Skincare

นานแล้วท่ี่ทำแต่งาน ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่ รู้ตัวอีกที หน้าเริ่มแห้งเพราะขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น ไอ้ที่แย่ไปกว่านั้น คือริ้วรอยที่เห็นได้ชัด จริงๆ มันก็เห็นมานานแล้วนะ แต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นรึป่าวหว่า อิอิ แล้วไหนจะรอยฝ้ารอยสิว ทั้งที่ไม่ค่อยได้ออกนอกบ้านไปไหน แต่ฝ้าก็มาหาถึงบ้านเลยนะ เพื่อนที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานมากๆ เคยถามว่า… ตัวก็ขาว หน้าก็ขาว แต่ทำไมมีฝ้า? ไปอาบแดดเฉพาะส่วนมารึไง!!!

คำถามนี้สะท้อนก้องอยู่ในหัวหลายวัน แต่เราก็มีคำตอบในใจนะ คือมันก็แอบรู้ตัวมาตลอด แต่ไม่ดูแลตัวเองอ่ะ เพราะการทำงานอยู่กับบ้าน แล้วนั่งจ้องหน้าจอคอมนานๆ มันร้ายแรงยิ่งกว่าการออกไปตากแดดเปรี้ยงๆ 1 ชม. ซะอีก ยิ่งไม่ค่อยได้ออกไปไหนเนี่ยตัวดี ยิ่งทำให้ชะล่าใจว่าไม่ต้องแต่งหน้า ทาครีมบำรุงมากก็ได้ ไม่ได้ออกไปสู้รบกับมลภาวะที่ไหน และนั่นคือ “เป็นความเชื่อที่ผิด”

แสงไฟนีออน มีรังสี UV ชนิดเดียวกับในแสงแดด ถึงจะไม่รุนแรงมาก แต่ถ้าต้องเผชิญกับแสงนีออนมากๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง หรือทำให้ผิวหนังเหี่ยวก่อนก่อนวัยอันควรได้ และเงาสะท้อนของแสงนีออน ที่สะท้อนมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ก็มีผลเสียต่อผิวพรรณได้เช่นกัน
“คัดลอกจากบทความ โดยนายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร จากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน”

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกไปไหน เราก็ต้องบำรุงต้องปกป้องให้เป็นปกติ ครีมกันแดดเนี่ย ไม่ออกไปไหนก็ต้องทา เพราะแสงจากหน้าจอ หลอดไฟ มันอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวเสียทีละนิดทีละน้อย สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราคาดไม่ถึงนี่หล่ะ ตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวเราแบบเนียนๆ เลย ใครรู้ตัวช้า เครื่องสำอางค์ หรือครีมบำรุงราคาแพงเท่าไหร่ ก็ยากที่จะฟื้นฟูผิวดีๆ ที่เสียไปแล้วได้นะ เพราะสิ่งที่ธรรมชาติให้มา คือสิ่งที่ดีและทนทานที่สุดแล้ว แต่เรามักจะทำลายสิ่งที่มีค่าด้วยการมองข้ามสิ่งที่ธรรมชาติให้มา แล้วหันไปหาสารเคมีที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอางค์ หรือครีมบำรุงที่เราไม่รู้จักมันดีพอ

แต่ละคนใช้เครื่องสำอางค์และครีมบำรุงผิวเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกัน บางคนก็ใช้เพื่อให้ดูดีขึ้น บางคนใช้เพื่อปิดบังอะไรบางอย่าง บางคนก็เหมือนจะสร้างโลกใหม่บนใบหน้า OMG ตอนล้างหน้านี่ต้องเอาเหรียญบาทขูดรึป่าวนะ รองพื้นมาหนาขนาดนี้!! แต่สำหรับเรานะ เรามองว่าเครื่องสำอางค์และครีมบำรุงเนี่ย จะมีหน้าที่อยู่ 2 อย่างคือ…

* ปกป้อง << คือการบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวแข็งแรงพอที่จะปกป้องริ้วรอย หรือปัญหาผิวพรรณต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับวัยที่ผ่านไปเร็วมาก ใครที่พ่อแม่ให้ผิวมาดีอยู่แล้ว ควรรักษาผิวดีๆ นั้นไว้นะ ให้มันอยู่กับเรานานที่สุด การบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับหยุดทำร้ายผิวด้วยสารเคมีต่างๆ ที่ตกค้างบนใบหน้า ก็ถือว่าเป็นการปกป้องที่ไม่ลำบากอะไรเลย ถ้าเราอยากจะมีผิวดีๆ

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิว ถือเป็นบาปที่อาจจะติดตัวเราไปจนตาย เพราะว่าผิวเสียแล้วมันฟื้นฟูยาก เหมือนกับเรื่องคาวๆ อ่ะคนจำแม่นนักหล่ะ แต่ถ้าเรื่องดีๆ ถามใครก็ไม่เห็นมีใครรู้เรื่อง (เข้าใจตรงกันนะ) การล้างหน้าให้สะอาดอย่างถูกวิธี ก็ถือเป็นการเริ่มต้นปกป้องผิวที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แต่ได้ผลดีแน่นอน!

