ช่วงนี้มีเรื่องไม่ค่อยสบายใจนิดหน่อย เลยแอบย่องไปนั่งเล่นชิลๆ ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามา แต่ก็ด๊านนน ฝนตกลงมาซะได้ แต่ก็ยังดีที่ตอนไปถึงคือฝนมันหยุดตกแล้ว แต่พื้นก็ยังเปียกอยู่ดี เลยต้องยืนแข่งกับคอนโดข้างหลังที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยามากที่สุดแล้วในย่านนี้

เมื่อวานนี้น้ำในแม่น้ำเต็มตลิ่งมาก เหมือนตอนน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้วเลย เพราะมันไม่ใช่แค่น้ำขึ้นอย่างเดียว แต่มันยังมีคลื่นซัดไปมา ทั้งๆ ที่ไม่มีเรือหางยาววิ่งสักหน่อย เลยอดนั่งทำมิวสิคเลย เพราะที่เราชอบไปนั่งเล่นริมน้ำเวลาไม่สบายใจก็เพราะว่า…

น้ำ เป็นของเหลวที่สามารถเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุม ในขณะที่บางครั้ง น้ำก็นิ่งจนเหมือนไม่ใช่ของเหลว บางครั้ง น้ำก็มีคลื่นซัดไปมาซะจนเราไม่รู้ว่า จะซัดอะไรเข้ามาบ้าง แล้วจะซัดเอาอะไรออกไปด้วย ล้วนแล้วแต่มีความซับซ้อนและซ่อนอะไรให้เราได้คิดอยู่เสมอ

การนั่งมองพื้นน้ำเวลาที่ไม่มีคลื่น มันจะให้ความรู้สึกว่า น้ำมีความเยือกเย็น ความนิ่ง ความสงบที่เราควรสงบจิตใจตามไปด้วย แต่เวลาที่มีคลื่นซัด ถ้าเราได้นั่งอยู่ตรงนั้นนานๆ เราจะมองเห็นวิถีทางที่ทำให้เกิดคลื่นซัดเข้าหาเรา บางครั้ง มันทำให้เราเห็นอะไรชัดเจนขึ้น คิดหาหนทางแก้ไขอะไรได้สมเหตุสมผลมากกว่า และที่มากไปกว่านั้น คือเราได้พักสายตาจากหน้าจอ

ชอบบรรยากาศตอนตะวันกำลังจะตกดิน ชอบแสง ชอบความรู้สึกสีที่ตัดกันของท้องฟ้า แล้วก็ชอบภาพถ่าย Landscape ที่ให้ความรู้สึกแบบไม่รู้ตัว ธรรมชาติ(ลงโทษ) ^^ เพราะสิ่งที่เป็นตัวตน สิ่งที่เป็นตัวเอง มันเป็นภาพที่ไม่ได้สวยงามมากนัก แต่มันไม่มีฟิลเตอร์แต่งเติมเพื่อให้ดูดี มองกี่ที มันก็สบายตา สบายใจ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย …..

ปอลิง… อยากให้เครดิตภาพถ่ายนะ แต่กลัวเจ้าตัวจะงานงอก ^^

Post Navigation