อ่านข้อความข้างบนแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ รู้สึกเหมือนกันหรือเปล่าว่า… มันคือสิ่งที่เราไม่ค่อยคิดกันจริงๆ หล่ะ บางครั้งเราก็มัวแต่โวยวายว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมทำแบบนั้น ทำไมทำไรไม่ถนอมน้ำใจเรา แต่เรามักจะลืมมองในอีกด้านนึงว่า ถ้าเราสลับที่กันยืน เค้าสามารถถนอมน้ำใจเราได้แค่ไหน และเค้าทำแบบนั้น คือต้องการสื่ออะไรที่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ หรือเปล่า ซึ่งมันจะต่างกับการปิดบังหรือไม่พูดอะไรเพราะเกรงใจนะ

การอยู่ร่วมกันในสังคมย่อมต้องมีการกระทบกระทั่ง หงุดหงิดไม่พอใจกันบ้างเป็นธรรมดา แต่เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เราทุกคนควรเคารพในสิทธิของกันและกัน และยอมรับในวัฒนธรรมของสังคม เวลาที่เราอยู่บ้าน ทุกคนอาจจะยอมให้เราทำสิ่งนี้ได้ตลอดเวลา แต่เมื่อเราออกมานอกบ้าน สังคมเปลี่ยนไป เราอาจจะถูกต่อต้านสิ่งที่เราเคยทำที่บ้านเป็นปกติก็ได้นะ ใครจะรู้

นั่นหมายความว่า เราทุกคน ต้องมีการยืดหยุ่นและเปิดใจยอมรับในความคิด ความรู้สึกของกันและกัน สิ่งไหนที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับกันได้หรือไม่ได้ ก็ควรมีการพูดคุยบอกกล่าวกัน โดยที่ไม่ทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกอึดอัด การสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจ จึงเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายออกมาให้อีกฝ่ายเข้าใจโดยง่าย เพราะต่างฝ่ายก็ต่างกลัวว่าจะต้องมีคนเสียใจ

แล้วจะทำยังไงดี ถ้าบางทีเราก็ไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย? เราควรพูดคุยกันมากขึ้นมั๊ย หรือเราควรทำความเข้าใจอะไรให้มากขึ้น มองไปให้ลึกขึ้นไปอีกเสตปว่า อีกฝ่ายต้องการบอกอะไรเราเป็นนัยๆ หรือเปล่า การอ่านใจคนแล้วมองให้ลึกไปถึงความตั้งใจจริงลึกๆ ของอีกฝ่าย จะช่วยให้เราเข้าใจการกระทำและสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อสารออกมาได้ง่ายขึ้น บางเรื่อง เราก็ควรเข้าใจอะไรได้เอง ไม่จำเป็นต้องให้อีกฝ่ายพูดออกมาตรงๆ แล้วค่อยมาทะเลาะกันว่าทำไมพูดจาแบบนี้ ไม่ไว้หน้ากันเลย ไม่ถนอมน้ำใจกันเลย บรา บรา บรา

บางครั้งเราก็ต้องสลับที่กันยืนนะ ว่าอีกฝ่ายก็พยายามสื่อสารกับเราแบบนุ่มนวลที่สุดแล้วหรือเปล่า นอกจากเรามักจะไม่สลับที่กันยืนแล้วยอมรับในความรู้สึกของอีกฝ่ายแล้ว เรายังชอบ “ร้อนตัว มากกว่า รู้ตัว” อีกด้วย

ในโลกของสื่อออนไลน์ ทุกคนมีอำนาจอยู่ในมือ ใครคิดอะไร รู้สึกยังไง ทำอะไรอยู่ ก็จะพร่ำพรรณากันลงไปผ่าน Social Network ต่างๆ บางคนไม่พอใจเพื่อนที่ทำงาน พอโพสต์อะไรออกมา เพื่อนสมัยเรียนไม่คุยด้วยซะงั้น เพราะมัวแต่คิดไปเองว่า สิ่งที่โพสต์ออกมานั้นน่ะ เค้าหมายถึงเรา ทั้งที่จริงๆ แล้ว เค้าอาจจะไม่ได้หมายถึงใครเลยก็ได้ บางคนก็อาจจะโพสต์สิ่งที่อยู่ในหัว ว่าเค้ากำลังคิดแบบนี้ แต่ยังไม่ได้มีตัวละครอะไรอยู่ในนั้น เราก็ดันยัดเยียดตัวเองเข้าไปซะนี่ ทำให้ต่างคนต่างทุกข์ใจโดยไม่มีใครตั้งใจให้มันเกิดขึ้นเลย

นั่นเป็นเพราะว่า เราร้อนตัวกันไปเอง ส่วนคนที่เราพูดถึง นอกจากจะไม่รู้ตัวแล้ว ยังไม่ร้อนรนอะไรเลย มีแต่เรานี่หล่ะที่ต้องมาเร่าร้อนเสียเอง กับสิ่งที่เราโพสต์ออกไป แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดีล่ะ เพื่อนเรามีเป็นร้อยเป็นพัน แต่ละคนก็เจออะไรกันมาบ้างก็ไม่รู้ โพสต์อะไรออกไปแล้วจะสะกิดต่อมใครบ้างยิ่งเดากันยากเข้าไปใหญ่ “แล้วเราต้องเอาคนทั้งโลกมาใส่ไว้ในใจเราคนเดียวเลยหรือเปล่า”

ถ้าชีวิตเรา ต้องแคร์คนทั้งโลก แล้วในทางกลับกัน คนทั้งโลกเค้ารับรู้มั๊ยว่าเราแคร์เค้าขนาดไหน สิ่งที่เราคิดว่าดี บางทีก็ไม่ได้ทำให้คนอื่นรู้สึกดีเสมอไป เพราะเราหนึ่งคน ไม่สามารถทำให้คนทั้งโลกรู้สึกดีได้ทุกคนหรอก ถ้าอยากให้ทุกคนที่อยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้มีความสุข เราก็แค่ทำตัวเองให้มีความสุข ยิ้มแย้มให้กัน ไม่คิดกันไปเอง

แค่เราเลือกรับข้อมูลแต่พอดี เลือกที่จะรับรู้ เลือกที่จะรับฟัง เลือกที่จะยอมรับ แล้วเลือกที่จะรู้ตัวให้มากกว่าร้อนตัว แค่นี้ก็ช่วยลดความอึดอัดในการอยู่ร่วมกันแล้วนะ ถ้าเรารู้จักเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของกันและกัน รู้หน้าที่ของตัวเอง เคารพในหน้าที่ของคนอื่น ก็ช่วยลดความอัดอัดใจได้มากแล้ว ปัญหาการไม่พูดตรงๆ พูดอ้อมๆ ไม่เข้าใจ ก็จะลดลง ความเข้าใจก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย

พร้อมหรือยังล่ะ ที่จะเปิดใจยอมรับข้อมูลเท่าที่จำเป็น อะไรที่รู้แล้วไม่สบายใจ ก็ไม่ต้องไปดู ไปรู้ ไปเห็น แค่นั้นก็จบละ การ Public ข้อมูลอยู่ที่คนอื่น แต่การรับรู้อยู่ที่เรา เราสามารถกำหนดได้ว่า เราจะรับข้อมูลอะไรเข้ามาไว้ในสมองของเราบ้าง ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เราก็แค่รับฟังไว้ แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ ถ้ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราเลวร้ายลงไปกว่าเดิม การปล่อยวาง ก็จะช่วยให้เรามีความสุขกับทุกๆ วันนะ

Creative Content

Post Navigation