forgive and forget

บทความดีๆ ที่อยากแนะนำให้อ่านค่ะ เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก แล้วส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่มันก็เกิดขึ้น แล้วก็จะมีคนหนึ่งคนต้องเสียใจ หรืออาจจะลุกลามให้หลายคนเสียใจก็มี เป็นเรื่องของการให้อภัยที่บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่า เราได้ให้อภัยใครจากใจเราจริงๆ หรือเปล่า ลองอ่านแล้วกลับไปคิดเปนการบ้านนะคะ ทุกคนผิดพลาดได้เสมอ ความผิดพลาด ไม่ใช่ตราบาปในชีวิต มันไม่ทำให้เรากลายเป็นคนเลวได้ ถ้าเรารู้จักคำว่า “แก้ไข”

สามีภรรยาทะเลาะกัน หลังจากนั้นต่างคนต่างแยกไปพักหนึ่ง แล้วกลับมาเจอกันอีก

สามี : ผมขอโทษนะ

ภรรยา : คะ ฉันให้อภัยคุณคะ ฉันก็ขอโทษด้วยนะที่พูดไม่ดีกับคุณ

ทั้งสองคนก็ดีกัน และหลังจากนั้นประมาณสองสัปดาห์ ทั้งสองทะเลาะกันอีก

สามี : จำไม่ได้หรอ วันนั้นคุณว่าอะไรผมไปบ้าง คุณโทษผมทั้งนั้น ในทุกๆเรื่อง คุณว่าผมผิด สามีพยายามขุดคุ้ยเรื่องเก่าออกมาทะเลาะอีก

ภรรยา : ฉันขอโทษแล้ว พร้อมกับเดินจากไปด้วยคำถามที่ว่า “เขาให้อภัยแล้วจริงหรือ?”

บ่อยครั้งคนเราหลังจากการทะเลาะหรือผิดใจกัน มักจะจดจำความผิดของคนอื่นไว้เสมอ แม้ว่าปากจะบอกว่า ให้อภัยแล้ว แต่ก็ไม่เคยลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งก่อนๆ เวลาทะเลาะกันก็คุ้ยขึ้นมาอีก ซึ่งทำให้สะสมไปเรื่อยจนสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้งภายในครอบครัวเสมอมา จนทำให้ครอบครัวต้องแตกแยกไปในที่สุด

มีคำกล่าวว่า การจำคุกต้องมีทั้งสองฝ่ายเสมอ คือนักโทษและผู้คุม ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็อยู่ในเรือนจำเช่นกัน ถ้าคุณปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นอิสระ คุณเองก็จะเป็นอิสระด้วย คุณไม่จำเป็นต้องยอมรับพฤติกรรมหรือต้องชอบคนที่ทำให้คุณเจ็บ เพียงแต่คุณให้อภัยเขาเพื่อที่คุณจะได้ดำเนินชีวิตต่อไป การให้อภัยจึงเป็นการกระทำเพื่อตนเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อคนอื่นเลย และมันเป็นการกระทำด้วยจิตใจที่สงบสุขและมั่นคง

จงให้อภัย…และลืม ไม่ใช่ให้อภัย….และจดจำ เพราะเมื่อคุณให้อภัยก็หมายความว่าสิ่งนั้นถูกลบออกไปแล้ว ไม่นำกลับมาอีก

 

โดย มัรยัมกุบรอ

Post Navigation