เห็นพ่อแม่หลายคนพยายามยัดเยียดความรู้ ความสามารถให้กับเด็กด้วยการส่งไปเรียนนั่นไปเรียนนี่ โดยไม่เคยรู้เลยว่า เด็กได้อะไรกลับมาจากการเรียนเสริมในด้านนั้นๆ บ้าง เพียงแค่เห็นว่าลูกชอบทำอะไร เล่นอะไร ก็คิดไปว่าลูกชอบหรือลูกน่าจะไปได้ดีในด้านนั้น

ซึ่งความจริงแล้ว การแสดงออกของเด็กจะเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของคนรอบข้าง บวกกับการได้ทำอะไรบ่อยๆ ก็จะรู้สึกหรือคิดไปว่าชอบในสิ่งนั้น แต่จิตใต้สำนึกที่แท้จริง อาจไม่ใช่ตัวตนหรือศักยภาพที่แท้จริงของเด็กก็ได้

การรู้จักตนเอง (Self Actualization) จะช่วยให้เราเติมเต็มและพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้โดดเด่นได้ ซึ่งบางคนโชคดีที่ค้นพบตัวตนและศักยภาพตั้งแต่ยังเล็ก แต่บางคนกลับยังมองหาตนเองไม่เจอ ก็ไม่รู้จะไปเติมเต็มศักยภาพตรงจุดไหน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปทำให้เราหมดไฟในการพัฒนาตัวเอง พ่อแม่ยุคใหม่จึงไม่ควรมองข้ามการค้นหาศักยภาพของลูกๆ ตั้งแต่อยู่ใน “วัยเด็ก” เพราะนี่คือช่วงเวลาทองที่พ่อแม่จะค้นหา “ศักยภาพของเด็กที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Learning Potential)

Multiple Intelligence

โดยความสามารถพิเศษ หรืออัจฉริยภาพสามารถแบ่งได้เป็น 8 ด้าน หรือเรียกว่า “ทฤษฎีพหุปัญญา” บุกเบิกโดย ศ.ดร.โฮวาร์ด การ์ด เนอร์ นักจิตวิทยาจาก ม.ฮาร์วาร์ด ซึ่งบุคคลมีความสามารถ 8 ด้านอยู่ในตัว และเชาวน์ปัญญาแต่ละด้านเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถพัฒนาได้ เว้นแต่คนที่มีความสามารถเฉพาะด้านอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ ที่เรียกว่า “พรสวรรค์” หรือ “อัจฉริยะ” ซึ่งจะพบในบางคนเท่านั้น

ปัจจุบันมีระบบการสแกนลายนิ้วมือเพื่อประเมินอัจฉริยภาพและการเรียนรู้ เป็นนวัตกรรมใหม่ทางด้านการศึกษาที่พัฒนาขึ้นจากแนวคิดของนักวิชาการด้านการศึกษา นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ และนักเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยนำเอาศาสตร์ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เช่น ประสาทวิทยา พันธุศาสตร์ จิตวิทยาการศึกษา และการประมวลผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยวิธีการเก็บข้อมูล เปรียบเทียบ วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

เนื่องจาก “ลายนิ้วมือและสมอง” ของคนเราจะเติบโตไปพร้อมๆ กัน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดชีวิต หากนำเทคโนโลยีมาใช้ตั้งแต่เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป จะสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง และส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะกับวัยได้

ผลการวิเคราะห์ลายนิ้วมือจะทำให้เราทราบข้อมูลของลูกน้อยได้ถึง 7 ด้าน ได้แก่ ศักยภาพโดยกำเนิด บุคลิกลักษณะ รูปแบบการเรียนรู้ โดยกำเนิด ความฉับไวทางการเรียนรู้ ประเภทการเรียนรู้โดยกำเนิด ผลการประเมินศักยภาพของสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา และพหุปัญญาโดยกำเนิด

ตัวอย่างรูปแบบลายนิ้วมือบอกบุคลิกลักษณะ 4 รูปแบบ คือ

Innate Learning Potential

  • แบบลายก้นหอย (Whorl) จะเป็นคนที่มีลักษณะดื้อรั้น ยึดติด ชอบถาม อดทนอดกลั้น พูดจริงทำจริง มุ่งมั่นต่อเป้าหมายและกำหนดขอบ เขตให้ตนเองสูง
  • แบบลายมัดหวายปัดโป้ง (Redial) จะเป็นคนคิดต่างจากคนอื่น ไม่ชอบทำตามกฎ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
  • แบบลายมัดหวายปัดก้อย (Loop) เป็นคนที่มีความเชื่อฟังสูง ชอบเลียนแบบ ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ดี
  • แบบลายโค้งราบ (Arch) เป็นคนมีเป้าหมายที่มั่นคง เป็นรูปธรรม สามารถปฏิบัติได้จริง ใส่ใจรายละเอียดคุณภาพ

“ศักยภาพ” ที่เด็กแสดงออกมา จึงสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถเฉพาะตัว เพื่อให้พ่อแม่วางแนวทางในการส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาขีดความสามารถที่มีอยู่ในตัวเด็กให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ใครที่ไม่แน่ใจว่ากำลังส่งเสริมศักยภาพของลูกอย่างถูกจุดหรือเปล่า ก็ลองศึกษาเรื่องการแสกนนิ้วเพิ่มเติมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกน้อยกันดูนะคะ แล้วอย่าลืมมาเล่าให้ฟังด้วยล่ะ อยากรู้เหมือนกันว่า มันจะดีสมคำร่ำลือหรือเปล่านะ

ที่มา: prachachat.net

Post Navigation