“ความเชื่อ” เธอคือใคร?

“ความเชื่อ” เหตุใดหนา เธอจึงมีอิทธิพลที่แตกต่างในตัวตนของเธอเช่นนั้น

ความเชื่อเจ้าเอย บอกฉันทีได้หรือไม่?

เหตุอันใดบางครั้งเธอสดใส เหตุอันใดที่หลายต่อหลายครา เธอถึงร้ายกาจแสนเลือดเย็น
บางครั้ง เธอนำพาฉันสู่ความสุขสม บางคราวเธอผลักฉันจมดิ่งกับความทุกข์ระทม

คำถาม กับ ความสับสน ปนเปลี่ยนเวียนวนจนเกินจะเข้าใจได้ด้วยตนเอง
“เธอจ๋า” เสียงเพรียกของความเชื่อ สะท้อนกลับมาหาเจ้าของ
เธอที่รักของฉัน ฉันมีความลับบางอย่างอยากจะบอกเธอให้เข้าใจ

“ความเชื่อ” อย่างฉัน เป็นสิ่งวิเศษที่แสนอันตราย

ฉันสามารถถากถางความยากลำบาก และนำพาเธอไปสู่จุดหมายได้อย่างง่ายดาย
แต่บางเวลา ฉันกลับกลายดุร้าย ดุจคมมีดกรีดเธอให้เจ็บปวดได้ ยามเธอพลาดไม่ระมัดระวัง

หากเธอใช้ฉัน อย่างไม่ “ตรึกตรอง” ให้รอบด้าน

หากเธอใช้ฉัน ด้วยความเขลา ขาด “สติ” เข้ามาประคับปรอบคองไว้ข้างหลัง

หากเธอใช้ฉัน เพราะต้องการทำลายชีวิตและจิตใจของผู้อื่น
ปลายทางสุดท้ายที่เธอจะได้พานพบ อาจจะเป็นสุดยอดคำคลาสสิค

ที่แฝงเร้นอยู่ทุกขุมขนของผู้ไร้ปัญญาพิจารณา “การโกหก”

การโกหกนั้น ไม่ใช่ใครโกหกเธอ แต่เป็นตัวตนของเธอ ที่กำลังพยายามโกหกตัวเอง

ว่าสิ่งที่เธอ “เชื่อ” นั้น เป็นสิ่งที่เธอคิดว่าถูกต้อง

เพราะฉะนั้น “เมื่อเธอมีฉันแล้ว จงใช้ฉันอย่างระมัดระวังนะ”

——————-

เป็นบทความที่อ่านครั้งแรกแล้วโดนใจเต็มๆ เลยไม่สามารถที่จะปล่อยบทความนี้ไปได้ ถ้าไม่เอามาแปะไว้บ้านเราบ้าง เพราะมันเป็นเรื่องของ “ความเชื่อ” ที่แต่ละคนก็จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะมีความเชื่อที่อ้างอิงวิทยาศาสตร์ คือสามารถพิสูจน์ได้ แต่บางครั้ง วิทยาศาตร์มันก็ต่างกับเทคโนโลยีตรงที่ ไม่มีนักวิชาการออกมาบอกถึงข้อผิดพลาด และแนวทางแก้ไขวิทยาศาสตร์นั้นๆ สักเท่าไหร่ หากเทคโนโลยีที่เราใช้นั้น มันถูกใช้อย่างผิดประเภท ความเชื่อในหลักการ ก็เลยเข้าใจยากในบางครั้ง

เมื่อเราไม่สามารถหาคำอธิบายใดๆ ได้ เพราะเราไม่ใช่นักวิทยาศาตร์ ทำให้ความเชื่อของคนเรา บางครั้งก็ไม่ถูกต้องอย่างที่เราคิดเสมอไป หรืออาจจะถูกต้องเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว เราจะแก้ไขยังไง หรือจะหาเหตุผลมาตอบตัวเองอย่างไร เป็นเรื่องของกระบวนการคิดที่แต่ละคนมีการลำดับเหตุการณ์และแก้ปัญหาต่างกัน

เวลาที่ “ความเชื่อ กับ วิทยาศาสตร์” มันมีความสอดคล้อง แต่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทั้งหมด ความเชื่อที่อยู่ในสมองเราจะเริ่มกระบวนการคิดและตัดสินจากพื้นฐานความเชื่อของเราโดยทันที ซึ่งไม่มีใครตอบได้หรอกนะ ว่าความเชื่อของเรามันตรงกับความเชื่อของคนอื่นหรือไม่ สำหรับบางกรณี ต้องทิ้งประโยคดีๆ ไว้ให้คิดกันต่อค่ะว่า “อย่าตัดสินคนอื่นว่าผิด เพียงแค่เค้าคิดไม่เหมือนเรา” 

บางที สิ่งที่เราเชื่อมานาน อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไปก็ได้นะคะ คนฉลาด มักเปิดใจให้กับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอค่ะ

ที่มา: pearless.in.th

Post Navigation