สังเกตมั๊ยว่า เดี๋ยวนี้เวลาที่เราไปซื้อของ เรามักได้ยินคำถามว่า “ที่ร้านมี Facebook ป่ะคะ” ใครพอจะเคยได้ยินหรือว่าเคยถามประโยคนี้กับทางร้านค้าบ้างมั๊ย เราคนนึงหล่ะที่ชอบถาม เพราว่าเราทำงานที่ชีวิตแสนสบาย วันๆ ไม่ทำอะไร นั่งเล่นแต่ Facebook หึหึ (คนไม่เป็นแอดมินไม่รู้หรอก) เมื่อชีวิตประจำวันของเราผูกติดอยู่บนโลกออนไลน์ จะอัพเดทข่าวสารของกับเพื่อนหรือเรื่องชาวบ้าน Facebook ก็สามารถช่วยเราได้เยอะ จึงไม่แปลกเลยที่ Facebook Page จะเป็นที่นิยมของนักการตลาดออนไลน์ และด้วยความนิยมตรงนี้หล่ะ ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจเกิดใหม่ “รับจ้าง Like”

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างนะ มันมีธุรกิจใหม่แบบนี้เกิดขึ้นมาจริงๆ รับจ้างกด Like บน Facebook Page ของแบรนด์ต่างๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์หลอกลวงประชาชนว่าแบรนด์ชั้นมีคนติดตามข่าวสารมากมาย เป็นการลงทุนซื้อความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ เพราะตัวเลขมีผลกับความรู้สึกของผู้บริโภค รวมถึงการรับจ้างกด Like เพื่อโหวตให้กับผู้ร่วมเล่นกิจกรรมบน Facebook Page ของแบรนด์ด้วยนะ เพราะสำหรับแคมเปญการตลาดก็จะมีมาแจกของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เช่น ตั๋วหนังบ้างหล่ะ Starbucks Card บ้างหล่ะ ใครมีคนกด Like มากที่สุดก็รับไปเลย กิจกรรมแบบนี้มักเล่นกันในช่วงเวลาสั้นๆ แจกง่ายๆ แต่หวังว่าคนที่เข้ามาเล่นนั้นน่ะ จะลากเพื่อนมากด Like เพื่อให้ได้รางวัล (ก็นะ ถ้าไม่กด Like หน้าเพจ บางทีก็กด Like อะไรไม่ได้ แถวบ้านเรียกบังคับค่ะ)

อัตราค่าบริการก็จะถูกตั้งราคาที่เฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 บาทต่อ 1 Like โดยที่ขั้นต่ำส่วนใหญ่เฉลี่ยที่ประมาณ 300 Like ยิ่งเยอะ ยิ่งถูก ระยะเวลาก็เฉลี่ยกันไปตามเงื่อนไข ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งแบบคนที่เป็นผู้ใช้งาน Facebook จริงๆ หรือต่างชาติก็มี ถ้าพี่ไม่เอาไรมาก อยากได้แค่เลขสวยๆ มีีคน Like หลักหมื่น หลักแสนก็เป็น Account ผี ไม่มีตัวตนก็มีนะ ราคาก็จะถูกหน่อย เอาง่ายๆ ก็แค่มีตังค์มา อยากได้อะไรก็จัดให้ได้หมดหล่ะ ซึ่งธุรกิจประเภทนี้อาศัยกระแสความนิยมบน Social Media สร้างรายได้แบบที่เรียกว่า แทบไม่ต้องลงทุน แต่คนที่ลงทุนล่ะ เค้าได้อะไรกลับมาจากการซื้อขายจำนวน Like แบบนี้บ้าง?

สำหรับแบรนด์ที่มีการซื้อ Like (เถื่อน) แบบนี้ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ “ความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภค” ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างตัวตนบน Facebook Page เท่านั้นหล่ะ ที่จะเสียเงินให้กับพวกนี้ เพราะความใหม่ของสมรภูมิออนไลน์ อาจยังไม่สามารถจับทิศทางได้ว่า จะทำอย่างไรให้ Facebook Page ของแบรนด์เป็นที่รู้จักและมีคนติดตามเยอะๆ จึงเลือกที่จะใข้วิธีการซื้อ Like เพราะใช้เวลาไม่นานกับตัวเลขที่ดูดีในสายตาของผู้บริโภค คล้ายๆ กับดาราที่มีคนตามเยอะเท่าไหร่ หมายความว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์มากเท่านั้น แล้วไงต่อ…

