หลังจากเงียบหายไปนาน วันนี้มีประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับอาหารทะเลมาฝากกันค่ะ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปชิมอาหารทะเลร้านของคนรู้จัก ชื่อร้าน “Att Sea” ก็เลยอยากจะอวยให้ได้น้ำลายหกไปพร้อมๆ กัน ก็ตามสไตล์เปิ้ลจังนั่นหล่ะค่ะ ถ้าอะไรดีถูกใจล่ะก็ บอกต่อแบบรัวๆ Att Sea

ร้าน Att Sea นี่ก่อตั้งมาได้ยังไงไม่รู้นะ แต่ที่ได้นั่งเมาท์มอยกันวันนั้นก็ได้ความว่า แม่ครัวใหญ่เค้าเป็น 1 ในผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของร้าน Att Sea แห่งนี้ด้วย เจ้าของลงทุนทำเองกับมือแบบนี้ ก็เพื่อควบคุมมาตรฐานและรสชาติความอร่อยให้ได้ดังใจแม่ค้านั่นเอง

พอเมนูแรกเดินมาเสิร์ฟปุ๊ป เราก็ทำตามธรรมเนียมของสาวโซเชียลทันที นั่นคือการลุกมาถ่ายรูปอย่างทันควัน มื้อนี้เราเปิดกันด้วยเมนู Signature ของร้าน นั่นคือ “แกงเหลืองปลากะพงยอดมะพร้าว”

Att Sea

ขอออกตัวก่อนนะว่าปกติเป็นคนไม่กินเผ็ด เลยไม่ค่อยกินแกงใต้เท่าไหร่ แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง สุดท้ายก็แพ้หน้าตาและความหอมของแกงเหลืองถ้วยนี้อยู่ดี เพราะปกติแล้วแกงที่เข้มข้นก็จะได้กลิ่นเผ็ดนำออกมา แต่ก็ไม่รู้สินะ ตอนถ่ายรูปกลิ่นมันหอมๆ แบบเข้มข้น ได้กลิ่นแล้วรู้สึกอยากได้เส้นขนมจีนมาลองชิมคู่กัน

016

สำหรับเมนูนี้ไม่รู้จะให้คะแนนความอร่อยยังไงนะ เพราะปกติเป็นคนไม่กินเผ็ด แต่วันนั้นก็ตักไปเยอะ เพราะเป็นคนชอบกินยอดมะพร้าวมาก แล้วเนื้อปลากะพงชิ้นใหญ่ก็ช่างยั่วใจดีเหลือเกิน กินแล้วก็ไม่รู้สึกเผ็ดติดปากจนกินเมนูอื่นไม่ได้ พอตักกินกะข้าวมันก็ลงตัวดี แค่ซดน้ำไม่ได้เท่านั้นเอง (เผ็ดเกินไปสำหรับเด็กน้อยอย่างเรานะ) แต่ก็เลยจกไปเยอะเหมือนกัน เอาเป็นว่าเมนูนี้แนะนำให้ลองละกันนะ

Att Sea

ถัดมาเป็น “ปลากะพงทอดน้ำปลา” แม่จ้าว!!! ปลาตัวใหญ่มาก ยาวเกือบเท่าศอก เมนูนี้จานใหญ่ขั้นเทพ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บ เป็นอะไรที่ฟินมาก ประทับใจตั้งแต่ปลาตัวนี้มันนอนนิ่งให้เราถ่ายรูปกันอยู่นาน แต่พอเอาจิ้มเอาเนื้อมากินเท่านั้นหล่ะ เสียบกรอบของเนื้อปลานี่สะท้อนเข้าไปในหูเลย ทอดเก่งมากอ่ะ กรอบนอก นุ่มใน ไม่เหม็นคาว แถมกรอบได้นานด้วยเหอะ เวลาเคี้ยวนี่คือเนื้อปลามันช่างฟินสุดๆ (ฟังดูเวอร์เนอะ แต่คือลูกทะเลอย่างเรามันได้กินอาหารทะเลสดๆ บ่อย แต่ขาดความอร่อยจริงๆ)

