พรุ่งนี้ก็จะออกเจกันแล้วน๊า ดีใจจัง ปีนี้กินครบ 10 วัน ไม่มีตกหล่นเลยหล่ะ แล้วเปิ้ลจังก็ทำได้ 555+ แต่ก่อนจะออกเจกันไป เปิ้ลจังมีอีกหนึ่งเมนูน่าสนใจมากฝากเพื่อนๆ กันค่ะ นั้นคือ “พะโล้เต้าหู้” เพราะเป็นเมนูที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง

พะโล้เต้าหู้ เห็ด เจ

ส่วนผสมหลักก็จะมีเครื่องพะโล้ หรือบางคนก็เรียกว่าผงพะโล้ มีส่วนที่ให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทศแห้ง เช่นโป๊ยกั้ก ลูกผักชี ยี่หร่า ซึ่งมีการวิจัยกันมาแล้วพบว่า สมุนไพรเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

สำหรับเต้าหู้ก็มี เต้าหู้พวง หรือเต้าหู้แข็ง ถ้าเป็นเต้าหู้ที่ทำจากเกลือ แคลเซียม หรือแม้กระทั่งเกลือแมกนีเซียมก็ตาม เราก็จะได้แร่ธาตุจากตัวเต้าหู้นั้น ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม แมกนีเซียม ก็เป็นประโยชน์ในแง่ของการเสริมสร้างกระดูกทำให้กระดูกแข็งแรง เหมาะสำหรับวัยผู้ใหญ่หรือผู้หญิงวัยทองที่หมดประจำเดือนแล้ว และต้องการแคลเซียมเสริม เพื่อไปบำรุงให้กระดูก ไม่ให้เกิดภาวะที่เราเรียกว่ากระดูกพรุน

คำว่า “พะโล้” จริงๆ แล้วมันมีที่มานะ ตามตำนานเค้าบอกว่า… เจ้าพ่อไผ่สุ่ยเอี้ยมีภรรยาชื่อไผ่เสี่ยวเมิ่น ซึ่งเจ้าพ่อไผ่สุ่ยเอี้ยรักและทนุถนอมมาก แต่แล้วไผ่เสี้ยวเมิ่นกลับไปคบชู้สู่ชายกับฮัวซวี่เฉิน เจ้าพ่อไผ่สุ่ยเอี้ยรู้เข้าจึงโกรธมาก จึงได้สาปให้ทั้งสองคนกลายเป็นเป็ด และนำทั้งสองตัวมาต้มแกงกับซีอิ๊วหวานและเครื่องสมุนไพรมากินให้หายแค้น

ด้วยเหตุนี้ หากใครจะไปบนบานอะไรกับเจ้าพ่อไผ่สุ่ยเอี้ย จะต้องนำเป็ดมาเป็นเครื่องเซ่นไหว้เสมอ ทำให้ศาลเจ้าพ่อไผ่สุ่ยเอี้ยจึงมีแต่เป็ดอยู่เต็มไปหมด ทั้งแบบต้มทั้งตัวและหั่นเป็นชิ้น

ซึ่งในละแวกศาลเจ้าพ่อไผ่สุ่ยเอี้ย มีชุมชนแออัดอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งทุกเย็นลูกศิษย์ศาลเจ้าพ่อจะนำเป็ดที่ผ่านพิธีลาเครื่องเซ่นไหว้ ไปมอบให้กับคนในชุมชนนั้นเป็นประจำ ทุกคนในชุมชนนั้นก็จะได้รับประทานเป็ดจนอิ่มหนำสำราญทุกวัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เจเนอเรชั่นจากรุ่นสู่รุ่น ลูกเด็กเล็กแดงก็เริ่มเอียนกับเป็ดมากขึ้นทุกที เพราะมันไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย นอกจากเป็ดต้ม เป็ดต้ม เป็ดต้ม เป็นต้ม และก็เป็ดต้ม วนเวียนอยู่แบบนี้ทุกมื้อทุกวัน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา พอรถตู้จากศาลเจ้าไผ่สุ่ยเอี้ชยขับมาจอดตรงหน้าชุมชนนั้นเมื่อไหล่ คนที่อยู่แถวนั้นก็พูดบ่นเสมอว่า “เป็ดอีกแล้ว เซ็งจังว่ะ” แต่ก็ได้แค่บ่น เพราะถ้าไม่เอาก็หมายความว่าไม่มีอะไรจะกิน

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของคำว่า “เซ็งเป็ด” ซึ่งมีความหมายว่า สิ่งที่น่าเบื่อหรือน่าผิดหวังแต่ต้องเผชิญกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!!!

แต่จริงๆ แล้ว แกงที่เจ้าพ่อไผ่สุ่ยเอี้ยได้นำไผ่เสี่ยวเมิ่นกับฮัวซวี่เฉินมาต้มกิน มีชื่อว่า “แกงพิโรธ” แต่พอนานไป คนไทยก็ออกเสียงเพี้ยนเป็น “แกงพะโล้” ตั้งแต่นั้นมา

OMG ช่างเป็นความรู้ใหม่ที่น่าแปลกใจจริงๆ (灬˘╰╯˘灬)

Post Navigation