TWEEPLE’S CORNER A SPACE FOR YOU AND BY YOU
Who are you going to believe?

December 25, 2011

Social Media ถือเป็นช่องทางการสื่อสารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้  ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคเท่านั้นที่ให้ความสนใจ แต่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเอง ก็ให้ความสำคัญกับ Social Media ไม่แพ้กัน เพราะเป็นช่องทางที่สามารถสื่อสารกับคนจำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว และยังเป็นช่องทางการระดมหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา น่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้ดีว่า Social Media มีพลังมากมายแค่ไหน

ซึ่งพลังที่มากมายของ Social Media เป็นพลังที่มีทั้งด้านดีและด้านลบในเวลาเดียวกัน  ซึ่งการสื่อสารบน Social Media มีทั้งข้อมูลที่เชื่อถือได้และไม่ได้ เพราะความง่ายของการสื่อสารและได้รับการตอบกลับอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนเข้าใจกันไปว่า ทุกคนสามารถเป็นนักข่าวได้ ขอแค่มี Social Media อย่าง WeBlog หรือเว็บโซเชี่ยลอื่นๆ และมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นความคิดที่นานาจิตตัง

การเป็น “นักข่าว” ได้ จำเป็นต้องศึกษามาในด้านการสื่อสารโดยตรงหรือใกล้เคียง โดยมีการยอมรับและรองรับจากหน่วยงานหรือต้นสังกัดของผู้ทำข่าว แต่ “บล๊อคเกอร์” ไม่มีสังกัดหรือหน่วยงานที่ชัดเจนเพื่ออ้างอิงความน่าเชื่อถือ เพราะบล๊อคเกอร์ เป็นอาชีพอิสระที่เกิดขึ้นจากการเขียนเล่าเรื่องต่างๆ ที่ตนสนใจหรือเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ ประหนึ่งว่าเป็น “นักเขียน” ที่ไม่ว่าจะเขียนเรื่องราวอะไร ก็มีคนสนใจติดตามอ่านอยู่เสมอ

แต่ปัจจุบัน สื่อหลายประเภทถูกบิดเบือนไปเพราะมีเรื่องการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเริ่มมาจากการรีวิวสินค้าด้านเครื่องสำอาง และพัฒนาไปยังสินค้าต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากอย่างสินค้าด้านไอที ที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน จึงเกิดเป็นกระแสอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นช่องทางการสื่อสารของนักการตลาดเท่านั้น

เพราะการสื่อสารที่รวดเร็ว ความง่ายต่อการเข้าถึง เทคโนโลยีที่มีความสำเร็จรูปให้เลือกใช้งานฟรีมากขึ้น ทำให้บล๊อคเกอร์สามารถสร้างรายได้ในรูปแบบต่างๆ บนพื้นที่ของตัวเอง ยิ่งมีจำนวนการเข้าชมเว็บบล๊อคของตัวเองมากเท่าไหร่ นักการตลาดยิ่งมองถึงโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักการตลาดสามารถนำไปใช้ประมาณการและวัดผลเพื่อวางแผนการตลาดต่อไปได้  รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือประชาชนทั่วไป หากใครตกเป็นเหยื่อทางการตลาด ก็อาจทำให้เกิดการบอกต่อชนิดที่ยากต่อการควบคุม ซึ่งนักการตลาดจะเรียกวิธีการนี้ว่า Viral Marketing หรือการตลาดแบบ

ผลประโยชน์ที่มีร่วมกันแบบน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์และแนวทางการต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ทำให้ทิศทางของการสื่อสารเปลี่ยนไป ซึ่งผู้บริโภคต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง การควบคุมทิศทางของสื่อ จึงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมได้ การบริโภคสื่อออนไลน์ จึงต้องใช้วิจารณญาณควบคู่ไปด้วย เพราะหากเป็นเรื่องทางการเมือง อาจทำให้เกิดการขัดแย้งที่รุนแรง เพราะสามารถระดมพลได้เป็นจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว

ถ้าย้อนกลับไปมองให้ดี บล๊อคเกอร์ ยังคงมีขอบเขตที่ไม่ชัดเจน  ซึ่งจริงๆ แล้ว ส่วนตัวมองว่า “บล๊อคเกอร์” ควรจัดกลุ่มอยู่ในประภทของ “นักเขียน” เพราะ หัวใจสำคัญที่จะทำให้บล๊อคเกอร์มีความน่าเชื่อถือหรือน่าติดตามได้ ต้องมีเนื้อหาเป็นสำคัญ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับนักเขียนที่ก่อนหน้านี้ การเขียนจะถูกนำเสนอต่อไปด้วยการตีพิมพ์ แต่ปัจจุบัน การเขียนสามารถนำเสนอได้ทั้งรูปแบบการตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม หรือนำเสนอบนเว็บไซด์ก็ได้ และยังพัฒนาต่อมาเป็น e-book หรือ Digital Publishing  ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่เริ่มมีการนำเสนอจากแบรนด์ต่างๆ บ้างแล้ว

ต่างจากนักข่าวที่มีกรอบการทำงานที่ชัดเจนและถูกควบคุมด้วยการปลูกผังจริยธรรมของในวิชาชีพ ให้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลาง เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทำได้แค่เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอข้อมูล แต่จริยธรรมและลักษณะของเนื้อหา ยังคงยึดถือหลักการและข้อจำกัดที่ถูกยอมรับโดยทั่วกัน

จริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การบอกต่อหรือแบ่งปันเนื้อหาที่ถูกใจ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรมีร่วมกัน ซึ่งบางเนื้อหามีมูลค่าทางความคิด การนำไปใช้หรือบอกต่อโดยไม่ให้เครดิตหรือนำไปดัดแปลงให้ผิดวัตถุประสงค์ กับผู้เป็นเจ้าของเนื้อหานั้น จึงถือเป็นเรื่องที่ขาดจริยธรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะช่วยป้องกันและปราบปรามสิ่งที่อาจทำลายคุณค่าทางความคิด สื่อใดที่ไม่มีทีมา ถือได้ว่าสื่อนั้น ไม่น่าเชื่อถือ แล้วเรายังจะเสพสื่อแบบไม่มีที่มาต่อไปอีกหรือ?

 

อ่านเพิ่มเติม:  nationmultimedia.com

Post Navigation