น้ำมะตูม

 น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพวันนี้ “น้ำมะตูมคั่ว” ที่ดูธรรมดา แต่ความเป็นมาของมะตูมนี่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ

ผลมะตูม

มะตูมเป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย ถือเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวแทนของพระอิศวร ตามความเชื่อในเรื่องการปลูกต้นไม้ตามทิศกล่าวว่า ปลูกต้นมะตูมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้าน จะช่วยป้องกันเสนียดจัญไร และเป็นมงคลนามให้ผู้อยู่อาศัยมีชื่อเสียงเรียงนามดังตูมตามลือเลื่อง

และด้วยลักษณะของใบมะตูมที่มีแฉก 3 แฉก คล้ายตรีศูล อาวุธขององค์พระอิศวร ก็ยิ่งสอดคล้องกับความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ที่กล่าวว่า ต้นมะตูมเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีการบูชาพระอิศวร จะมีการถวายใบมะตูมพร้อมท่องมนต์ หรือใช้ใบมะตูมแช่ในน้ำมนต์หรือวางไว้ใต้ตำรา มีความหมายว่า เบิกบาน ตูมแตกหน่อขึ้นมา

ใบมะตูม

เมื่อศาสนาพราหมณ์เผยแผ่เข้าสู่ประเทศไทย เราก็ได้รับอิทธิพลในการนำใบมะตูมมาใช้ในพิธีสำคัญต่างๆ เช่น ในพิธีแรกนาขวัญ พิธีแต่งงาน รวมถึงเอกอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มที่จะไปรับราชการในต่างประเทศ และเข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา พระมหากษัตริย์จะพระราชทานใบมะตูมทัดหู เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วยังกล่าวกันว่า ใบมะตูมช่วยขับไล่เสนียดจัญไรได้ ชนิดที่ว่าใครที่โดนผีเข้าเอาใบมะตูมเหน็บหูผีจะออกทันที อัยยะ!!! แต่ในทางพุทธศาสนาเชื่อกันว่า พระพรหมเคยถวายผลมะตูมแด่องค์พระศาสดา และพระองค์ได้ประสาทมงคลพรไว้ว่า มะตูมเป็นผลไม้ที่ดีที่สุดควรค่าแก่การเป็นเครื่องบูชา ป้องกันเสนียดจัญไร ขับไล่สิ่งอัปมงคล ภูติผีปีศาจได้ และยังใช้ทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ได้ด้วย

ใบมะตูม

ตามความเชื่อของชาวฮินดู ใบมะตูมถือเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดีย เพราะคนอินเดียเชื่อว่า ต้นมะตูมนั้นเป็นต้นไม้แห่งพระศิวะ ตามคัมภีร์จตุรมาสมหาตมะยะได้กล่าวไว้ว่า ใบมะตูมที่เป็นสามแฉกนั้น แทนพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์ คือ พระพรหม พระนารายณ์ และพระศิวะ ส่วนในคัมภีร์ไชมินีอรัณยกถากล่าวว่า นางเทราปที พระมหาสีของกษัตริย์ปานฑพทั้ง 5 ได้เคยถวายใบมะตูมที่มีจำนวนถึง 100,000 ใบแด่พระศิวะเพื่อขอพร จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าใบมะตูมเป็นไม้บูชาแห่งองค์ศิวะเทพ และชาวฮินดูมักจะเขียนรูปศิวลึงค์กับใบมะตูมไว้ด้วยกันเสมอ บ้างก็ว่าต้นมะตูมเกิดจากตรีพระนารายณ์ บางทีก็ว่าเสมือนอาวุธคู่พระทัยของพระศิวะ นั่นคือตรีศูร ชาวฮินดูจึงมักจะใช้ใบมะตูมบูชาแก่พระศิวะในเทศกาลต่างๆ แบบขาดไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องมี 108 ใบ

