Lemon Green Tea

Lemon Green Tea ช่วงนี้กินบ่อยค่ะ ไม่รู้ว่าอะไรเข้าฝันเหมือนกันนะ แต่หลังจากที่ได้ลองซื้อใบชาเขียวของญี่ปุ่นมาชงใส่มะนาว หลังจากนั้นก็ชงกินมาเรื่อยๆ ซึ่งเค้าบอกว่า ชาเขียวช่วยลดระดับไขมันในเลือด ลดความอ้วน และป้องกันโรคมะเร็งได้  จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่วันนี้เปิ้ลจังหาข้อมูลเพิ่มเติมดีมาฝากพร้อมกับเคล็ดลับการชงชาเขียวให้ได้สีเขียวสดใส และกลิ่นหอมน่ารับประทานกันค่ะ

ชาเขียว คือ ต้นชา (Camellia sinensis) ที่ไม่ผ่านการหมัก เป็นการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว ทำให้ได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่ และยังมีสีที่ค่อนข้างเขียวจึงเรียกว่า “ชาเขียว”

สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียวได้แก่ กรดอะมิโน วิตามิน B, C, E สารในกลุ่มแซนทีนอัลคาลอยด์ (xanthine alkaloids) คือ คาเฟอีน (caffeine) และธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่เรียกว่า แคททีชิน (catechins) แคททีชินที่พบมากที่สุดในชาเขียวคือ สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

มีงานวิจัยระบุว่า สารแคททีชินที่พบได้มากในชาเขียวนั้น มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันจึงส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกาย การดื่มชาเขียวยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด และยังมีงานวิจัยทางคลินิคพบว่า ชาเขียวมีฤทธิ์ต่อต้านการเกิดโรคของหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับการดื่มชาเขียวมีผลช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ยังไม่มีงานวิจัยใดยืนยันการทดลองและสรุปผลว่า ชาเขียวสามารถรักษาโรคมะเร็งได้

แต่การบริโภคชาเขียวในปริมาณสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ตับถูกทำลาย ดังนั้นหากมีความผิดปกติเกี่ยวกับตับหรือมีอาการไข้ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคชาเขียวหรือเลือกดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ

สิ่งที่น่าสังเกตคือ รูปแบบการบริโภคชาเขียวตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นการบริโภคในรูปแบบการชงชาดื่มเอง และไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ดังนั้นการดื่มชาเขียวที่ชงเอง นอกจากจะได้รับรสชาติและกลิ่นหอมแท้จากชาเขียวแล้ว ยังได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าเครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูป ซึ่งจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและมีปริมาณชาเขียวที่เจือจาง วันนี้เปิ้ลจังก็เลยมีเคล็ดลับการชงชาเขียวให้สีสวยและมีกลิ่นหอมมาฝาก ไปตามล่าหาส่วนผสมมาให้พร้อม แล้วเข้าครัวกันเลยค่ะ

Lemon Green Tea

Lemon Green Tea

ส่วนตัวแล้วเลือกใบชาเขียวจากญี่ปุ่น O-I OCHA UJI MACCHA IRI GENMAICHA ตราอิโตเอน (Itoen Brand) เป็นใบชาเขียวแท้จากญี่ปุ่น ผสมข้าวคั่วด้วย เวลาชงร้อนๆ นี่กลิ่นข้าวคั่วจะยั่วยวนประหนึ่งว่าสาวสวยหุ่นดีมาเต้นระบำโชว์อยู่ตรงหน้าได้เลยทีเดียว

Green tea lemon

O-I OCHA UJI MACCHA IRI GENMAICHA ตราอิโตเอน (Itoen Brand)

ถ้าใครชอบสีสันสดใส อยากให้ชาเขียวออกมาสีเขียวสด ไม่ต้องไปค้นหาวิธีทำอะไรให้ยุ่งยาก แค่เติมใบชาเขียวตรามือของไทยลงไป จะช่วยให้ชาเขียวของเราสีเข้มน่ารับประทานขึ้น ซึ่งใบชาเขียวตรามือจะเป็นใบชาเขียวกลิ่นมะลิของไทย กลิ่นและรสชาติคงไม่ได้น่าพิศมัยมากนัก ตามร้านชากาแฟโบราณมักจะเอาไปชงเป็นชาเขียวนมขายกัน สีจะเหมือนชาเขียวมัชชะ แต่รสชาติต่างกันคนละขั้วเลยจร้า

มาถึงวิธีทำกันบ้างค่ะ เริ่มจากการต้มน้ำ 2 ลิตรที่เตรียมไว้ให้เดือด แล้วใส่น้ำตาลกับเกลือลงไป คนให้ละลาย จากนั้นก็ปิดไฟได้เลยค่ะ นำใบชาที่เตรียมไว้มาใส่ลงไปในหม้อ คนให้ทั่วแล้วปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จะช่วยให้กลิ่นชาเขียวของเราหอมยิ่งขึ้น เสร็จแล้วก็ใส่น้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากันแล้วกรองเอาใบชาออกได้เลยค่ะ

Lemon Green Tea

แล้วชาเขียวมะนาวตั้ง 2 ลิตรจะกินวันเดียวหมดเลยคงไม่ดีแน่ เพราะฉะนั้น พักชาเขียวมะนาวที่ชงเสร็จแล้วเอาไว้ให้เย็นลงสักหน่อย แล้วกรอกใส่ขวดเอาเข้าช่องฟรีซไปเลยเลยค่ะ รอให้น้ำชาเขียวมะนาวของเราอุณหภูมิต่ำลงเป็นปกติ แล้วจึงเอาออกมาแช่ตู้เย็นปกติ จะเก็บไว้ดื่มได้นานเป็นอาทิตย์เลยค่ะ อยากสดชื่นเมื่อไหร่ก็มาเทชาเขียวมะนาวไปดื่มได้เลย ไม่ต้องชงบ่อยๆ ให้เสียเวลา แบบนี้ชีวิตของเราง่ายขึ้นมั๊ยคะ

Lemon Green Tea Lemon Green Tea

แถมให้สำหรับคนที่ชอบดื่มชาและกาแฟนะคะ เป็นข้อมูลที่ควรรู้ว่า กาแฟเหมือนกัน ชาเหมือนกัน ไม่ได้ให้สารคาเฟอีนเท่ากันเสมอไป ในเมื่อวัตถุดิบถูกปรุงแต่งมาต่างกรรมวิธี สารเคเฟอีนก็มีปริมาณที่ต่างกันด้วย แต่เครื่องดื่มประเภทไหนจะให้สารกาเฟอีนเท่าไหร่ ไปดูกันเองเลยค่ะ

ปริมาณคาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มหมายเหตุ: มก. = มิลลิกรัม, มล. = มิลลิลิตร
สาระสำคัญอ้างอิงจาก pharmacy.mahidol.ac.th , irrigation.rid.go.th , doctor.or.th

Post Navigation