11058764_344985939039323_1327176757899406066_n

ย้อนเวลากลับไปในศตวรรษที่ 19 ในขณะที่การแพทย์ยังไม่ได้เจริญเหมือนทุกวันนี้ อัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลนั่นสูงมาก แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบคือ สาเหตุหลักของการเสียชีวิตในโรงพยาบาล คือการติดเชื้อของบาดแผล

เพราะความเชื่อของแพทย์ทั่วๆ ไปในยุคนั้น เชื่อกันว่าการทำการทำความสะอาดเครื่องมือก่อนลงมือผ่าตัดเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น และเนื่องจากแพทย์เหล่านี้ตกหลุมพรางของคำว่า “ทำตามๆ กันมา” จึงไม่มีใครคิดจะตั้งคำถามหรือเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้แต่อย่างใด

แต่ความเชื่อนี้เปลี่ยนไปเมื่อ Sir Joseph Lister เริ่มทำการทดลองเกี่ยวกับแบคทีเรีย และเขาพบว่าการอักเสบของแผลผ่าตัดรวมถึงการเกิดหนองของแผลผ่าตัด เขาตั้งสมมติฐานว่าสาเหตุอาจจะมาจากเชื้อโรคเล็กที่อยู่ในอากาศ จึงทดลองใช้ acid carbolic liquid หรือ phenol เจือจางเพื่อทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด และเครื่องมือผ่าตัดเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนการผ่าตัด (ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้น้ำยาฆ่าเชื้อตัวอื่นที่อันตรายน้อยกว่าแทน) แต่ผลจากการเปลี่ยนแปลงนี้เอง ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อของบาดแผลลดลงอย่างมาก และทำให้เขาได้รับการยกย่องเป็น the father of modern antisepsis และต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นลอร์ด และยังดำรงตำแหน่งประธานสมาคมแพทย์หลวงของอังกฤษ ก่อนจะถึงแก่กรรมในปี 1912 ทิ้งคุณงามความดีทางการแพทย์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังมากมาย

หลายท่านอาจะสงสัยว่า ทำไมนามสกุลของแพทย์ท่านนี้มันคุ้นๆ นั่นก็เป็นเพราะชื่อของท่านยังได้ถูกนำมาใช้ตั้งชื่อ Listerine® น้ำยาฆ่าเชื้อในปากอันโด่งดังอีกด้วย

ลองมาดูอีกตัวอย่างนึงคือ การทดลองเกี่ยวกับพฤติกรรมกลุ่มของลิง ซึ่งมีพฤติกรรมทางสังคมใกล้เคียงมนุษย์มาก ที่จริงการทดลองเรื่องลิงหกตัวนี้ดังมาก หลายท่านอาจจะเคยอ่านมาแล้วก็อ่านอีกรอบแล้วกันนะ

เริ่มการทดลองโดยเอาลิง 6 ตัวเข้าไปในห้องที่มีบันไดอยู่กลางห้องสูงถึงเพดาน มนุษย์ให้อาหารและน้ำกับลิงทั้งหมดตามเวลาสมควร เหตุการณ์ก็ดำเนินไปแบบเรียบร้อยดี จนวันนึงก่อนถึงเวลาอาหารเล็กน้อย ฝ้าเพดานก็ถูกเปิดออกพร้อมกล้วย 1 หวีที่ถูกหย่อนลงมาตรงบันไดด้านบนพอดี แน่นอนครับลิงทั้งหมดพุ่งตรงไปที่บันไดทันที

ทันทีที่ลิงตัวแรกจับบันได น้ำเย็นจัดก็พุ่งออกมาจากท่อเหล็กที่ฝังอยู่ทั่วไปตามฝ้าเพดานทันที ลิงทั้งหมดตกใจและเริ่มหนาวสั่นเพราะผู้ควบคุมการทดลองได้ลดอุณภูมิของห้องลงด้วย ประกอบกับห้องที่เปียกไปหมดทำให้ความหนาวเริ่มคืบคลานเข้ามา

เมื่อลิงทั้งหมดออกจากบริเวณบันไดและอยู่ห่างสักพัก ท่อน้ำก็หยุดฉีด และอุณหภูมิของห้องถูกปรับให้สูงขึ้นมา อีกไม่นานก็มีลิงตัวนึงอยากมาลองของอีก และแน่นอนว่าน้ำก็ถูกฉีดออกมาอีกครั้ง