008

เห็นจานใหญ่แบบนี้ แล้วพี่จะกินหมดมั๊ย ถ้าไม่หมดก็สั่งตัวเล็กได้ค่ะ เพราะราคาคิดตามน้ำหนัก ใครครอบครัวเล็กก็สั่งตัวเล็กๆ มาลองชิมกันได้ แต่ถ้าใครชอบทานปลา แนะนำให้สั่งตัวใหญ่ไปเลยค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวต้องสั่ง 2 ตัวไม่รู้นะ

Att Sea

เมนูนี้ส่วนตัวคือชอบมาก!!! “ยำ Att Sea” เมนูนี้ทาร้านเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเอง หน้าตาคล้ายยำทะเลอะไรพวกนี้ แต่มันพิเศษตรงที่การเลือกวัตถุดิบลงไปยำนี่หล่ะ นอกจากเนื้อปูม้าแน่นๆ แล้ว ยังมีปลาแซลมอนของโปรด แล้วก็กุ้งสดตัวโตๆ ปลาหมึกชิ้นใหญ่ ตบท้ายด้วยการโรยไข่กุ้งลงไป โอ๊ย!!! น้ำลายจิไหลแล้วป่ะ

แต่ที่ประทับใจมากกว่านั้นคือ “ผักซารารี่” ที่คลุกเคล้าลงไปพร้อมกัน มันช่างฟินกว่าก้านคะน้ามากมาย กินแล้วคือติดใจมาก จากการสอบสวนเจ้าของร้าน เธอบอกสรรพคุณของผักมากมาย เมื่อเอาลงมายำรวมกันแล้วจะได้รสชาติออกสไตล์ญี่ปุ่นเล็กน้อย ไม่ใช่การยำแบบเปรี้ยวหวาน 3 รสเหมือนของไทยๆ เป็นการคิดค้นที่เรามองว่าทำอาหารเป็นอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องรู้จักวัตถุดิบที่จะเอามาปรุงอาหารด้วย ไม่ใช่จำสูตรเค้ามาแล้วจะประยุกต์ใช้ได้เลยนะ ใครที่ชอบกินยำสไตล์ญี่ปุ่น ขอบอกว่าต้องลอง!

Att Sea

ผ่านไป 3 เมนูแล้ว ยังไม่หนำใจค่ะ ขอแนะนำอีกสักหนึ่งเมนูที่ไม่รู้จะบรรยายยังไงกับ “ปูทะเลผัดผงกะหรี่” คือตกใจในความใหญ่ของกล้ามปู เนื้อมันแน่นน่ากินมาก ความหอมของเครื่องเทศกำลังดี น้ำมันไม่เยอะจนเกินไป (อันนี้ปลื้มค่ะ) ตักกินกับข้าวได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยน เพราะพวกวัตถุดิบในจานเช่นหอมใหญ่ ไข่ ต้นหอมไม่ได้เยอะเกินไป ทำให้รสชาติของเนื้อปูที่ผัดกับผงกะหรี่เด่นขึ้นมาทันที

Att Sea

แต่ปัญหาคือ… ไม่ชอบแกะปูค่ะ ก็เลยตักกล้ามปูไปให้คนข้างๆ แล้วบอกว่า “แกะให้หน่อย” ผ่านไปสักพักกำลังจะตักปูมากิน ก็นึกขึ้นได้ว่าฝากคนข้างๆ แกะปูให้กินนี่นา ทำไมหันมาพี่แกดูดปูใหญ่เลยล่ะ ดูซากบนจานพี่แกสิคะ ไม่คิดจะเหลือถึงน้องเปิ้ลจังผู้น่ารักบ้างหรอ แฮ่!

019

Att Sea

ต้ม ผัด แกง ทอด ไม่ได้หอมอร่อยได้ในพริบตา 4 เมนูที่ว่านี้เรากินรองท้องเอาไว้ก่อน เพื่อรออาหารจานสุดท้าย แหม่ มาร้านอาหารทะเล จะไม่มีเมนูทะเลเผาได้อย่างไร เจ้าของร้านคัดสรรเอาตัวใหญ่ๆ มาให้ทั้งนั้นเลยค่ะ นิ้วโป้ง 3 นิ้วยังใหญ่ได้ไม่เท่าหอยแครงเลยคร่า

