เป็นที่รู้กันอ่ะนะว่า เรื่องใหญ่บ้านเราไม่ค่อยรู้ แต่ถ้าเรื่องเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ใครทำความดีอะไรจะเข้าไม่ค่อยถึงหูคนหรอก แต่ถ้าเรื่องคาวๆ นะ แป๊ปเดียวหล่ะ เรื่องชาวบ้านขอให้บอก รู้ไม่รู้เดี๋ยวบอกต่อให้ ก่อนที่จะลงมือทำ Viral Marketing จึงต้องเรียนรู้กฎอย่างนึงของ Viral Marketing ก่อนว่ามันมี 2 ด้านนะ แน่นอนว่าทุกแบรนด์อยากให้แคมเปญการตลาด Go Viral เพราะมันสามารถเข้าถึงคนได้จำนวนมาก และทำให้คนจดจำแล้วพูดต่อกันไปจนบางครั้งเกิดเป็น Loyalty กับผู้บริโภคได้ด้วยนะ

ซึ่งแตกต่างจากสื่อแบบเก่า (Traditional) ที่สร้างการรับรู้ได้ครั้งละมากๆ แต่ไม่สามารถเข้าถึงคนทั่วไปได้มากเท่ากับ Viral Marketing ที่ไม่สามารถสร้างการรับรู้ได้จำนวนมากในคราเดียว แต่สามารถเข้าถึงคนได้เร็วและจำนวนมาก หากแคมเปญนั้นสามารถ Go Viral ได้จริง ดูจากภาพประกอบน่าจะพอนึกภาพออกนะคะว่า การตลาด 2 วิธีนี้ กำลังเดินสวนทางกันอยู่ แต่สิ่งที่ควรระวังและคิดให้ดีก่อนคือ ผลลัพธ์อีกด้านนึงที่คาดไม่ถึง เพราะถ้าผู้บริโภคเค้าไม่คิดเหมือนที่เราวางแผนไว้ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าบังเอิญว่าความเห็นที่ตรงกันข้ามมันรุนแรงจนกลายเป็น Viral หรือ Word Of Mounts นั่นหมายความว่า เรากำลังสร้างชื่อ “เสีย” ให้กับแบรนด์อยู่นะ

การที่จะทำการตลาดแบบ Viral ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องที่ต้องรอบคอบ เพราะต้องคำนึงถึงผลบวกและผลลบให้ดี แต่ด้วยการตลาดแบบนี้มักจะไม่มีเนื้อหาสาระอะไร นอกจากความขำขัน สนุก น่ารัก น่ากดแชร์บน Social แล้วทีนี้คุณคิดว่าจะทำยังไงให้การทำ Viral Marketing ให้ได้ ROI ล่ะ???

ในเมื่อการตลาดต้องใช้เงินลงทุน เราต้องสามารถตอบให้ได้ว่า เราจะได้อะไรกลับมาบ้าง ถ้าบอกว่า “Awareness หรือการรับรู้” คือ … ทำเสื้อยืดสกรีนแบรนด์น่ารักๆแถมไปกับสินค้าก็เรียกว่าสร้าง Awareness พร้อมกับกระตุ้นยอดขาย (Drive Sale) เหมือนกันนะ แล้วทำไมต้องเป็น Viral Marketing ด้วยล่ะ แล้วแบบไหนคุ้มกว่า???

เรื่องนี้ตอบลำบากนะคะ เพราะฉะนั้นต้องย้อนกลับไปดูที่วัตถุประสงค์ของการทำแคมเปญเป็นลำดับแรก ถ้าคาดว่าผลลัพธ์สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์นัั้นได้ก็ไม่มีปัญหา แต่สำหรับการทำแคมเปญใดๆ ก็ตาม นอกจากการวัดผลเป็นแคมเปญแล้ว เราควรวัดผลภาพรวมของธุรกิจด้วย การทำ Viral Marketing จึงต้องวางแผนสื่อประเภทต่างๆ เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์เข้าไป เพราะในแต่ละแคมเปญเราอาจจะไม่สามารถสื่อสารออกไปได้ทั้งหมดเท่าที่ต้องการ เพื่อให้ได้ผลดี มีประสิทธิภาพ หรือคำนวนหา ROI ที่ได้กลับมา เราจำเป็นต้องวางแผนการใช้สื่อ การเสริมโปรโมชั่น การประชาสัมพันธ์ด้วยกิจกรรมต่างๆ หากเราไม่วางแผนให้สอดคล้องจะเหมือนเรากำลังเล่นจิ๊กซอลที่ต้องมานั่งต่อกันใหม่ทุกครั้ง ทำให้การควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นไปได้ยากด้วยนะ

ไม่ว่าจะเป็นการตลาดแบบไหนก็ตาม สิ่งที่ควรแปะเอาไว้ที่หน้าผากเสมอคือ “ไม่มีแคมเปญใด ประสบความสำเร็จได้ด้วยการลงทุนเพียงครั้งเดียว” อย่าลืมวางแผนการตลาดกับแผนการประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกันด้วยนะคะ เพื่อผลตอบรับที่มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

ภาพประกอบ: google.com

 

Post Navigation