กล้วยถูกนำมาเปลี่ยนเพื่อให้คงสีเหลืองน่ากินไว้ ในขณะที่ยังมีการลองของเรื่อยๆ กับบันไดเจ้าปัญหา แต่ทุกครั้งผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม

สิ่งที่น่าสนใจคือ หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ไม่มีลิงตัวไหนย่างกรายเข้าใกล้บันไดเลย และน้ำก็ไม่ถูกฉีดออกมาอีก จนกระทั่งกลางเดือนที่สอง ท่อน้ำได้ทำงานอีกครั้ง เพราะมีลิงตัวเล็กตัวนึงพยายามจะปีนบันได และผลก็คือ ลิงอีกห้าตัวขู่คำรามใส่มัน ลิงตัวนี้ถูกเปลี่ยนออกจากห้องและเอาลิงตัวใหม่เข้ามาแทน

ลิงตัวใหม่ยังไม่เคยรู้เรื่องบันไดมาก่อนจึงพยายามเข้าใกล้มัน และก็โดนลิงห้าตัวที่อยู่มาก่อนขวางทางไว้ และคำรามใส่อย่างดุร้าย ลิงตัวใหม่เข้าไปหลบด้วยความกลัว แต่อีกซักพักมันก็ลองเข้าใกล้บันไดอีก คราวนี้ลิงชุดเก่าไม่ใช่แค่ขู่แต่รุมทำร้ายลิงตัวใหม่ จากนั้นมาลิงตัวใหม่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้บันไดอีกเลย

ผ่านไปอีกสี่เดือนโดยไม่มีการฉีดน้ำเกิดขึ้น ตอนนี้เหลือลิงเก่าแค่สามตัว และมีลิงใหม่อีกสามตัว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้บันได เพราะทุกครั้งที่เข้าใกล้บันไดก็จะโดนข่มขู่โดยลิงที่เหลือเสมอมา รวมถึงลิงตัวใหม่ที่ไม่รู้เหตุผลของการห้ามเข้าใกล้บันไดก็มาร่วมข่มขู่กับเขาด้วย

นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองตั้งข้อสังเกตด้วยว่า พวกลิงตัวใหม่ที่ไม่รู้เรื่องแต่มาร่วมข่มขู่นั้น ดูมีท่าทางกร้าวร้าวกว่าลิงชุดเก่าอีก

เวลาผ่านไปเกือบปีแล้ว ลิงตัวเก่าถูกเปลี่ยนออกไปหมดแล้ว กล้วยยังคงได้รับการเปลี่ยนให้สดใหม่อยู่เสมอ แต่ไม่มีลิงตัวไหนกล้าจับบันไดอีกเลย เพราะทุกครั้งที่มีลิงถูกเปลี่ยนเข้ามาใหม่ แล้วพยายามไปจับบันได จะถูกลิงที่เหลือรุมทำร้ายทันที ทั้งๆ ที่ลิงที่เหลือเหล่านั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจับบันไดนี้แล้วจะเป็นยังไง เพราะพวกมันยังไม่เคยโดนน้ำฉีดซักครั้ง!

นี่คือตัวอย่างที่ทรงพลังของ status quo หรือการทำตามๆ กันมา ซึ่งมันสะท้อนวัฒนธรรมของหลายๆ องค์กร หลายครั้งเวลาที่เราตั้งคำถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ หรือถามหาเหตุผลต่างๆ นาๆ ของการกระทำต่างๆ เรามักได้คำตอบว่า “ก็คนก่อนหน้านี้เขาทำกันมาแบบนี้”

เมื่อไหร่ที่เราได้รับคำตอบแบบนี้ ขอให้รู้ไว้เลยว่า นี่คือจุดที่อันตรายมากสำหรับองค์กร เพราะการทำตามๆ กันมา ไม่ได้หมายความว่าการทำแบบนั้นจะถูกต้องเสมอไป องค์กรที่ดีและก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว มักมีการปรับทัศนคติและเรียนรู้ส่งใหม่ๆ ในเชิงบวก เพื่อให้การปฎิบัติงานเป็นไปตามตรงตามวัตถุประสงค์และบรรลุเป้าหมาย

เมื่อไหร่ที่เราทำงานด้วยเหตุผลว่า “ก็เค้าทำตามๆ กันมาแบบนี้” เราจะไม่มีวันก้าวไปเป็นผู้นำใครได้เลย เพราะคนถูกพัฒนามาจากลิง แล้วทำไมเรายังทำเหมือนลิงเมื่อหลายพันปีอยู่ล่ะ

ที่มา: Mission To The Moon

Post Navigation