ส่วนคนไทยเชื่อว่า ปลูกมะตูมที่ไหน สถานที่นั้นจะโด่งดังแผ่กระจายไปไกลพอ ๆ กับเสียงมะตูมที่หล่นจากต้นลงมากระทบพื้นดังตูม ถ้าจะให้ดีต้องปลูกมะตูมไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือร่วมกับทุเรียนและไผ่รวก จะได้ให้ชื่อที่มีความหมายเป็นมงคล

แต่ความมงคลของมะตูมนี่ไม่เกี่ยวอะไรกับที่ตามร้านนวดสปามักจะเสิร์ฟน้ำมะตูมร้อนๆ ให้ลูกค้าดื่มหลังใช้บริการนะ อันนั้นเป็นเพราะว่า มะตูมมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยขับลม แก้ท้องผูก จุกเสียดได้ และที่สำคัญคือ ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าได้นวดตัวสักชั่วโมงแล้วดื่มน้ำมะตูมร้อนๆ ตามนะ โอ๊ววววว สบายไปทั่วร่างเลยจร้า

2015-04-05-18-49-53_deco

วันนี้เปิ้ลจังก็เลยมานำเสนอเมนูน้ำสมุนไพรที่ดื่มร้อนๆ ก็หอมสดชื่นดี ดื่มเย็นๆ ก็อร่อยไม่น้อยหน้า ใครสนใจก็เดินไปตลาดซื้อของตามรายการข้างล่างมาทำกันเลยจร้า

  • มะตูมแห้ง  8-10 แผ่น
  • น้ำตาลทราย   1 ถ้วยตวง
  • น้ำสะอาดสำหรับดื่ม  1 ลิตร

11111046_861045647289278_6318403604006135223_n

ล้างมะตูมแห้งให้สะอาด (ล้างแค่ฝุ่นก็พอนะคะ ไม่ต้องถึงขนาดเอาแปรงมาขัดให้ขาวหรอกนะ) จากนั้นก็พักไว้ ถ้าจะให้หอม จะต้องเอามะตูมแห้งไปปิ้งไฟก่อน แต่ถ้าใครไม่สะดวกก็เอาไปคั่วในกะทะร้อนๆ ให้พอมีกลิ่นหอมก็ปิดไฟพักไว้ค่ะ

2015-04-05-15-24-25_deco

นำมะตูมที่คั่วแล้วใส่ลงในหม้อพร้อมน้ำเปล่าสำหรับดื่ม 1 ลิตร แล้วต้มทิ้งไว้สักประมาณ 10 นาที ซึ่งน้ำจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เราก็ลองดูค่ะ ถ้า 10 นาทีแล้วเนื้อมะตูมยังไม่เปื่อยนิ่ม เราก็ต้มไปอีกสักพัก จากนั้นก็ปิดไฟ

2015-04-05-16-17-31_deco

เมื่อเนื้อมะตูมเริ่มเปื่อยนิ่มแล้ว เราก็กรองเอาเศษของเนื้อมะตูมแห้งออกให้หมด จากนั้นก็เติมน้ำตาลทรายลงไป คนให้เข้ากัน (ส่วนตัวแอบเติมน้ำผึ้งลงไปด้วย 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อให้ไปตัดความหวานจากน้ำตาล ช่วยให้ไม่หวานโดดจนเกินไป)

2015-04-05-19-08-27_deco

แค่นี้ก็ได้น้ำมะตูมที่หอมหวานชื่นใจไว้ดื่มที่บ้านกันแล้วค่ะ ทุบน้ำแข็งให้ละเอียดแล้วฝานมะนาวบางๆ ลงไปสักหน่อย ก็จะช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ดีเลยค่ะ หรือถ้าอยากได้ความซ่าก็เติมโซดาลงไปอีกนิด กลายเป็นน้ำพันซ์มะตูมคั่วที่อร่อยไปอีกรูปแบบนึงค่ะ

2015-04-05-18-51-46_deco

ข้อมูลอ้างอิง: thanapon67.blogspot.com , wikipedia.org

Post Navigation