พลิกมุมคิด ชีวิตเปลี่ยน

ถ้าให้นิยามคำว่า “มุม” ในความหมายของตัวเอง เราจะนิยามมันว่ายังไง?

เมื่อก่อนเราเคยคิดกันเองว่า “มุม” เป็นเรื่องของความคิด ไม่ใช่เรื่องของคณิตศาสตร์อะไรเลย “มุมมอง” ก็ยิ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเลขทั้งสิ้น น่าจะเกี่ยวกับจิตวิทยามากกว่าด้วยซ้ำ แต่พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้ “พลิกมุมคิด ชีวิตเปลี่ยน” เป็นผลงานการเขียนของ “หนุ่มเมืองจันท์” ในหนังสือชุด “ฟาสต์ฟู๊ดธุรกิจ” เล่มที่ 8 ก็ทำให้เกิดการเรียนรู้ในอีกแง่มุมนึงที่ไม่เคยรู้ หรือไม่เคยศึกษาหาที่มาใดๆ มาก่อนเลย ถึงมันจะไม่ได้เกี่ยวกับหลักการใดๆ ของธุรกิจ แต่มันทำให้เราเกิดความคิดที่แตกต่าง และความแตกต่างนั่นหล่ะ ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น เชื่อมั๊ยล่ะ

“มุม” คือเส้น 2 เส้นมาแต๊ะอั๋งกัน เรียกว่า 2 เส้นนี้ปิ๊งกันเมื่อไหร่ล่ะได้มุมขึ้นมาแน่นอน ไม่ชื่อให้ลองสังเกตหนุ่มสาวคู่รัก เอาแบบข้าวใหม่ปลามัน(ส์) ก็จะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นนะ เพราะว่าคนอินเลิฟกันใหม่ๆ เนี่ย เส้นลำคอเค้าจะตั้งตรงปกติ แต่สักพักก็จะเริ่มคล้อย เอียงซ้าย เอียงขวามาหากัน ยิ่งเวลาดูหนังนะ คนละมุมสองมุมเลยทีเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่หัวแตะกันเท่่านั้นหล่ะ เกิด “มุม” ทันที

เสน่ห์ของ “มุม” คือการที่เส้น 2 เส้น ถูกสัมผัสกันแค่จุดเดียว แต่ทำให้เกิดมุมได้หลายแบบ มุมแหลม มุมป้าน มุมสูง มุมต่ำ มุมต่าง ต่าง… ว่ากันได้ตามองศาเลยทีเดียว น่าแปลกใจมั๊ยล่ะ ที่เส้นเพียง 2 เส้น แต่ทำไมทำให้เกิดมุมต่างๆ ได้มากมาย หรือแม้กระทั่งมุม 360 องศา บางคนก็ยังมองว่ามันคือ 0 ได้ ทั้งๆ ที่มูลค่ามันต่างกันมากมายเลยนะ แต่ก็ยังมีคนคิดว่ามันคือสิ่งเดียวกัน เพราะเรามองในมุมที่ต่างกันหรือเปล่านะ

เพราะฉะนั้น “มุม” อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจากเส้น 2 เส้นเพียงอย่างเดียวแล้วหล่ะ มันน่าจะเกิดจาก เส้น 2 เส้นสัมผัสกันพร้อมกับ “จินตนาการ” ซึ่งใครจะมโนภาพไปแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความคิดของคนๆ นั้นแล้วหล่ะนะ ถ้าคิดดี เราจะเห็นแต่ภาพดีๆ แต่ถ้าคิดร้าย เค้าก็จะเห็นแต่ภาพหดหู่ น่าอนาถ เรียกว่า “คิดสิ่งใด ก็ได้สิ่งนั้น”

ในสิ่งเดียวกัน แต่ต่างคนต่างคิด ชีวิตก็แตกต่างกันไปตามมุมมอง ดูอย่างคำว่า “วิกฤต” ที่ภาษาจีนใช้คำว่า “เหว่ยจี” สิ คำๆ เดียว ยังสามารถให้ความหมายที่แตกต่างกันโดยสินเชิงได้

“วิกฤต” ในภาษาจีนใช้คำว่า “เหว่ยจี” ที่มาจากอักษรตัวหน้าคำว่า “เหว่ยเสี่ยน” ที่แปลเป็นไทยว่า “อันตราย” และคำว่า “จีฮุ่ย” ที่แปลเป็นไทยว่า “โอกาส” รวมกันเป็น “เหว่ยจี”

นั่นหมายความว่า “วิกฤต” ถ้าแปลเป็นภาษาจีนแล้ว อาจหมายถึง “อันตราย หรือ โอกาส” ได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการตีความของคนๆ นั้น ว่าจะมองเห็นแต่อันตรายรอบด้านจนไม่กล้าลงมือทำอะไร หรือจะมองให้รอบด้านจนเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในความอันตรายนั้น หรืออาจจะไม่เห็นอะไรเลยก็ได้นะ เพราะมันขึ้นอยู่กับ “มุมมอง” ของแต่ละคน

การจะทำธุรกิจให้สำเร็จ เราต้องสามารถมองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปไม่เห็น หรือเข้าไม่ถึงให้ได้มากที่สุด เพราะสิ่งที่คนอื่นม่เห็น แม้จะมีโอกาสสำเร็จเพียง 1% ในสายตาคนอื่น แต่ถ้าเราสามารถมองให้เห็นเป็นเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงได้ นั่นหมายความว่า เราก็มีโอกาสที่จะสร้างธุรกิจที่มีความแตกต่างได้อย่างไร้คู่แข่ง

ถ้าคนทั่วไปคิดว่า 1+1 = 2 แล้วเราก็คิดไม่แตกต่างจากคนทั่วไป แล้วเราจะขยายธุรกิจได้ด้วยวิธีไหน? จะขยายธุรกิจได้อย่างไร ถ้าเราไม่ได้คิด หรือไม่ได้ทำอะไรที่แตกต่างเลย การคิดแบบ 1+1 = 2 ไม่ผิดเลยนะ แต่นั่นเป็นหลักการพื้นฐานที่ยังไม่มีการต่อยอด ถ้าคิดจะทำอะไรที่แตกต่าง เราต้องคิดว่า 1 บวกกับอะไรให้ได้ผลลัพธ์เป็น 5 แล้วกลายเป็น 10 เป็น 100 เป็น 1,000 แล้วขยายเพิ่มมากขึ้นเป็นไปเรื่อยๆ แบบทวีคูณ

การประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ จึงไม่ใช่แค่ว่าใครจะได้รับโอกาสที่ดีกว่าใคร แต่เราก็สามารถสร้างโอกาสนั้นขึ้นมาเองได้ ด้วยการคิด และการมองในมุมที่แตกต่าง ส่วนประกอบที่เหลือของธุรกิจ เป็นพื้นฐานที่ไม่แตกต่างกันมาก เราสามารถเลือกใครมาดูแลส่วนนั้นก็ได้ ไม่ยากเลย แต่ใครล่ะ ที่จะ “คิด และทำได้แตกต่างมากกว่ากัน” 

Post Navigation