ไหนต้องเผื่อใจไว้ด้วยค่ะ เพราะถ้าไม่มีใครเห็น ก็ต้องนั่งร้องเพลงรอต่อไป
  • ประสานงานกับหน่วยงานใดได้บ้าง << ข้อนี้สำคัญนะคะ เพราะคงไม่มีใครเป็นพระเอกขี่ม้าขาวได้ทุกสถานการณ์ หรือบางทีก็อาจจะต้องข้าคิวนะคะ สมัยนี้ ผู้ชายดีๆ หายากค่ะ การติดตามข่าวสารของน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือบน Social Media ถือเป็นกำไรชีวิตในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
แต่ทั้งหมดทั้งมวล เราก็ควรเริ่มต้นจากการดูแลตัวเอง และปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ตามสมัยนิยมให้ทัน เลือกใช้ให้เป็น แล้วเราจะได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีมากกว่าการตกเป็นทาสของสมัยนิยมบน Social Media