เคยสงสัยมั๊ยคะว่า HR หรือฝ่ายบุคคลนั่นหล่ะ วันๆ นึงเค้าทำอะไรกันบ้าง คือมีหน้าที่คอยติดประกาศหาคนมาทำงานให้ตรงตามที่องค์กรต้องการ กับทำเรื่องจ่ายเงินเดือนพนักงานแต่ละคนแค่นี้นั้นป่ะ ซึ่งเรื่องนี้ยากนะคะ ที่จะให้คนทั่วไปเข้าใจในภารกิจของฝ่ายบุคคลได้ทั้งหมด เพราะการจัดสรรคนเข้าทำงานก็ไม่ใช่ว่าจะง่าย จะหาคนจากที่ไหนให้ตรงตามต้องการ แล้วถ้ารับเข้ามาแล้วอะไรๆ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังไว้ล่ะ จะทำอย่างไรและที่สำคัญคือ รายได้ของพนักงานทุกคนในองค์กร จะจัดสรรกันอย่างไร ให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด ทั้งกับองค์กรและตัวพนักงาน

ถ้าเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ส่วนใหญ่โครงสร้างของเงินเดือนจะขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ประกอบกิจการ โดยอาศัยมาตรฐานตามกฎหมายแรงงานทั่วไป สวัสดิการหรืออัตราการขึ้นเงินเดือนก็อาจจะไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่ ต่างกับองค์กรใหญ่ๆ ที่มักจะมีฝ่ายบุคคลที่เข้ามาดูแลรับผิดชอบเรื่องของโครงสร้างเงินเดือน สวัสดิการ อัตราเงินเดือนก้าวหน้าของแต่ละปี หรือเมื่อมีผลงานที่ชัดเจน

ฝ่ายบุคคล จึงมีหน้าที่บริหารและจัดสรรค่าจ้างของพนักงานในองค์กร รวมถึงการบริหารงบประมาณในการเบิกจ่ายสวัสดิการ และอัตราเงินเดือนก้าวหน้าของพนักงานแต่ละคน เมื่อครบกำหนดระยะเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องสามารถตอบคำถามและอ้างอิงโครงสร้างของเงินเดือนได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และเกิดความเป็นธรรมกับพนักงานในองค์กรทุกคน ซึ่งบางองค์กรก็อาจจะไม่ได้ครอบคลุมถึงส่วนนี้ ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจและปัจจัยอีกหลายประการ วันนี้เลยหาข้อมูลเรื่องของหลักการบริหารค่าจ้างมาลองอ่านดูว่า เราต้องมีหลักเกณฑ์อะไรกันบ้าง

  1. ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า องค์กรของเรา กำลังแข่งขันอยู่ในตลาดใด และในกลึ่มตลาดนั้น มีอัตราการจ่ายค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ ยึดหลักการใดเป็นที่ตั้งของการจ่ายค่าตอบแทน เพื่อที่เราจะพิจารณาให้สามารถจ้างบุคคลากรได้ในอัตราที่เหมาะสม ไม่งั้นจะทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะทรัพยากรมนุษย์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการทำธุรกิจ
  2. ต้องสามารถวิเคราะห์ให้ออกว่า บริษัทเราอยู่ ณ จุดไหนของตลาดที่เราแข่งขันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงินได้อื่นๆ และสวัสดิการ และภาพรวมทั้งหมด บริษัทนั้นให้ค่าตอบแทนอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ สูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐาน และเราสามารถจ่ายได้ที่เท่าไหร่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพกลับมาเท่ากัน ซึ่งต้องมีการบริหารบุคคลกรร่วมด้วย
  3. สามารถกำหนดและเปลี่ยนแปลงทิศทางในการบริหารค่าจ้างของพนักงานได้ตามสถานการณ์ ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ
  4. สามารถวางโครงสร้างของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนพนักงานในองค์กรได้ทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานแรกเข้า พนักงานเก่า พนักงานใหม่ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา ซึ่งต้องอ้างอิงกับสภาพเศรษฐกิจในเวลานั้นๆ ด้วย
  5. สามารถนำเสนอหรือชี้แจงรายละเอียดของตัวเลขการขึ้นเงินเดือนประจำปีตามผลงาน โดยอ้างอิงจากข้อมูลเศรษฐกิจภายนอก และนำเอาอัตราการจ่ายของบริษัทมาพิจารณาได้ด้วย พร้อมกับสามารถนำเสนอผู้บริหารได้ว่าเราควรจะขึ้นเงินเดือนกันสักกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้แข่งขันกับตลาดได้
  6. สามารถตอบคำถามและชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้กับพนักงาน และผู้บริหารได้อย่างมีตรรกะ ซึ่งต้องมีการบริหารค่าจ้างเงินเดือนได้อย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนภายในบริษัทเอง

ทั้งหมดเป็นหลักการบริหารค่าจ้างเงินเดือนพนักงานอย่างมืออาชีพ (ใครที่ไม่เคยทำตามที่กล่าวมาสักข้อ ขอให้พิจารณาตัวเองค่ะว่าเดือนนี้ จะขึ้นหรือลดเงินเดือนตัวเองดี) ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับไหน ตำแหน่งอะไรในองค์กรก็ตาม ทุกคนล้วนมีความสำคัญกับองค์กรทั้งสิ้น เพราะไม่มีธุรกิจใดสำเร็จได้ด้วยพนักงานคนเดียว ขนาด Social Media สามารถเข้าถึงคนได้จำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถครองยอดขายไว้ได้ทั้งหมด ยังคงต้องพึ่งยอดขายในส่วนออฟไลน์ จึงจะเป็นผู้ครองตลาดสินค้านั้นๆ ได้ เรื่องเล็กน้อยที่ควรใส่ใจนะคะ เก็บไปคิดกันค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง: prakal.wordpress.com

 

Post Navigation