ในที่นี้ใครเป็นพนักงานบริษัทหรือลูกจ้างอยู่บ้าง แล้วเคยโดนบ่น โดนด่า โดนว่า โดนตำหนิ ติเตียนบ้าง จนบางครั้งก็เก็บมาน้อยอกน้อยใจ ทำไมต้องว่าขนาดนี้ หรือด่ากันจัง ตังค์ไม่ขึ้น บางคนร้ายกาจ แอบเอาป้าย “โปรดใช้งานตามเงินเดือน” ไปแปะหน้าประตูไรงี้ แล้วมีใครเคยคิดหรือรู้สึกในใจบ้างว่า ทำไมนะ เจ้านายหรือหัวหน้างานชอบตำหนิจัง ทำดีไม่เคยชม แต่เวลาบ่นนี่ บ่นทีข้ามโลกเลย

เชื่อมั๊ยว่า เคยมีวิทยากรท่านนึงตั้งคำถามกับผู้เข้าร่วมสัมมนาในงานสัมมนาว่า “มีใครเคยได้รับคำชมจากหัวหน้ามากเกินไปบ้าง?” ให้ตายเถอะคุณขา เค้าแย่งกันตอบซะ เงียบกริบ!!!

แต่พอถามว่า “ใครเคยรู้สึกว่าโดนตำหนิมากเกินไป เรื่องแค่นี้ทำไมบ่นจัง” ให้ยกมือขึ้น โอ๊ว แม่จ้าว ยกทั้งมือ ทั้งขาหน้า ขาหลัง แทบจะตีลังกาเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่า เจ้านายเค้าขี้บ่นอย่างมาก!!!

ทำไมนะ คำถามคล้ายกัน แต่คำตอบถึงต่างกันแบบสุดขั้ว แสดงว่า หัวหน้าหรือเจ้านายขี้บ่นอ่ะสิ!!! หรือว่าคนเป็นหัวหน้าหรือเจ้าคนนายคนเค้าชมใครไม่เป็น หรือเค้าเห็นว่าเราไม่มีหัวใจ อยากว่าอะไรก็สาดใส่เต็มที่? ซึ่งมีผลการวิจัยที่เกิดจากการสอบถามโดยตรงกับเหล่าหัวหน้างานด้วยคำถามว่า “ทำไมถึงไม่ค่อยชมพนักงานหรือลูกจ้างในการดูแล” ก็สรุปได้เป็นข้อๆ ตามนี้เลยค่ะ

  • ปากหนัก: แบบว่าจะชมก็เขิล จะถ้าให้ตำหนิมันรู้สึกไหลลื่นมากกว่า เพราะว่าพนักงานมีหน้าที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ การทำดี ทำได้ เลยถือเป็นเรื่องธรรมดาที่เค้าต้องทำอยู่แล้ว (แต่ถ้าทำไม่ได้ก็คงโดนตำหนิอย่างสาสมสินะ เพื่อคุณภาพและมาตราฐานขององค์กร)
  • กลัวชมแล้วลูกน้องจะเหลิง: ประมาณว่า ถ้าชมมาก เดี๋ยวเค้าจะคิดไปได้ว่าเจ้านายให้ท้าย แล้วอาจทำให้ลูกน้องเหลิงจนเกิดความไม่น่าเคารพ แล้วจะปกครองกันลำบาก ง่ายๆ ก็คือ คิดไปเองทั้งนั้น
  • อยากชมเหมือนกัน แต่ว่าชมใครไม่เป็น: เพราะไม่รู้ว่าจะชมยังไงให้ลูกน้องรู้สึกว่าจริงใจ ไม่ใช่การชมเพื่อเรียกใช้งาน ก็เลยไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดแบบไหนดี

ต่างคนต่างสถานะ ต่างคนต่างบทบาทและหน้าที่ การปกครองคนให้ดี ควรมีทั้งคำชมและคำตำหนิเวลาที่ทำผิดพลาด เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดี จากผลการวิจัยของนักจิตวิทยาที่ Harvard ที่ศึกษาเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนเรานั้น เขาพบว่า ระหว่างคำชื่นชม และ คำที่สรรหามาตำหนินั้น ควรอยู่ในอัตราส่วน 5:1 (ชม 5 ว่า 1) แล้วความสัมพันธ์ก็จะอยู่ได้นาวนานยิ่งขึ้น

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อัตราส่วนมันพลิกไปเป็น 1:5 (ชม 1 ด่า 5 บ้าไปแล้ว) จะทำให้รู้สึกระหองระแหงใจ จนอาจลุกลามกลายเป็นอคติจนทำให้เกิดความเสียหายกับงานที่รับผิดชอบได้ คนที่เป็นหัวหน้า เป็นเจ้าคนนายคน จำเป็นต้องให้กำลังใจกับลูกน้อง ซึ่งคำชมบ้าง หลังจากตำหนิไปแล้ว ก็จะช่วยให้ลูกน้องรู้สึกดีและมีกำลังใจที่จะทำงานให้อย่างเต็มที่มากขึ้น

พอเขียนเรื่องนี้จบก็มีประโยคนี้วิ่งผ่านทันที!!! “ได้ครับพี่ ดีครับท่าน เหมาะสมครับนาย” เป็นเหมือนคำประชดมากมาย แต่จริงๆ แล้วเป็นคำที่จะช่วยให้ตำแหน่งหน้าที่การงานขยับก้าวมากขึ้น เพราะฉะนั้น คนที่เป็นลูกน้องต้องไม่ทำตัวเป็นเด็กวัด ที่วันๆ อยู่แต่เขต อภัย ทาน ควรหมั่นพัฒนาตัวเองให้้มีความชำนาญและลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเสมอด้วยนะ

ไม่มีองค์กรใดสำเร็จได้ด้วยคนเพียงคนเดียว มันต้องมี Team Work!!!

ข้อมูลอ้างอิง: prakal.wordpress.

 

Post Navigation