รักฉันบ้างรึเปล่า อย่าให้ฉันต้องเดาอีกเลย เพราะว่าฉันไม่เคยมีผู้ใดมาห่วงกัน

รักฉันบ้างรึเปล่า ถึงได้มาดูแลอยู่ทุกวัน

เธอทำไปอย่างนั้น และว่าไง

อยากจะบอกว่ารักก็กลัวจะทำผิดไป ถ้าบังเอิญไม่คิดอะไรเหมือนกัน

ฉันกลัวว่าฉันจะคิดเอง กลัวเข้าใจผิดเอง ตีความทุกอย่างพลาดไป

แท้ที่จริงก็เป็นแค่ความเป็นห่วงทั่วๆ ไป ไม่ใช่ความห่วงใยแบบคนที่รักกัน

หวงฉันบ้างรึเปล่า ยามที่ฉันเจอใครต่อใคร คิดถึงบ้างรึเปล่า ยามที่เราต้องห่างไกล

ฝันถึงฉันบ้างรึเปล่า ในค่ำคืนที่เธอแอบเหงาใจ เคยมีกันบ้างไหม อยากรู้ใจ

หลายครั้งที่คนเราสับสนทางความรู้สึก บางคนถามตัวเองว่า… รักหรือเปล่า? ไม่รู้สิ ตอบไม่ได้! ในขณะที่อีกคน อาจจะบอกตัวเองหรือใครต่อใครว่า… รักแทบขาดใจ! แต่การกระทำก็ดูจะสวนทาง คนที่นั่งฟังก็จะงงๆ ว่า ตกลงแล้ว… เราเป็นอะไรกัน?

นั่นน่ะสิ ตกลงแล้ว ใครเป็นของใคร เรารักใคร หรือใครรักเรา แล้วมันเรียกว่ารักแน่หรอ? อันนี้ไม่มีใครตอบได้หรอก นอกจากตัวเอง เพราะถ้าเรายังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ แล้วเราจะทำให้เค้ารู้ได้ยังไงว่าเรารู้สึกอย่างไร ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่มักจะเริ่มต้นที่ “คนเพียงคนเดียว”

คนที่เป็นฝ่ายเริ่ม มักเป็นคนที่ต้องใช้ความพยายามที่จะสื่อสารความรู้สึกออกไปให้อีกคนรู้สึก และตอบรับกลับมาให้ได้ แต่การตอบรับกลับมานั้น มันไม่มีใครกำหนดได้ว่า อีกคนจะตอบกลับมาอย่างไร สิ่งเดียวที่ทำได้ คือการกระทำที่เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อให้การสื่อสารสอดคล้องกับการกระทำ แล้วมันจะก่อตัวเป็นความรักได้ในเวลาต่อมา แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่า การสื่อสารนั้นกระแทกโดนใจอีกคนได้แค่ไหนด้วยนะ

ในทางกลับกัน คนอีกคนที่เป็นฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึกที่ถูกสื่อสารออกมา แต่ว่ามันไม่ค่อยชัดเจนในสายตาของอีกคน มักทำให้เกิดความสับสนกับผู้เกี่ยวข้องได้ ซึ่งมันจะทำให้การตอบรับคลาดเคลื่อนได้ เพราะพื้นฐานความรักก็เป็นเหมือนการซื้อหวย ไม่รู้จะถูกรางวัลหรือว่าถูกแดร๊กกันแน่ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่อยู่บนความเสี่ยงต่อการแดร๊กแห้วมาก หลายคนเลยเลือกที่จะถอยทัพกลับไปตั้งหลักก่อน รอดูชั้นเชิงหรือทิศทางลมที่ชัดเจน ช่วงเวลาตรงนี้หล่ะ ต่อให้พายุเข้า ลมมันยังไม่กล้าจะพัดมาเร้ยยยย เพราะบรรยากาศมันจะมาคุ มาคุมากๆ ไม่รู้จะก้าวหรือจะถอยดี

การสับสนของแต่ละคน มีผลกับความชัดเจนของตัวเองและผู้อื่น จะมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับระดับความสับสนและการกระทำ ซึ่งมันจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ถ้าใครคนใดคนนึง สับสนจนเกินช่วงเวลาของการค้นหาคำตอบ ทำให้การสื่อสารที่เข้าถึงหัวใจของอีกคนแล้วนั้นน่ะ มันหลุดออกมากลายเป็นลูกมะกอกที่หล่นไม่ลงตระกร้า

เหมือนกับการตลาดที่ไม่สอดคล้อง ทำงานกันตาม KPI หรือตามเป้าหมายของตัวเอง โดยที่ขาดการมองภาพรวมของธุรกิจว่า ปลายทางที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดนั้นคืออะไร ทำให้ขาดการเชื่อมต่อของแต่ละขั้นตอน จนเกิดความไม่ชัดเจนทางสินค้าหรือการบริการ ยกตัวอย่างเช่น พนักงานขายก็ขายไปอย่างดี แต่บริการหลังการขายก็ขี้เกียจซะไม่มี อันนี้เรียกว่าไม่สอดคล้องนะ ความไม่ชัดเจนจะเกิดขึ้นในใจของทุกฝ่าย ว่าตกลงแล้วสินค้านี้ดีหรือไม่ และถ้าคำถามเหล่านี้ไม่สามารถหาคำตอบได้ จะเกิดเป็นความรู้สึกในเชิงลบกับผู้เกี่ยวข้องทันที แล้วทีนี้ ใครจะกล้าซื้อสินค้าใช้ล่ะ เมื่อยอดขายไม่มี บริการหลังการขายก็ไม่มีงานเหมือนกันน่ะสิ แลัวอย่างนี้มีใครอยู่รอดสักคนม๊ะ

การกระทำใดๆ ก็ตาม เราต้องมองหา Solution ร่วมกัน เพื่อผสานรอยต่อที่อาจทำให้เกิดความแตกแยกของส่วนต่างๆ ได้ ความรักก็เช่นกัน ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วซื่อสัตย์กับคนรอบข้าง แล้วความรักจะมีรากฐานที่มั่นคง

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

Post Navigation