สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “ความรู้สึก” การที่เราจะเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ เราต้องสามารถถอดหัวใจของเราออก แล้วสวมหัวใจของอีกคนเข้าไปแทน ซึ่งไม่มีใครทำได้หรอกนะ แล้วจะทำยังไงล่ะ ถึงจะเข้าใจ การพูดอะไรมากๆ คิดว่าอีกฝ่ายจำเป็นต้องเข้าใจหรือเปล่า? แล้วการถามบ่อยๆ ถามย้ำๆ ถามเรื่องเดิมๆ จะทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้นมั๊ย?

สำหรับเราแล้ว การถามย้ำๆ เหมือนการย่ำอยู่กับที่ ทำไมเราไม่สามารถไปคิด ไปทำอย่างอื่นต่อได้สักที หรือว่า… มันต้องมีความเชื่อมั่นอยู่ในนั้นด้วย บางครั้ง ความสงสัยหรือไม่เข้าใจ อาจเป็นมาจากว่าเราไม่ยอมรับในคำตอบของอีกฝ่ายก็ได้ เลยทำให้เราลังเลที่จะลงมือทำ กลายเป็นย้ำ แล้วก็ย่ำอยู่ที่เดิมจนกว่าจะได้รับความพอใจที่ต้องการ

ลองนึกภาพว่า ถ้าเราคุยกันว่า จะไปนี่นะ แล้วใจเราไม่อยากไป เราก็อาจจะถามย้ำๆ ถามแล้วถามอีก ไปนี่นะ อ่ะไปจ๊ะ สักพัก เราก็จะถามอีกละว่า อยากไปโน้นมั๊ย อยากไปนี่มั๊ย เหมือนว่าจะอยากเอาใจ แต่ในขณะเดียวกัน มันอาจจะทำให้อีกคนลำบากใจก็ได้ว่า เค้าอยากไปที่นี่ แต่… อ่ะๆ ถามอยู่นั่นหล่ะ ก็บอกแล้วว่าจะไปที่นี่ ก็ยังจะถามว่าไปที่นั่นมั๊ย คือ… นั้นอย่าถามเลยว่าจะไปไหน เพราะบอกแล้วก็จะชวนไปที่อื่นอยู่ดี

การถามย้ำๆ หรือทำอะไรซ้ำๆ มันคือการกระทำที่เกิดจากความไม่มั่นใจ ถูกม๊ะ? เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะเข้าใจสิ่งเล็กๆ เราต้องเชื่อมั่นในสิ่งนั้นก่อน อย่างเช่น จะพาคนป่วยไปเที่ยว ถึงแม้ว่าเราจะไม่มั่นใจว่าร่างกายเค้าจะไหวแค่ไหน อยากพาไปที่อื่นมากกว่า ถ้าคุณอยากตามใจจริงๆ ตัดสินใจไปเลยแล้วบอกเหตุผลเค้าไปสิ ว่าเพราะอะไร แต่ไม่ควรตัดสินใจไปเองบ่อยๆ เพราะมันจะกลายเป็นเผด็จการ ถ้าอยากเอาใจ พร้อมกับเข้าใจ ลองเชื่อมั่นว่าคนป่วยเค้าไปไหวสิ ถึงแม้เราจะกลัวว่าจะไม่ไหว เราก็ต้องกลั้นใจว่า ถ้าไม่ไหว เราจะทำยังไง หรือ พาไป แต่ถ้าดูเหมือนไม่ไหว ก็พอแค่นี้ก่อน เท่านี้เองนะ เราก็จะได้เอาใจคนป่วย แล้วก็ได้เห็นว่า ตกลงแล้วความกลัวที่ทำให้เราไม่มั่นใจนั่นน่ะ มันเป็นอย่างที่เราคิดแค่ไหน มันจะทำให้เราเข้าใจอีกฝ่ายได้มากขึ้นด้วยนะว่า ร่างกายเค้าจะรับได้มากน้อยแค่ไหน แต่นั่นก็ต้องอาศัยการใส่ใจร่วมด้วย

การย้ำคิด ย้ำทำ ตอกย้ำเรื่องเดิมๆ ไม่เคยทำให้เราเข้าใจอะไรได้ ถ้าเราไม่ลองลงมือทำสักที! ความตั้งใจดี ถ้าแสดงออกผิดวิธี ยังไงมันก็ไม่ดี หลายคนที่คิดว่าเราตั้งใจดี ทำไมอย่างนั้น ทำไมอย่างนี้ ลองวางความรู้สึกของตัวเองลง แล้วลองสลับที่กันยืน เราจะเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย และทำให้สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ดีก็ได้นะ แต่เราต้องไม่ปฎิเสธว่า เจตนาดี บางที มันก็ผิด! ยอมรับความผิดของตัวเองก่อน แล้วอีกฝ่ายจะยอมรับการกระทำนั้นได้ โดยที่ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด แต่ถ้ายึดความคิดตนเองเป็นหลัก เชื่อเถอะว่า สิ่งเล็กๆ ที่จะเรียกว่าอะไรก็ตาม คุณไม่มีทางเข้าใจได้หรอก คุณแค่หลอกตัวเอง ด้วยการเอาความคิดใส่หัวของอีกฝ่าย ให้ยอมรับการกระทำของคุณ

Comments are closed.

Post Navigation