* ปกปิด << คือการปกปิดส่วนที่สึกหรอ พร้อมกับคงสภาพผิวส่วนที่ยังดีอยู่เอาไว้ ไม่ให้เกิดความแตกต่างจนคนอื่นจับได้ว่า ผิวของเราขาดการบำรุงที่ดีอย่างสม่ำเสมอ เป็นการปกปิดความจริงที่ว่า ผิวของเรากำลังเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา เครื่องสำอางค์หรือครีมบำรุงจึงมีหน้าที่มาช่วยปกปิดส่วนด้อย แล้วคงสภาพส่วนที่ดีๆ เพื่อกลบเกลื่อนกันและกัน

ลองนึกภาพกระจกหน้ารถที่โดนหินดีดใส่ ถึงมันจะไม่แตก แต่ถ้ากระจกเป็นหลุมหรือมีรอยร้าวแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนกระจกบานใหม่ ก็ต้องไปให้ร้านรับซ่อมกระจกเอาน้ำยาหยอดลงไป เพื่อให้กระจกสมานเป็นเนื้อเดียวกัน แต่วิธีนี้จะใช้ได้กับรอยเล็กๆ เท่านั้น แล้วการใช้งานก็ไม่ได้กลับมาเต็มร้อยเหมือนเดิมด้วย ต่อให้เราติดฟิล์มกรองแสงเพิ่ม ก็ไม่ได้ช่วยปกปิดริ้วรอยนั้นได้ทั้งหมด

ถ้าเปรียบกระจกรถเป็นผิวหน้าของคนเรา ผิวจุดไหนมีปัญหา เราก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุด ผู้หญิงเราถึงได้มีเครื่องสำอางค์ ครีมบำรุงเต็มหน้ากระจกไงล่ะ คุณผู้ชายควรทำความเข้าใจไว้ซะด้วยนะคะ ผู้หญิงไม่ได้อยากเรื่องมาก แต่เพราะว่าผู้ชายชอบผู้หญิงดูดีมิใช่รึ (แอบโบ่ยเนอะ)

ถ้าไม่อยากใช้เครื่องสำอางค์หรือครีมบำรุงเพื่อปกปิด เราจะต้องปกป้องกันตั้งแต่ตอนที่ผิวยังดีอยู่ เพื่อให้ผิวดีๆ เป็นของเราตลอดไป เพราะการปกป้องผิวสภาพดี ย่อมง่ายกว่าผิวที่มีปัญหา ลองนึกดูสิว่า ถ้าแม่เราอายุเกือบ 70 จะสามารถปกปิดริ้วรอย หรือความเหี่ยวย่นของผิวได้หรอ เต็มที่ก็แค่คงสภาพเดิมไว้ ไม่ให้เลวร้ายไปกว่าเดิมก็เท่านั้น แต่เรามันยังวัยรุ่น(ตอนปลาย)นะ เราควรจะเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้รึป่าว?

สมัยมัธยมเคยเรียนวิชาพัฒนาบุคลิกภาพ คุณครูบอกว่า บุคลิกภาพ ต้องสร้างให้ติดเป็นนิสัย เพราะบางอย่างไม่สามารถมาแก้ไขทีหลังได้ ยกตัวอย่าง… วัยรุ่นถึงจะไม่ค่อยมีหน้าอก ก็ต้องใส่ชุดชั้นในที่ได้ทรง และเหมาะกับรูปร่างของเรา เพราะถ้านมห่างแล้ว จะโกยจะดันแค่ไหน หน้าอกสองข้างก็ไม่อยากจะมองหน้ากันแล่ว แล้วเราก็ค้นพบว่า ผู้หญิงสวย มักจะสวยมาจากภายในทะลักออกสู่ภายนอก การเลือกกินแต่ของที่ดี มีประโยชน์ ก็จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งออกมาได้ เช่นเดียวกับการใส่เสื้อในที่เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ก็ทำให้เราใส่เสื้อผ้าได้สวยขึ้น นึกภาพผู้หญิงใส่เกาะอกแล้วเนื้อตรงรักแร้ปลิ้นออกมาสิ นั่นหล่ะ ตัวอย่างของการเลือกสิ่งที่ถูกใจ มากกว่าสิ่งที่เหมาะสมกับเรา

หน้าสวย หุ่นดี เป็นพื้นฐานที่จะทำให้บุคลิกภาพเราดูดี ผิวหน้าดี ไม่ต้องแต่งหน้ามาก แค่ปัดแก้มอมชมพูให้ดูเลือดฝาดสุขภาพดี ทาลิปกลอสให้ปากดูอวบอิ่มมันวาวน่าจุ๊บ แค่นี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วนะ การดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรทำให้เป็นนิสัย แต่จะทำยังไงนี่สิ แล้วจะเลือกซื้อเครื่องสำอางค์หรือครีมบำรุงยังไงให้ใช้แล้วดูดีขึ้นแน่ๆ ไม่ใช่แพ้กลับมาหน้าเห่อกว่าเดิม ใช้แล้วช่วยเติมความมั่นใจให้เราได้ คิดเยอะนะ แบบนี้ชาติหน้าจะได้บำรุงป่ะเนี่ย ไปนอนดีกว่า

อย่าหวังว่าครีมบำรุงจะช่วยให้เราสวยได้อย่างยั่งยืน แล้วก็อย่าหวังว่าเครื่องสำอางค์เกาะติดใบหน้าเราได้ตลอด 24 ชม. เราต้องยอมรับความจริงว่า ถึงเวลาที่เราต้องลุกมาดูแลตัวเองได้แล้ว !!! ไปไถตังค์แม่แป๊ปนะ จะไปยันฮี!!! อิอิ

Post Navigation