พอดีไปอ่านเจอว่า วันที่ 7 เดือน 7 ที่ตรงกับปฎิทินจันทรคติของจีนนั้น จะมีการจัดเทศกาล “ราตรีแห่งเลขเจ็ด” (七夕節 ,Qixi Festival) ที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า”เทศกาลนกกระสา” ซึ่งแพร่หลายไปในประเทศเพื่อนบ้านของจีน เป็นเทศกาลต่างๆ ทั้งทานาบาตะ (ชิชิเซกิ – 七夕) ของญี่ปุ่น, ชิลซ๊อก (칠석) ของเกาหลี และเต๊ตติช (That Tich) ของเวียดนาม จนถึงปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งก็เรียกกันว่า “วันแห่งความรักของชาวจีน” (อักษรจีน: 情人节) ในวันเทศกาลนี้ หญิงสาวชาวจีนจะพากันฝึกศิลปะพื้นเมือง เช่น การแกะสลักเมล่อน แล้วขอพรให้ตนเองได้ “แต่งงานหรือมีสามีที่ดี” อั๊ยย่ะ!!! มันน่าสนใจตรงนี้หล่ะ

“ราตีแห่งเลขเจ็ด” ที่บางครั้งก็ถูกเรียกกันว่า “วันแห่งความรักของชาวจีน” เพราะมีที่มาจากตำนานรักของ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า” ที่ถูกแต่งขึ้นมาโดยชาวจีนสมัยโบราณในช่วงปลายฤดูร้อนของเอเชียตะวันออก (ฤดูฝนของเมืองไทยบ้านเรา) ซึ่งดาวเวกาในกลุ่มดาวพิณ และดาวอัลแตร์ในกลุ่มดาวนกอินทรี จะปรากฏในเห็นเกือบกลางท้องฟ้าในช่วงค่ำคืน เมื่อชาวจีนสมัยโบราณได้เห็นดาวสว่างสองดวงนี้ จึงได้แต่งเป็นนิยายดาวขึ้นมา (ก็สมัยก่อน นอกจากจะไม่มีทวิตเตอร์แล้วยังไม่มีทีวีให้ดูด้วยซ้ำ ท้องฟ้าจึงเป็นเหมือนจอภาพยนต์ขนาดใหญ่ในปัจจุบัน) เป็นเรื่องราวความรักของหญิงผู้สูงศักดิ์กับชายผู้ต่ำต้อย เมื่อสถานะไม่เท่ากันแบบนี้ ย่อมต้องมีคนกีดกัน แล้วจะยังไงล่ะ เรื่องราวของตำนานเรื่องนี้ ถ้าเกิดขึ้นจริงบนโลก คงเป็นโศกนาฎกรรมน่าดูเชียวหล่ะ

 


หนุ่มเลี้ยงวัวคนหนึ่งนาม “หนิวหลาง – 牛郎” (ดาวอัลแตร์) ได้บังเอิญไปพบเทพธิดาทั้งเจ็ดองค์ที่กำลังเล่นน้ำกันในทะเลสาบพอดี วัวจอมซนของเขาเลยแนะให้หนุ่มเลี้ยงวัวลองขโมยเสื้อผ้าของพวกเธอ และลอบดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหล่าเทพธิดาไม่พบอาภรณ์ของตน จึงตกลงให้ “จือหนี่ – 织女, 織女” (ดาวเวกา) น้องสาวคนสุดท้องที่งดงามที่สุดในหมู่เทพธิดาทั้งเจ็ดมาขอเสื้อผ้าคืน ซึ่งหนิวหลางก็ขอเธอแต่งงานและเธอก็ตกลง เทพธิดานางอื่นจึงได้กลับสวรรค์ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เป็นสามีภรรยาที่ดีต่อกัน พวกเขามีลูกสองคนและใช้ชีวิตด้วยกันอย่งมีความสุขแต่ในเวลาต่อมา “เง็กเซียนฮองเฮา” ผู้เป็นแม่ของจือหนี่ ไปพบว่าลูกสาวของตนซึ่งเป็นเทพธิดาชาวสวรรค์ไปแต่งงานกับมนุษย์ธรรมดาเข้า ซึ่งผิดกฏสวรรค์ นางจึงโกรธจัดและสั่งให้จือหนี่กลับสวรรค์ทันที (บางตำนานก็ว่า เง็กเซียนฮองเฮาบังคับให้จื่อหนีกลับมาทำหน้าที่ทอผ้าอันสวยงาม ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เธอไม่ยอมทำเมื่อใช้ชีวิตกับหนิวหลาง)

บนโลกมนุษย์ เมื่อหนิวหลางกลับมาบ้านก็ไม่พบภรรยาจึงเศร้าโศกเสียใจมาก ตอนนั้นเอง วัวจอมซนของเขาก็กลับมาพูดอีกครั้ง โดยขอให้หนิวหลางฆ่าตนซะ จะได้เอาหนังของตนมาห่ม ซึ่งจะทำให้เขาไปตามหาจื่อหนีบนสวรรค์ได้ หนิวหลางจึงฆ่าวัวของตัวเองทั้งน้ำตา ก่อนที่จะเอาหนังของวัวจอมซนมาคลุมห่มร่างตนและลูกทั้งสอง

เมื่อเง็กเซียนฮองเฮาพบหนิวหลางกับลูกๆบนสวรรค์ก็โกรธจัดขึ้นมา จึงดึงปิ่นปักผมของนางกรีดเป็นแม่น้ำไปบนสวรรค์ เพื่อแยกคนรักทั้งสองตลอดไป ซึ่งกลายเป็นทางช้างเผือก ที่พาดผ่านระหว่างดาวอัลแตร์และดาวเวกา

