คำว่า “Creative” หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ หรือมุมมองที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินคำนี้กันในวงการโฆษณา หลายคนที่จบนิเทศศาสตร์มา ก็มักจะมาเจอกันในสายงาน Creative ทั้งที่จริงแล้ว ควรใช้ชื่อตำแหน่งงานว่า Creator หรือเปล่านะ เพราะตามหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษบนดิกชันนารีทุกเล่ม คำว่า “Creator” เป็นคำนามที่ให้ความหมายว่า “ผู้สร้าง หรือผู้ให้กำเนิด” เพราะฉะนั้น คำว่า “Creative” น่าจะหมายถึงผลงานของ Creator หรือเปล่านะ (อันนี้ก็ละเอาไว้ในฐานที่ ไม่ค่อยเข้าใจละกันเนอะ)

ซึ่งคนที่เป็น Creative จะมีหน้าที่คอยคิด และนำเสนอไอเดียดีๆ ที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการ สรรหาความตื่นเต้น น่าสนใจมาตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งหากเป็นเรื่องของการสื่อสาร “Creative Content” ดูจะมีความโดดเด่นมากในช่วงเวลานี้ เพราะมันหมายถึงรูปแบบการสื่อสารที่สร้างความตื่นเต้น น่าสนใจจนต้องติดตามอยู่เรื่อยๆ และทำให้เกิดการแพร่กระจายไปทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็วได้ แล้วอะไรล่ะ ที่เรียกว่า “Creative Content”

ในเมื่อ Creative หมายถึงสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์  และ Content หมายถึง เนื้อหา เมื่อ 2 คำนี้มารวมกัน มันควรให้ความหมายว่า “เนื้อหาที่มีความสร้างสรรค์อยู่ในตัวเอง” ขอย้ำคำว่า “สร้างสรรค์” นะคะ เพราะบางคนก็สร้างเรื่องดราม่า แล้วบอกว่านี่คือ “Creative Content” มันไม่ใช่นะ เพราะดราม่ามันไม่ได้สร้างสรรค์ แต่มันสรรสร้างกันขึ้นมารายวัน หาสาระอะไรไม่ได้เลย จริงป่ะ?

ยิ่งในยุคทองของการตลาดออนไลน์แบบนี้ “Creative Content” นี่ถือว่าเฟื่องฟูมาก ยกตัวอย่างเจ๊ต่าย Jaytherabbit

Jaytherabbit

นางมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้คนติดตามเป็นแสนๆ ในเวลาไม่กี่เดือน เธอเป็นใคร? ไม่ต้องสนใจหรอก สนใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับเราดีกว่า เช่นเนื้อหาที่นางสร้างขึ้นมา จากตัวการ์ตูนธรรมดาที่ใครๆ ก็วาดได้ (แต่น่ารักไม่เหมือนกันนะ) จับมาใส่คาแรกเตอร์สาวโสด ขึ้นคาน พร้อมกับใช้ถ้อยคำ วาจาที่กระชากใจ พูดอะไรตรงไปตรงมา เสียดสีสังคมแบบเก๋ๆ อ่านแล้วอดขำไม่ได้ แล้วแบบนี้ใครจะไม่กด Like กด Share ล่ะ

Jaytherabbit

ขนาด คิ้วต่ำ ยังต้องขอฮาด้วยคน ซึ่งมันก็ลงตัวดีนะ เพราะคิ้วต่ำก็มีสไตล์เดียวกันกับเจ๊ต่าย คือใช้ภาพในการเล่าเรื่องเชิงข้อคิด จะออกเป็นสุภาพบุรุษนุ่มนวลกว่าเจ๊ต่าย ก็เลยทำให้มีแฟนๆ ติดตามกันอย่างมากมาย

คิ้วต่ำ

Creative Content ไม่ได้จำกัดไว้ด้วยหลักการใดๆ ตายตัว อะไรที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ และสามารถสื่อสารให้คนเข้าใจได้ง่าย มีความสนุกสนานหรือตื่นเต้น ดูแล้วรู้สึกดี อมยิ้มได้ นั่นก็ถือว่าเป็น Creative Content แล้วหล่ะ

Creative Content

แบบนี้ไม่รู้เรียก Creative Content หรือเปล่านะ เพราะข้อความมันเหมือนจะหยาบคาย แต่… ยืมตังค์หน่อยดิ ^^

Creative Content

ส่วนภาพนี้ก็แค่รู้สึกว่าเบื่อการกินยาเนอะ ลองใส่เรื่องราวลงไปสักนิดดีมั๊ย จะได้น่ารักกว่าการบ่นว่า กินยาอีกแระ

Creative Content

กินยาบ่อยๆ บ่นมากๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นหมีเอาได้นะ ^^

Creative Content

เป็นคนไม่กินเหล้า เลยไม่รู้ว่า ระหว่างขนมกะเหล้า อะไรมันขมกว่า แต่เบื่อกินยาละ กินขนมบ้างดีกว่า แค่เติมเส้นลงไป ใส่ข้อความนิดหน่อย ขนมของเราก็ดูน่ารัก น่าหม่ำมากขึ้นแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่ได้ต้องใช้อุปกรณ์หรือจ้างเอเจนซี่ที่ไหนมาคิดอะไรให้เลย แต่ทั้งหมดมันเริ่มมาจากสิ่งรอบตัว+อุปกรณ์ที่มี Galaxy Note2 คิดอะไร ทำได้เลยจริงๆ

แค่เรารู้ว่า เราจะบอกอะไร กับใคร แล้วใส่เรื่องราวลงไปด้วยวิธีที่เราถนัด จะผัด จะต้ม จะปิ้ง เลือกเอาเลยนะ เราไม่ถนัดวาดภาพ แต่เราชอบตัดแปะ มันก็น่ารักไปอีกแบบ แต่ประเด็นคือ เรารู้หรือยัง ว่าเราจะทำอะไร สื่อสารกับใคร แล้วมันจะถูกนำไปใช้บนช่องทางไหน อย่าลืมเลือกใช้ให้เหมาะสมกับช่องทางนั้นๆ ด้วย แล้ว Creative Content ของเรา จะได้เกิดการ Like การ Share และน่าติดตาม

Creative Content

ถ้าเราสรรหาความแปลกใหม่ให้กับสิ่งที่เราโพสต์ขึ้นไปบน Social Media บ่อยๆ เราก็จะมีคนติดตามเพิ่มขึ้นๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมบางคนไม่ค่อยโพสต์อะไร แต่ทำไมมีคนสนใจเยอะแยะ แต่ทำไมคนที่โพสต์มากมาย แต่ไม่เห็นมีใครติดตาม ของอย่างนี้ มันอยู่ที่ Gimmick จ้าาาาาาา

Post Navigation