ในปี 2012 จะมีผู้คนหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตามรายงานของ Trendwatching.com รายงานว่า ในอนาคตจะมีการพัฒนาแอพฯ ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น ทั้งการป้องกัน การเฝ้าระวัง การตรวจ รวมถึงการดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งในปี 2011 ที่ผ่านมา บน App Store มีแอพฯ สุขภาพให้ดาว์นโหลดกัน สูงถึง 9,000 แอพฯ เช่นแอพฯ ดูแลสุขภาพ ดูแลรูปร่างผู้หญิง รวมถึง แอพฯ ลดน้ำหนัก และแอพฯ คลายเครียด และคาดว่าในปี 2012 จะมีแอพฯ เกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มมากขึ้นถึง 13,000 แอพฯ เลยทีเดียว

ตัวอย่างแอพฯ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยม

  • Pain Free Back : สำหรับคนปวดหลัง ใช้ค้นหาคำแนะนำการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • Digi Ecosystem : ช่วยบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจ ประมวลผลแล้วส่งไปยังเว็บเทรนนิ่งร่างกาย
  • Skin Scan : สำหรับตรวจสอบไฝตามร่างกาย เพื่อเฝ้าระวังมะเร็ง เป็นต้น

ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของการดูแลสุขภาพ โดยการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ และจากประสบการณ์ตรง เราได้ใช้งานจริงๆ มาแล้วค่ะ ซึ่งมีประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่สุขภาพไม่แข็งแรง ยกตัวอย่างเช่น “Instant Heart Rate” เป็นแอพฯ ที่เหมาะกับคนเป็นโรคหัวใจเต้นไม่ปกติมาก เพราะการเก็บสถิติการเต้นของหัวใจอยู่เป็นประจำ จะช่วยทำให้เราได้รู้ตัวล่วงหน้าก่อนที่จะมีอาการกำเริบหนักได้ เพราะตัวเลขที่เราตรวจวัดได้ทุกวัน หรือทุกครั้งที่รู้สึกว่ามีอาการใจสั่น แต่ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่า เราสามารถตรวจวัดได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่ติดตั้งแอพฯ นี้ลงไปเท่านั้น

20120401-143509.jpg

ซึ่งการใช้งานง่ายมากค่ะ เพียงแค่เอานิ้วชิ้หรือนิ้วกลางข้างใดข้างหนึ่ง แตะลงไปทีหน้าเลนส์กล้องบนโทรศัพท์มือถือ แอพจะทำการจับอัตราการเต้นของหัวใจจากการสัมผัสของเส้นประสาทที่อยู่ปลายนิ้ว แต่การใช้งานก็ต้องบอกก่อนนิดนึงว่า “เราใช้เพื่อการดูแลตัวเอง หรือเพื่อเฝ้าระวัง ไม่ใช่การรักษา” เพราะฉะนั้น เรื่องของความแม่นยำ อาจต้องใช้วิจารณญาณร่วมด้วย โดยส่วนตัว ขอเลือกที่จะยึดหลักการเปรียบเทียบสถิติแต่ละวัน หรือทุกครั้งที่มีอาการ โดยยึดมาตราฐานของการใช้งานอุปกรณ์ที่ใช้วัดผล มากกว่าที่จะไปเปรียบเทียบกับสถิติของเครื่องมือแพทย์โดยตรง

20120401-135825.jpg

ก่อนหน้านี้ เราเคยได้ศึกษาและพูดคุยกับคุณหมอเฉพาะทางด้านโรคหัวใจ คุณหมอเล่าให้ฟังว่า การเก็บสถิติของแต่ละวันก่อนไปพบแพทย์ จะช่วยให้คุณหมอสามารถวิเคราะห์และรักษาได้ตรงจุดมากกว่า สำหรับคนที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่สาเหตุหลักมาจาก 2 ส่วนด้วยกัน คืออาการจากหัวใจผิดปกติโดยตรง กับ อาการข้างเคียงที่มีผลกระตุ้นให้หัวใจเกิดอาการผิดปกติ แนวทางการรักษาจะตอบได้ยากว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ เพราะไม่มีใครรู้พฤติกรรมเราดีเท่าตัวเอง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวัง อาจต้องมีเครื่องมือที่เก็บสถิติการเต้นของหัวใจ โดยที่คนป่วยต้องนำอุปกรณ์ที่ว่านี้ติดตัวอยู่ตลอดเวลา และเครื่องจะทำการส่งผ่านข้อมูลผ่านเครือข่ายสัญญาณที่จะส่งตรงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของโรงพยาบาล หากเมื่อไหร่ที่ีมีอาการหัวใจเริ่มเต้นผิดปกติ ทางรพ.จะทำการเก็บข้อมูลและติดต่อคนไข้เพื่อแนะนำแนวทางการรักษาเป็นกรณีพิเศษ แต่วิธีนี้ืจะมีค่าใช้จ่ายสูงเรื่องของการเช่าอุปกรณ์เพื่อติดตัวตลอดเวลา ดังนั้น แอพการเก็บสถิติเพื่อการดูแลตัวเองในเบื้องต้นแบบนี้ จะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง สำหรับคนไอที เพราะอาการจริงกับอาการข้างเคียง บางครั้งมีลักษณะที่คล้ายกันมาก จนบางทีอาจแยกไม่ได้ ซึ่งทำให้หาสาเหตุของอาการป่วยที่ชัดเจนไม่ได้เช่นกัน คุณหมอเก่งแค่ไหน ก็ต้องอาศัยการการบอกเล่าอาการจากคนป่วย ซึ่งคนป่วยเอง บางครั้งก็ตัดสินใจเองไม่ได้ หรือไม่รู้ว่า เราควรเก็บสถิติอะไรบ้าง การเก็บสถิติและหมั่นสังเกตตัวเองในเบื้องต้น จึงช่วยได้มาก และเทคโนโลยีแบบไม่มีค่าใช้จ่ายแบบนี้ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้งาน

เทคโนโลยีเหล่านี้ ดูเหมือนเป็นเรื่องไม่มีอะไร แต่การบันทึกข้อมูลอยู่เรื่อยๆ นอกจากจะทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตลอดเวลาแล้ว เวลาที่เราไปหาหมอ ก็จะช่วยให้เราสามารถบอกเล่าอาการป่วยได้อย่างละเอียด ทำให้แนวทางการรักษาแม่นยำยิ่งขึ้น ถึงเวลาแล้วค่ะ ที่เราจะเปลี่ยนความคิดใหม่ แล้วหันมาใส่ใจสุขภาพกันด้วยตัวเองจากสิ่งที่มีอยู่ ^^

ข้อมูลอ้างอิง: POSITIONING : MAGAZINE

Post Navigation