5-Minutes

เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับทุกคน เพียงแค่ 5 นาที ก็อาจเปลี่ยนชีวิตของเราได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราใช้เวลา 5 นาทีนั้นไปกับการทำอะไร “คิด ก่อน ทำ” หรือ “ทำ ก่อน คิด” เพราะทั้งหมดมีผลกับการดำเนินชีวิตของเราทั้งสิ้น ยิ่งถ้าอยู่ในวงสนทนาด้วยแล้ว การตอบสนองเร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสพูดไม่คิดมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะกับคนที่มีอาการ “Hothead”

“Hothead” หมายถึง เวลาที่เราฟังอะไรแล้วไม่เห็นด้วย เพราะสิ่งที่ฟังนั้นไม่ตรงกับทัศนคติหรือความเชื่อของตัวเอง จึงตอบกลับด้วยการแสดงออกด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งทันที เช่น ฟังแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ ก็จะตอบกลับไปเลยว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ถูกต้อง โดยที่ไม่หยุดคิดถึงความเป็นไปได้ หรือจะต้องตัดสินว่าถูกหรือผิดในทันที โดยที่ไม่ฟังคำอธิบายของอีกฝ่ายเป็นต้น

รู้หรือไม่ว่า ยิ่งเราตอบสนองเร็วมากเท่าไหร่ โอกาสในการไตร่ตรองของเราก็น้อยลงเท่านั้น ยกตัวอย่างกรณี “ชาวต่างชาติขอลงรถบนทางด่วน” สุดท้ายกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ถูกแชร์กันไปอย่างเสียหายว่าชาวต่างชาตินั้นถูกทิ้งบนทางด่วน ซึ่งจริงๆ แล้วกลายเป็นเหตุการณ์ “โอละพ่อ! ภาพฝรั่งถูกทิ้งบนทางด่วน ที่แท้ขอลงจากรถตู้เอง”

โอละพ่อ ภาพฝรั่งถูกทิ้งบนทางด่วน

ความสามารถของการสื่อสารทำให้เกิดการโต้ตอบได้ไว หากไม่มีการพิจารณาถึงความถูกต้องของข้อมูลแล้วถูกนำไปบอกต่อ ย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นได้ง่าย เชื่อหรือไม่ว่า เวลาเพียง 5 นาที เคยเปลี่ยนแปลงชีวิตของ Jason Fried ผู้ก่อตั้ง Basecamp และเป็นผู้เขียนหนังสือ REWORK มาแล้ว

ครั้งนึง Jason เคยไปนั่งฟังไอเดียของคนๆ นึงผ่าน conference แล้วรู้สึกไม่เห็นด้วย จึงได้ตอบกลับเจ้าของไอเดียคนนั้นไปทันที ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าของไอเดียก็ตอบกลับมาเช่นกัน ด้วยประโยคที่ว่า “นายลองให้เวลากับมันสัก 5 นาทีดูสิ

เป็นคำพูดที่ทำให้ Jason ถึงกับอึ้ง!!! เมื่อได้ฟังคำอธิบายต่อมาว่า… การที่ Jason ไม่เห็นด้วยกับไอเดียของเค้านั่นคือสิ่งที่ดีนะ แต่เค้าอยากให้ Jason ใช้เวลาไตร่ตรองเกี่ยวกับไอเดียของเค้าจนแน่ใจก่อนว่าจะโต้แย้งไอเดียนี้จริงๆ

“5 นาที” คือสัญลักษณ์แทน “การคิด” (think) ไม่ใช่ “การตอบสนอง” (react ในความหมายเหมือนเอาค้อนเคาะเข่าแล้วตอบสนองเด้งทันทีโดยอัตโนมัติ)

ต่อให้สิ่งที่เราพูดออกไปนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ แต่มันจะดีกว่านี้แน่ ถ้าเราจะคิดไตร่ตรองมันอีกสักครั้งให้แน่ใจว่า ความคิดของเรานั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ และมันเหมาะสมแล้วที่เราจะตอบกลับ ซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยการใช้ “คำถาม”

การถาม คือการเรียนรู้และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ยิ่งขึ้น การเลือกใช้คำถาม จะช่วยให้เรารู้ลึกได้มากกว่าคนอื่นที่ถามแบบไม่มีเป้าหมายหรือถามแบบไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

การโต้แย้ง คือการบอกว่า เรารู้แล้ว แต่นั่นเป็นเพียงสิ่งที่เราคิดว่ารู้แล้วเท่านั้น เราจะมั่นใจได้ยังไงว่า “รู้แล้วทั้งหมด” การถามเพิ่มเติม จึงเป็นการเรียนรู้และไตร่ตรองให้การโต้แย้งนั้นเป็นไปอย่างมีเหตุและผลที่ชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่า มันจะช่วยให้การโต้แย้งของเรามีความน่าเชื่อถือและได้รับการสนับสนุนมากขึ้น

บทความของ Jason เป็นข้อคิดที่เตือนใจคนรุ่นใหม่ที่จัดอยู่ในกลุ่ม “Hothead” ได้เป็นอย่างดี “ให้เวลากับมันสัก 5 นาที” แล้วชีวิตเราจะดีขึ้น ซึ่งบทความนี้ได้มีเพื่อนแชร์กันมาบน Facebook โดยคุณ Supasate Choochaisri ซึ่งเราอ่านแล้วรู้สึกว่านอกจากช่วยพัฒนาสมองของเราแล้ว ยังช่วยให้เราปรับทัศนคติและการปฎิบัติตัวให้เราเป็นคนที่มีคุณภาพได้มากยิ่งขึ้น จึงนำมาเล่าต่อให้เพื่อนๆ ได้ลองเก็บไปคิดดูนะคะ

สื่อสังคมออนไลน์ มีสิ่งดีๆ มากมายให้เราเรียนรู้ ลองให้เวลากับมันสัก 5 นาที ลองดูสิว่าข้อมูลเหล่านั้นจริงเท็จแค่ไหน หรือมีสาระสำคัญอะไรอะไรที่จะช่วยพัฒนาสมองและจิตใจของเราหรือไม่ แล้วค่อยส่งต่อ เท่านี้ก็น่าจะช่วยลดปัญหาและความขัดแย้งที่อาจตามมาได้มากมายเลยทีเดียว เรื่องบางเรื่องอ่านแล้วซึ้งกินใจ แต่ไม่ให้ข้อคิดอะไรเลยก็มี ลองดูนะคะว่าเราจะแบ่งเวลาให้กับเรื่องไหนมากเท่าไหร่ ถึงจะทำให้ชีวิตของเราสมดุล

Resource: signalvnoise.com

Post Navigation