จื่อหนีจึงทำได้เพียงนั่งทอผ้าอย่างเศร้าสร้อยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ขณะที่หนิวหลางก็ได้แต่เฝ้ามองภรรยาอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำพร้อมเลี้ยงดูลูกๆทั้งสอง (ดาวเบตา-นกอินทรี และแกมมา-นกอินทรี) แต่ทั้งคู่ก็มีโอกาสได้เจอกันเพียงครั้งเดียวในรอบปี เหล่านกกระสาบนโลกที่สงสารคนรักทั้งสอง ก็พากันบินขึ้นสู่สวรรค์ พร้อมใจกันเรียงตัวเป็นสะพานให้ทั้งสองมาพบเจอกันได้เพียงค่ำคืนเดียว ในวันที่ 7 เดือน 7

แต่มันก็มีเรื่องเล่าบางตอนที่เปลี่ยนไปในตำนานฉบับอื่นๆ ใครเลือกที่จะเชื่อแบบไหนก็ตามสบาย

  • บางตำนานก็ว่า ฝ่ายเง็กเซียนฮองเฮาเป็นฝ่ายสงสารลูกสาวและหนิวหลางซะเอง เลยตัดสินใจให้ทั้งคู่ได้พบกันในวันที่ 7 เดือน 7
  • ในบางตำนาน “เง็กเซียนฮ่องเต้” จักรพรรดิแห่งสวรรค์ ผู้เป็นพ่อของจื่อหนี หรือพ่อแม่ของหนิวหลางเป็นฝ่ายแยกคนรักทั้งสองเพื่อให้ทั้งคู่กลับมาทำหน้าที่ของตน
  • บ้างก็ว่า ดาวเดเนบ (ดาวดวงสว่างที่สุดในกลุ่มดาวหงส์) เป็นเทพธิดาที่สวรรค์ส่งมาคอยดูสถานการณ์ ระหว่างที่คนรักทั้งสองเจอกันบนสะพานนกกระสา (หรืออาจเรียกได้ว่า กขค.!!!)

ธรรมเนียมของชาวจีนในเทศกาลนี้

ชาวบ้านจะประดับหลังคาบ้านด้วยพู่ห้อยระย้า หญิงโสด หรือหญิงที่เพิ่งแต่งงานใหม่ในบ้านจะเซ่นไหว้หนิวหลาง และจื่อหนีด้วยผลไม้ ดอกไม้ น้ำชา และแป้งแต่งหน้า

หลังการเซ่นไหว้ ชาวจีนจะนำแป้งแต่งหน้าครึ่งหนึ่งไปโปรยบนหลังคาบ้าน ส่วนอีกครึ่ง ก็แบ่งกันให้หญิงสาวในบ้านใช้กัน เพราะเชื่อว่าจะทำให้หญิงสาวจะสวยงามเหมือนจื่อหนี

นอกจากนี้ ยังมีบางธรรมเนียมที่ให้เหล่าหญิงสาวโยนเข็มเย็บผ้าลงไปในชามที่ใส่น้ำเต็ม เพื่อเป็นการทดสอบทักษะการเย็บผ้าในช่วงกลางคืนของวันนี้ ถ้าเข็มเย็บผ้าลอยบนผิวน้ำแทนที่จะจม จะถือว่าหญิงสาวเจ้าของเข็มเย็บผ้านี้เย็บปักถักร้อยเก่ง

ตารางเทศกาลในแต่ละปี วันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ได้แก่

  • 16 สิงหาคม 2553
  • 6 สิงหาคม 2554
  • 23 สิงหาคม 2555
  • 13 สิงหาคม 2556
  • 2 สิงหาคม 2557
  • 20 สิงหาคม 2558
  • 9 สิงหาคม 2559
  • 28 สิงหาคม 2560
  • 17 สิงหาคม 2561
  • 7 สิงหาคม 2562
  • 25 สิงหาคม 2563

จริงๆ แล้วนะ วันพิเศษ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากวันอื่นๆ ที่เป็นวันธรรมดาเลย ถ้าวันธรรมดาเรามีความสุขกับปัจจุบัน ไม่ว่าวันไหนๆ ก็สามารถเป็นวันพิเศษได้ เพราะความพิเศษ มันสามารถเกิดขึ้นได้กับเรา แต่เราไม่สามารถยัดเยียดหรือแบ่งความสุข ความพิเศษเหล่านั้นให้ใครได้ นอกจากเค้าจะรู้สึกเช่นเดียวกับเราเท่านั้น


วันแห่งความรักของชาวจีนปีนี้ ตรงกับวันที่ 23 สิงหาคม 55 แต่ว่า!!! วันที่ 23 กรกฎาคมนี้ เป็นวันเกิดของข้าพเจ้า วันที่พ่อดีใจหรือเสียใจที่สุดก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือ… แม่จะนมห้อยมากขึ้นอีกหลายนิ้วเมื่อเปิ้ลจังเริ่มลืมตามาดูดนมแม่ ^^ ขอบคุณสำหรับความรักของพ่อแม่ที่ไม่ต้องอาศัยตำนาน แต่ทำให้เราเชี่ยวชาญในเรื่องความรักได้ เพราะว่า… “รักแท้ เริ่มต้นที่คนมอบให้” วันเกิดเรานี่หล่ะ คือวันที่ทำให้ครอบครัวเรารู้จักคำว่า “รักแท้” 


ข้อมูลอ้างอิง: daejeonastronomy.exteen.com

Post Navigation