ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้ใช้งาน Facebook เพิ่มขึ้นเป็น 13.5 ล้านคน ในช่วงปี 2011 ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีื 2010 ที่มีจำนวนผู้ใช้งานเพียง 6 ล้านคนเท่านั้น จากการสำรวจของ Nielsen เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของชาวญี่ปุ่นพบว่า

ในช่วงปี 2011 ญี่ปุ่นเริ่มให้ความสนใจกับการใช้งานเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook มากขึ้น ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ยุค Web 2.0 ญี่ปุ่นจะถูกจำกัดด้วยเรื่องของวัฒนธรรม และด้วยธรรมชาติของคนญี่ปุ่นจะไม่นิยมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะมากนัก ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ รวมถึงชื่อ นามสกุลจริงด้วย โดยเลือกที่จะใช้นามแฝงหรือ Username เป็นหลักมากกว่า

ซึ่งน่าแปลกใจว่า เพราะอะไร จำนวนผู้ใช้งาน Facebook ในญี่ปุ่นจึงเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงระยะเวลาแค่ปีเดียวเท่านั้น ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนั้น มีผลพวงมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เชื่อว่าหลายคนยังคงจำกันได้ว่า Facebook ทำให้ครอบครัวที่พลัดพรากกันในเหตุการณ์นั้น ได้พบหน้ากันอีกครั้ง ด้วยการสื่อสารผ่าน Facebook พร้อมกับอัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันของสถานที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เชื่อมั๊ยว่า ในปัจจุบันมีนักธุรกิจและนักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่นหลายคน สร้าง Facebook Page ของตัวเองขึ้นมาเพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร ซึ่งขัดแย้งกับวัฒนธรรมที่เคยเป็นมา คุณคิดว่า เพราะอะไร ที่ทำให้คนญี่ปุ่นกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในชีวิตประจำวัน

ในการสื่อสารช่วงเวลาฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ เราต้องรู้ก่อนว่า เราจะสื่อสารกับใคร และเค้าอยู่ที่ช่องทางไหน เพื่อที่เราจะได้ใช้ช่องทางเดียวกัน ไม่อย่างนั้น การสื่อสารจะไม่เกิดประโยชน์ และอาจทำให้เกิดผลร้ายกลับมาหาเราซ้ำอีกด้วย ซึ่งการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เราควรเปิดเผยข้อมูลแต่พอดี เพราะการเปิดเผยข้อมูลจนหมดเปลือก จะทำให้ผู้อื่นสามารถนำข้อมูลของเราไปใช้ในทางเสียหายได้ ซึ่งสุดท้ายแล้ว เราจะโทษใครทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครบังคับให้เราเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดนี่นา

สังคมออนไลน์ สามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน หากเลือกใช้อย่างถูกวิธีและมีสติ เราจะสามารถควบคุมการสื่อสารนั่นได้ แต่หากเราใช้ด้วยอารมณ์และขาดการยับยั้งแล้วล่ะก็ … ต้มน้ำเตรียมชงมาม่ากินได้เลยค่ะ ^^

 

ข้อมูลอ้างอิง: daydev.com , businessweek.com

 

Post Navigation