เคยมั๊ย ที่รู้สึกว่าถามใจตัวเองแล้วไม่ได้คำตอบ ทั้งๆ ที่เป็นคำถามง่ายๆ “รักหรือเปล่า” แต่ทำไมเราตอบไม่ได้ เชื่อว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาแล้วกับหลายๆ คน แต่ไม่รู้ว่า แต่ละคนหาคำตอบกันมาด้วยวิธีไหน บางคนได้คำตอบที่ใช่ แต่บางคนก็ต้องเสียใจเพราะคำตอบที่ไม่ตรงกับภายในใจลึกๆ

พอดีไปเจอ ทฤษฎีความรัก (Love Theory) ที่มีสามเหลี่ยมเป็นตัวชี้วัดความรู้สึก ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มีการพูดถึงมากที่สุด คือ “ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งรัก” ของ Sternberg ที่ว่า ความรักจะมั่นคงหรือไม่? ควรมีส่วนประกอบด้วยกัน 3 ด้าน แต่คำตอบสุดท้าย คงต้องให้เราเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่รู้ว่าจะใช้ได้กับทุกคนหรือเปล่านะ ลองอ่านกันดูค่ะ
ลองแทนค่าความรู้สึกของตัวเองออกเป็น 3 ด้านดูสิคะ
  • ความรู้สึก “ดึงดูดใจ”
  • ความรู้สึก “ผูกพัน”
  • ความรู้สึก “ยึดมั่น”

ทั้ง 3 ข้อที่ว่ามานี้ เป็นความรู้สึกที่อยู่ลึกๆ ภายในใจของแต่ละคน ลองจับมันออกมาวางใส่ไว้แต่ละด้านดูค่ะ เพราะองค์ประกอบ 3 ด้านนี้หล่ะ ที่จะช่วยเราตอบคำถามได้ว่า “รักแท้หรือแค่เหงา” แต่มันก็อาจจะไม่ได้ให้คำตอบที่แม่นเป๊ะนักหรอกนะ เพราะความรู้สึกของคนเรามันช่างละเอียดอ่อนซะมากมาย ความลึกลับ ซับซ้อนทำให้เกิดเป็น == > สถานภาพ “ความรัก” ที่แตกต่างกันประมาณ 8 รูปแบบ ลองแทนค่าความรู้สึกกันดูนะคะ แล้วไปดูสิว่าเรารู้สึกอย่างไรกันแน่

  1. ไม่รัก ไม่มีความรู้สึกใดๆ เลยทั้ง 3 ด้าน
  2. ชอบ มีความพอใจผูกพัน แต่ไม่รู้สึกหลงใหลดึงดูดหรือยึดมั่นที่จะใช้ชีวิตด้วยกัน
  3. รักแบบหวือหวา มีแต่ความดึงดูดใจ แต่ไม่มีความผูกพัน หรือยึดมั่นต่อกัน
  4. รักจืดชืด มีแต่ความตั้งใจยึดมั่น แต่..ไม่เหลือ ความดึงดูดใจและความผูกพันอยากใกล้ชิด
  5. รักโรแมนติก เป็นความรักด้วยความดึงดูดใจ อยากใกล้ชิดผูกพัน แต่ขาดความยึดมั่นต่อกัน
  6. อยู่ด้วยกัน แบบเพื่อน + มีความผูกพัน + ยึดมั่นต่อกัน แต่ไม่มีความรู้สึกแบบดูดดื่ม
  7. รักลวง มีความรู้สึกดึงดูดใจ มุ่งมั่นต่อกัน แต่ไม่สามารถพัฒนาความผูกพันแบบลึกซึ้ง
  8. รักแบบล้นเหลือ รักที่มีความรู้สึกทั้ง 3 ด้านอย่างมากมาย มากเกินไป

ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรักนี้ มันแค่ช่วยให้เราพอจับแนวทางของความรู้สึกได้เท่านั้นนะคะ ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของความรัก แต่เราใช้เป็นตัวอย่าง “ความสัมพันธ์” สำหรับคนที่คิดว่า… กำลังมีความรัก แต่ไม่แน่ใจว่าใช่รักหรือเปล่า

ใครที่ลองแทนค่าความรู้สึกทั้ง 3 ด้านแล้ว เรามาอ่านค่าความรู้สึกกันดีกว่าค่ะ ว่าจริงๆ แล้ว เรารู้สึกยังไงกันแน่ ยกตัวอย่างค่ะ

  • ถ้าเราไม่สามารถสร้างขีดใดๆ ให้เกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมได้ ขอประเมินว่า… ความรู้สึกของคุณน่าจะกำลังอยู่ในข้อ 1 คือ “ไม่รัก” เพราะคุณไม่มีความรู้สึกใดๆ เลยสักด้าน แล้วจะเรียกว่ารักได้ยังไง
  • ถ้าเส้นของด้านที่ 2 หรือ 3 สั้นกว่ามาก แสดงว่าคุณ “อาจจะ” กำลังมี “ความรักที่เหลือล้น”

ลองประเมินความรู้สึกของตัวเองกันดูค่ะ ว่าน่าจะเป็นรักแบบไหน แล้วค่อยไปประเมินคนนั้นของเราด้วย ว่าเค้าจะคิดเหมือนกับเราหรือเปล่า เพราะแต่ละคน จะมีรูปสามเหลี่ยมที่แตกต่างกัน การประเมินความรู้สึกของอีกคน จึงไม่ง่ายเหมือนประเมินตัวเอง และเมื่อประเมินแล้ว ต้องสามารถยอมรับให้ได้ถึงคำตอบที่จะออกมาด้วยนะ

จริงๆ แล้ว “สมการของความรัก เป็นโจทย์ที่ต้องแก้ด้วยคน 2 คน” ต่อให้ประเมินออกมาแล้วใจตรงกันทั้งคู่ ก็ไม่ได้หมายความว่า ความรักจะจบลงที่ความสุข สมหวังเสมอไป ของแบบนี้ ขึ้นอยู่กับว่า เลือกด้านไหนของสามเหลี่ยมมาใช้เป็นรากฐานของความรัก ถ้าใครมีพื้นฐานความรักที่อยู่บนความเสี่ยงสูง เหมือนสามเหลี่ยมที่มีปลายแหลมทิ่มลงพื้น ก็อาจต้องเหนื่อยกับการดูแลน้ำหนักของความรักให้มันสมดุลกันอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ความรักมันพังทลายลง

คิดจะปลูกต้นรักกับใคร ถามใจตัวเองก่อนนะคะว่า “มันคือความรักจริงๆ หรือเปล่า” เพราะว่า “เวลา” ทำให้คนรู้ใจตัวเองมากขึ้น และก็ “เวลา” อีกนั่นหล่ะ ที่อาจผลักให้อีกคนเดินจากเราไปได้อย่างง่ายดายด้วยเช่นกัน เมื่อมีความรักแล้ว ก็อย่าลืมที่จะซื่อสัตย์กับคนที่เรารัก และคนที่รักเราด้วยนะคะ หมั่นดูแลความรู้สึกของกันและกัน แล้วความรักมันจะไปไหนได้ล่ะคะ

ที่มา: gotoknow.org

Post Navigation