หากว่าแบรนด์ซื้อจำนวน Like มาเพื่อหวังว่าจะเป็นรากฐานของการดึงดูดให้คนอื่นๆ เข้ามา Like ต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนจดหมายลูกโซ่ล่ะก็พอได้อยู่นะ แต่!!! จำนวน Like จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแค่ไหน หรือจะเพิ่มขึ้นมากน้อยยังไงเนี่ย ขึ้นอยู่กับแบรนด์แล้วหล่ะ ว่าจะงัดอะไรออกมามัดใจแฟนเพจได้บ้าง

แต่ถ้าแบรนด์ไหนซื้อจำนวน Like มาเพื่อหวังจะใช้เป็นช่องทางการสื่อสารไปยังผู้บริโภคล่ะก็… (หัวเราะเสียงเจ้าเล่ห์) คิดผิดค่ะ!!! เพราะอย่าลืมว่า คนที่เข้่ามา Like นั้นน่ะ เราจ้างมานะ เค้าไม่มีตัวตนหรอก หรือเราอาจซื้อ Like มาแพง เลือกแบบที่มีตัวตนอยู่จริงไม่ได้อิงวิญญาณ แต่เค้าไม่ได้สนใจสินค้าเราเป็นทุนเดิมนี่สิ แล้วจะทำยังไงต่อดี เมื่อไหร่ที่เลิกซื้อจำนวน Like เมื่อนั้นตัวเลขของจำนวนแฟนเพจก็คงหยุดนิ่งเช่นกัน แล้วแบรนด์จะทำอย่างไรต่อไปดี???

สำหรับแฟนเพจหรือผู้ใช้งานทั่วไปที่ลงทุนซื้อ Like เพื่อให้ได้รางวัลมาเนี่ย คือความล้มเหลวของกิจกรรมที่แบรนด์นำมาเล่น เพราะรางวัลที่ลงทุนไปนั้นมีมูลค่าสูงมากกว่าจำนวน Like ที่เพิ่มขึ้น ง่ายๆ คือลงทุนไปแล้วได้ Like ผีกลับมา ก็ไม่ต่างอะไรกับการซื้อ Like หรอก แค่เปลี่ยนคนจ่ายเงิน มันจึงวกกลับมาที่แบรนด์ว่า ทำแคมเปญไม่สำเร็จ อาจจะได้ภาพตามเป้าหมายแต่จับต้องไม่ได้ ซึ่งแบรนด์ควรปรับวิธีการคิดและปรับแนวทางการตลาดใหม่โดยเร็ว

การทำ Facebook Marketing มีหลักการที่ยืนพื้นอยู่บนธรรมชาติของมนุษย์นะ ถ้าแบรนด์รู้ว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมอย่างไร พูดคุยกันบนช่องทางไหน เวลาใด แบรนด์ก็สามารถปรับแนวทางให้สอดคล้องและแทรกตัวเข้าไปกับกลุ่มผู้บริโภค ก็จะทำให้สามารถเข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น ขึ้นอยู่กับวิธีการที่เรานำมาใช้สื่อสารแล้วหล่ะ ว่าจะน่าสนใจแค่ไหน

การซื้อ Like ไม่วิธีการที่ผิด แต่ต้องใช้ให้ถูก เพราะหากซื้อจำนวน Like มาแล้วไม่มีการวางแผนนำมาใช้งานต่อ เท่ากับว่าเราซื้อของมาแช่ตู้เย็น รอวันหมดอายุ เพราะไม่รู้ว่าจะได้กินเมื่อไหร่ Marketing Plan จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยกำหนด Timeline ของกิจกรรมแต่ละครั้ง ซึ่งการกำหนด Timeline จะทำให้เราเห็นภาพรวมของกิจกรรมในแต่ละช่วง จะช่วยให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ซึ่งตอนนี้ก็มีการแลก Like กันด้วยนะ มาม๊ะ แลกกัน เรากด Like ใๆ้เธอ เธอกด Like ให้เรา เรามีแฟนเพจเท่่านี้ เราช่วยเธอ PR แล้วเธอ PR ให้เราด้วยนะ … แบบนี้เค้าเรียกว่า ยืมจมูกเค้าหายใจนะคะ ^^

 

Post Navigation