Att Sea

Att Sea

อาหารมาครบแล้ว หน้าตาน่ากินทุกอย่าง โดยเฉพาะกุ้ง!!! แม่จ้าว ไข่กุ้งมันช่างน่ากินอะไรเยี่ยงนี้ งั่มๆ เจ้าของร้านบอกว่า วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหาร ไม่ใช่ว่าอยากกินวันไหนแล้วจะได้กินทุกเมนูเสมอไป เพราะของดี ของอร่อย มันต้องไปเอามาจากแหล่ง ถ้าแหล่งของดีหมดก็คือหมด เค้าจะไม่เอาของสดตามตลาดมาขาย เพราะมันจะได้รสชาติที่แตกต่างกัน (อันนี้เราเชื่อนะ เพราะบ้านเราอยู่ชลบุรี ของทะเลบางอย่างไม่อร่อยเท่าของที่ร้านเลยจริงๆ) ใส่ใจทุกรายละเอียดแบบนี้ ยกนิ้วให้ 10 นิ้วเลยคร่า

009

หลังจากที่อิ่มหนำสำราญกับของคาวไปแล้ว เจ้าของร้านก็เสิร์ฟเมนูของหวานให้เป็นเยลลี่ใส่วิปครีมคนละถ้วยพร้อมกับเล่าให้ฟังว่า ของหวานถ้วยนี้เป็นเมนูแถมฟรีสำหรับลูกค้าทุกคน เพราะความหวานจากเยลลี่จะช่วยล้างปากและกับรสชาติเผ็ดร้อนของอาหารได้ดี กินของเผ็ดแล้ว ก็ล้างปากด้วยของหวาน เดินออกจากร้านไปก็ได้รู้สึกสบายตัว หรือไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นปากกันแน่นะ ^^,

017

กว่าจะได้ลงมือกินกัน รู้มั๊ยคะว่าเปิ้ลจังใช้เวลาถ่ายรูปไปนานแค่ไหน??? ก็เลยทำให้นึกถึงบทความที่เคยเขียนเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ว่าเมืองนอกเค้าเคยมีผลสำรวจว่า “ร้านอาหารที่เคยรสชาติดี บริการ ผ่านไป 10 ปี ทำไมมีรีวิวว่าไม่ประทับใจอาหารกันเยอะ ทั้งที่รสชาติยังคงได้มาตรฐานเช่นเดิม” ผลปรากฎว่า… ต้นเหตุที่แท้จริงคือ “สมาร์ทโฟน

ผลสำรวจในในปี 2004

  • ลูกค้าเข้าร้านมานั่งที่โต๊ะและได้รับเมนูอาหารแล้ว มีการขอย้ายที่นั่งประมาณ 3 ใน 45 ครั้ง
  • ลูกค้าใช้เวลาในการเลือกและสั่งอาหารนานประมาณ 8 นาทีโดยเฉลี่ย โดยที่พนักงานเสิร์ฟจะทบทวนเมนูอาหารทันที
  • อาหารพร้อมเสิร์ฟเฉลี่ยประมาณ 6 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละเมนู
  • โดยจะมีการขอเเปลี่ยน/คืนอาหารประมาณ 2 ใน 45 ครั้ง
  • พนักงานเสิร์ฟคอยสอดส่องดูแลลูกค้าว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ และให้บริการอย่างทันที
  • เมื่อลูกค้ารับประทานอาหารเสร็จแล้ว สั่งคิดเงินและเดินออกจากร้านได้ภายใน 5 นาที
  • รวมแล้วลูกค้าจะใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมงกับอีก 5 นาที

