จากหนังสือ: คนแพ้มองแต่ปัญหา คนชนะมองหาทางออก

เคยมั๊ยที่อยู่ดีๆ หลังบทสนาแล้วทำให้เราเกิดคำถามว่า… อีกฝ่ายพูดเพื่ออะไร พูดทำไม พูดแล้วได้อะไร!? หรือบางทีก็จะรู้สึกเหมือนกับว่า มีคนเดินมาทิ้งปริศนาเอาไว้เฉยๆ ให้เราจิตตกเล่นๆ โดยที่จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่ปัญหาเลยก็ได้ ถ้าใครที่เคยเจอคนประเภทนี้ หรือเคยตกอยู่ในภาวะจิตตก งงงวย ซวยแล้ว ไม่ต้องตกใจค่ะ นั่นเป็นภาวะของความรู้สึกไม่เข้มแข็งพอ

เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะว่า… เพราะนักวิจารณ์ที่ดี เมื่อไหร่ที่สะกิดให้เราเห็นปัญหา เค้ามักจะช่วยเราขุดคุ้ยทางแก้หรือบอกแนวทางให้เราสามารถไปเปิด GPS ออกไปสู่โลกกว้างได้

แต่เราก็ต้องระวัง “คนแบบนักวิจารณ์ ไม่ได้วิจารณ์เพื่อพัฒนา แต่วิจารณ์เพื่อโจมตีผู้อื่น เมื่อมองสิ่งต่างๆ ในทางลบและตัดสินไปแล้ว ในภายหลังก็จะกลายเป็นคนที่ดูถูกคนอื่นโดยไม่รู้ตัว” เพราะนักวิจารณ์ประเภทนี้จะเก่งแต่เรื่องราวในเชิงลบ ฟังมาก เก็บมาคิดมาก อาจทำให้จิตตกไปอยู่ในวังวนของคนมองโลกในแง่ร้ายได้

ดังนั้น การฟังหูไว้หู การรับคำวิจารณ์เอาไว้คิด วิเคราะห์ แยกแยะ น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าไปจิตตกกับสิ่งที่ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ เพราะบางเรื่องที่นักวิจารณ์พูดขึ้นมา มันอาจจะเป็นเรื่องจริงหล่ะ มีโอกาสเป็นไปได้หล่ะ แต่… มันอาจจะไม่มีสาระประโยชน์อะไรกับชีวิตเรามาก

ก่อนจะเก็บคำวิจารณ์ของใครมาให้จิตตก อย่าลืมชั่งใจดูก่อนนะว่า เรื่องนั้นสำคัญกับเรามากน้อยแค่ไหน แล้วเรามีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องโฟกัสให้มากกว่านี้หรือเปล่า อย่าลืมจัดลำดับความสำคัญของเรื่องราวที่จะเก็บมาคิดให้รกสมอง เพราะสมองของเรามีพื้นที่จำกัด เราควรใช้มันอย่างมีขอบเขต เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองนะครัช

ข้อความนี้ได้มาจากหนังสือ “คนแพ้มองแต่ปัญหา คนชนะมองหาทางออก”

Post Navigation