หลังจากที่ได้ไปร่วมทริป Gen C Lost In Tokyo กลับมา เราก็มีของติดไม้ติดมือมาหลายอย่าง แต่ที่ดูจะตื่นเต้นที่สุดสำหรับหลายๆ คนก็คงจะเป็น ซองใส่ iPad mini จากร้าน MUJI ที่ญี่ปุ่นนี่หล่ะ ค่าเสียหายอยู่ที่ 1,000 เยน ตกเป็นเงินไทยประมาณ 273 บาทเองจร้า ถูกม๊ากกกก! ด้วยรูปแบบและราคา เป็นที่น่าพอใจมากกกกก เพราะถ้าซื้อเมืองไทยขรี้หมูขรี้หมาก็หลายร้อยแล้ว

iPad Case2015-05-28-08-24-16_deco2015-05-28-09-04-28_deco

ซองใส่ iPad mini อันนี้ถูกใจมากมายตรงที่มันเป็นรูปทรงซองจดหมาย ขนาดกระชับพอดีตัว iPad mini มีความบางและน้ำหนักเบา เหมือนไม่ได้เอาอะไรมาเลย !!! เฮ้ย อันนี้เวอร์ไปแระ ซึ่งวัสดุเป็นวัสดุเลียนแบบเหมือนกระดาษยับๆ ที่ไม่ใช่เพียงกระดาษยับๆ ไร้ความหมาย แต่มันมีความเหนียวมากกว่านั้น เพราะข้างในมีการบุผ้าบางๆ อีกชั้นนึงเพื่อกันกระแทก ดูภายนอกแล้วช่างทำเลียนแบบกระดาษให้ความรู้สึกคลาสสิกดีจริงๆ

2015-05-28-08-24-39_deco 2015-05-28-08-25-08_deco2015-05-28-08-25-35_deco2015-05-28-08-26-04_deco

การตัดเย็บเรียบร้อยดี ไม่มีหลุดรุ่ย ด้านในก็บุกันกระแทกแบบบางๆ อย่างดูดี ไม่มีถูหน้าจอเป็นรอยแน่ๆ แต่จะกันกระแทกได้มากแค่ไหนขอไม่ลองดีกว่านะ

2015-05-28-08-26-39_deco 2015-05-28-09-04-28_deco

รวมๆ แล้วคือชอบ ดีไซน์เรียบง่าย พกพาสะดวก ราคามิตรภาพสุดๆ ซึ่งจริงๆ เมืองไทยก็มีขายนะ แต่ไม่ใช่ราคานี้ แล้วมันก็แพงกว่าหลายเท่าเลยด้วย

ซึ่งแบรนด์ MUJI เป็นแบรนด์ของญี่ปุ่น ที่ใครๆ ก็รู้ว่าสินค้าในร้านแพงมาก!!! ทั้งที่สินค้าเค้าไม่ได้มีความแปลกใหม่หวือหวาอะไรมากมาย ออกจะเรียบง่ายเสียด้วยซ้ำ แต่ทำไม MUJI ยังคงได้รับความนิยม รู้มั๊ยว่าทำไม…

คำว่า MUJI มาจากภาษาญี่ปุ่นว่า mujirushi ryohin แปลให้ตรงตัวก็คือ คำว่า mujirushi หมายถึง การไม่มีแบรนด์ และ ryohin แปลว่า ของดีมีคุณภาพ และความหมายรวมๆ คือ “ของดีที่ไม่มีแบรนด์” ซึ่ง MUJI เกิดขึ้นจากแนวความคิดที่ท้าทายความเชื่อทางการตลาดและการบริโภคสินค้าว่า ของดีต้องมาจากแบรนด์ที่ดี น่าเชื่อถือ และเมื่อแบรนด์ที่ดีและดัง คนซื้อก็จะเชื่อว่าได้ของดีมีคุณภาพด้วย สินค้าของ MUJI จึงผ่านกระบวนการทางความคิดที่เน้นในเรื่องคุณค่า ทุกความเรียบง่ายที่เรามองเห็นนั้นได้อย่างมีเหตุผลในตัวมันเอง

เจ๋งป่ะล่ะ หรูหรา มีสไตล์ ในแบบของคน GEN C

Post Navigation