ผลสำรวจในปี 2014

  • ลูกค้าเข้าร้านมานั่งที่โต๊ะและได้รับเมนูอาหารแล้ว มีการขอย้ายที่นั่งประมาณ 18 ใน 45 ครั้ง
  • ก่อนที่จะเปิดเมนูเพื่อสั่งอาหาร ลูกค้าจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหรือทำกิจกรรมบนหน้าจอก่อนที่จะสั่งอาหาร
  • 7 ใน 45 ของลูกค้าที่เข้ามาในร้าน จะใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเพื่อขอให้พนักงานเสิร์ฟช่วยแก้ปัญหาการเชื่อมต่อ wi-fi บนมือถือ
  • เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินมารับออเดอร์ ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปิดเมนูดู ทำให้พนักงานเสิร์ฟต้องยืนรอสักครู่
  • ในขณะที่ลูกค้าเปิดดูเมนู แต่ในมือก็ยังคงเปิดและเล่นมือถือไปด้วย
  • เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินไปรับออเดอร์อีกครั้ง ลูกค้าก็จะบอกให้รออีกสักครู่
  • เฉลี่ยแล้วลูกค้าจะใช้เวลาในการสั่งอาหารหลังจากเดินเข้ามานั่งในร้านแล้วประมาณ 21 นาที
  • อาหารพร้อมเสิร์ฟเฉลี่ยประมาณ 6 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละเมนู
  • ลูกค้า 26 ใน 45 คน ใช้เวลาไปกับการถ่ายรูปอาหารก่อนลงมือรับประทานประมาณ 3 นาที
  • ลูกค้า 14 ใน 45 คน หมดเวลาไปกับการถ่ายรูปคู่กับจานอาหาร เฉลี่ยประมาณ 4 นาที
  • ลูกค้าขอเปลี่ยน/คืนอาหารประมาณ 9 ใน 45 ครั้ง เพราะอาหารเย็นชืด จึงขอให้นำไปอุ่นใหม่
  • ลูกค้า 27 ใน 45 คน ขอให้พนักงานเสิร์ฟช่วยถ่ายรูปหมู่ให้ และลูกค้า 14 ใน 45 คน ขอให้พนักงานเสิร์ฟถ่ายรูปให้ใหม่อีกครั้ง เพราะภาพแรกยังไม่ค่อยถูกใจ รวมแล้วใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 5 นาที
  • เฉลี่ยแล้วลูกค้าใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือของตนเองนานกว่า 20 นาทีซึ่งมากกว่าเวลาในการรับประทานอาหารด้วยซ้ำ และยิ่งกว่านั้นคือ หลังจากคิดเงินเสร็จแล้ว ลูกค้าจะใช้เวลาประมาณ 15 นาทีกว่าจะออกจากร้าน
  • ลูกค้า 8 ใน 45 คนจะเดินชนลูกค้าหรือพนักงานภายในร้าน เพราะมัวแต่ก้มหน้ากดมือถือ
  • รวมแล้วลูกค้าจะใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมงกับอีก 55 นาที

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ถ้าวันไหนที่ไปกินอาหารที่เคยรสชาติดีถูกใจ แต่วันนี้กลับไม่เป็นเหมือนก่อน ก็ต้องหันกลับมาสำรวจตัวเองกันด้วยนะคะ ว่าเราใช้เวลากับสังคมก้มหน้ามากไปหรือเปล่า เพราะมันมีผลกับรสชาติอาหารด้วยเช่นกัน

สำหรับใครที่สนใจอยากจะไปชิมรสชาติความอร่อยของอาหารทะเลร้าน “Att Sea” สามารถดูลายทางจากด้านล่างได้เลยค่ะ การเดินทางสะดวก สามารถเข้าได้จากหลายทาง แต่ถ้าเอาสะดวกสุดก็เข้าซอยลาดพร้าว 71 ตรงไปสุดทางแล้วเลี้ยวซ้ายก็ถึงเลยค่ะ

10628252_295241340684404_6387260511358341975_n

Att Sea

Att Sea

แต่ถ้าใครไม่สะดวกไปที่ร้าน สามารถโทรมาสั่งเป็นแบบ Set Box ได้ด้วยนะ หรือถ้าจะจัดเลี้ยงนอกสถานที่ที่ไหน อย่างไร โทรไปเลยค่ะ 09-5847-6555 เค้ายินดีบริการคร่า แล้วอย่าลืมตามไปกด Like เป็นแฟนเพจกันด้วยนะ เวลามีเมนูใหม่ๆ หรือว่าโปรโมชั่นดีๆ เราจะได้ไม่พลาดกันไงล่ะคะ

Att Sea

อาหารทะเลสดๆ จริงๆ แล้วหากินได้ไม่ยากหรอกค่ะ แต่ถ้าอยากกินอาหารทะเลที่ทั้งสด และอร่อย แนะนำไปร้าน Att Sea ลาดพร้าว 71 เลยค่ะ ใครที่ไปชิมแล้วอย่าลืมบอกเจ้าของร้านนะคะ ว่าเปิ้ลจังแนะนำมา เดี๋ยวเจ้าของร้านลดให้ 10% เลยคร่า

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ attsea.idea2mobile.com

Post Navigation