Team Building

ถ้าใครได้อ่านคอลัมน์คนดังนั่งเขียน จากหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในวันที่ 29 ตุลาคม 2556 โดยคุณ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน เจ้าพ่อวงการ Event ของไทย จะได้เห็นถึงมุมมองและแนวคิดการทำงานในองค์กรเดิม ที่มีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำให้มีความร่วมสมัย ภายใต้องค์กรเดิมที่มีคนหลาย Generation ทำงานร่วมกันอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าแนวความคิดหรือการประยุกต์ใช้ของคนแต่ละกลุ่ม แต่ละวัย ย่อมทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง แต่ความแตกต่างที่คนแต่ละเพศ แต่ละวัยมีอยู่นั่นหล่ะ จะทำให้เกิดเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมที่จะรับมือกับโปรเจคใหญ่ หรือโปรเจคยากได้เป็นอย่างดี รวมถึงบรรยากาศการทำงานที่จะมีแต่รอยยิ้มที่สนุกสนาน หากทุกคนในองค์กรมี “ความเข้าใจ” ซึ่งกันและกัน

หากเราสังเกตสังคมการทำงานในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ยิ่งองค์กรใหญ่มากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ยิ่งห่างกันมากเท่่านั้น บางคนอาจเดินสวนกันทุกวัน แต่ไม่เคยทักทายหรือคุยกันสักครั้ง ยิ่งในยุคที่มี Social Network หลายตัวให้เราเลือกใช้งานด้วยแล้ว “การสื่อสารที่เร็วขึ้น แต่ความเข้าใจกันกลับลดลง” เพราะคนรุ่นใหม่มักเลือกที่จะแสดงออกในช่องทางที่ตัวเองถนัดมากกว่าการบอกเล่าออกมาด้วยตัวเองในที่ประชุม ทำให้การเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการบอกนั้น สามารถคลาดเคลื่อนได้ตลอดเวลา เพราะตัวหนังสือ ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ทั้งหมด และไม่สามารถควบคุมความคิดเห็นที่อาจมีความแตกต่างกันไปได้ทั้งหมดเช่นกัน และสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ คือสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดในการทำงานร่วมกันในองค์กร

การเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ จะเป็นประโยชน์มากหากทุกคนในองค์กรพร้อมที่จะเปิดใจยอมรับและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งนั่นต้องเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมที่เคยทำกันมานานไปพร้อมๆ กับเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าด้วยการยอมรับร่วมกันในองค์กร การทำกิจกรรมร่วมกัน จึงเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่นุ่มนวลที่สุดสำหรับคนในแต่ละ Generation ถือเป็นการช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในองค์กรได้ในเวลาเดียวกัน

การสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในองค์กร ถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติที่ผู้บริหารต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานของงาน และพนักงานในองค์กรร่วมด้วย การทำกิจกรรม Team Building จึงถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดช่องว่างของความไม่เข้าใจพร้อมกับสร้างสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดให้กับทุกคนในองค์กร ซึ่งปฎิบัติกันมาจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ไปโดยปริยาย ทุกคนในองค์กรจะตั้งตารอคอยข่วงเวลานี้ โดยคาดหวังว่าจะได้พักผ่อนเต็มที่แบบไม่ต้องทำงาน

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ สำหรับบริษัท  Index Event จะมีการออกแบบกิจกรรมเพื่อการทำ Team Building โดยเฉพาะ เพื่อให้การออกไปทำกิจกรรมร่วมกันของทุกคนในองค์กรนั้น ทุกฝ่ายจะต้องได้รับประโยชน์และกระชับความสัมพันธ์ได้มากกว่าการไปพักผ่อนร่วมกันจริงๆ เพราะส่วนใหญ่แล้ว การออกไปทำกิจกรรม  Team Building แต่ละครั้ง เรามักเลือกใช้บริการของบริษัทท่องเที่ยว เพราะสามารถอำนวยความสะดวกได้หลายอย่าง เช่นที่พัก การเดินทาง อาหาร รวมไปถึงกิจกรรมเบื้องต้น แต่มันไม่ได้หมายความว่า กิจกรรมที่บริษัทท่องเที่ยวเลือกมาให้นั้น จะสามารถตอบโจทย์ที่องค์กรต้องการได้ทั้งหมด ทั้งที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของการออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน

การทำงานยังต้องมีการกำหนดเป้าหมาย แล้วการทำกิจกรรมเพื่อคนในองค์กรล่ะ เราควรมีการกำหนดเป้าหมายด้วยหรือเปล่า? เพื่อให้กิจกรรมที่อาจต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายมากมาย สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับการทำงานของทุกคนในองค์กรได้ ยิ่งในยุคที่มี Social Media เป็นผู้ครอบครองโลกด้วยแล้ว หากวางแผนกิจกรรมดีๆ ย่อมทำให้เกิดการเรียนรู้ และการสื่อสารไปยังผู้บริโภคทั่วไปได้ด้วยว่า องค์กรของเรามีประสิทธิภาพตั้งแต่ตัวบุคคลากร ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาได้ แบบนี้ เราควรที่จะออกแบบกิจกรรม Team Building ของเรามั๊ยคะ

Post Navigation