Ukulele มีสายเพื่อใช้บรรเลงเพลงแค่เพียง 4 สาย โดยใช้สายไนล่อน รูปทรงจะเล็กกว่าอะคูสติกกีต้าร์มาก ซึ่งจะมีอยู่ 4 ขนาด คือ

1) soprano (standard size) มีขนาดความยาว 21″ นิ้ว
2) concert มีขนาดความยาว 23″ นิ้ว
3) tenor มีขนาดความยาว 26″ นิ้ว
4) baritone มีขนาดความยาว 30″ นิ้ว

 

“ภาพแสดงส่วนประกอบต่างๆ ของ Ukulele”

Ukulele แต่ละขนาด มีเอกลักษณ์อย่างไร?

Soprano ถือเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับชาวฮาวายเอี้ยน แต่อาจไม่ใช่สำหรับคนไทย โดยเฉพาะคนที่เล่นอะคูสติกกีต้าร์มาก่อน เพราะยิ่งขนาดเล็กเท่าไร ก็ยิ่งทำให้การเล่นทำได้ยากมากขึ้นเท่านั้น

Fingerboard ที่เล็ก ทำให้การวางตำแหน่งของมือซ้ายทำได้ยาก และขนาดตัวที่เล็ก ทำให้การโอบหรือการพยุง Ukulele ขึ้นมาแนบกับอกจะทำได้ยาก ยิ่งโอบไว้นานก็ยิ่งทำให้รู้สึกเมื่อย รวมถึงระยะห่างของสายทั้งสี่เส้น ก็มีระยะห่างน้อยมาก ทำให้การเล่น finger ตามได้ยาก

แต่ไม่ใช่ว่าขนาด Soprano จะไม่ดี มันก็เหมือนกับอะคูสติกกีต้าร์นั่นล่ะ ที่แต่ละทรงก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งขนาด Soprano จะให้เสียงที่คมชัด แหลมดี และย่านเสียงสูงยอดเยี่ยมกว่าทรงอื่นๆ เหมาะกับการเล่นแบบตีคอร์ด เป็น Background ให้กับวง ดังนั้น ukulele ขนาด Soprano จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เล่น Ukulele ได้คล่องแล้ว และเน้นสไตล์การเล่นแบบตีคอร์ด

Concert จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าขนาด soprano ขนาดตัว และฟิงเกอร์บอร์ดที่มีความกว้างมากขึ้นนั้น ช่วยทำให้การเคลื่อนของมือซ้ายทำได้ง่ายขึ้น เอกลักษณ์เสียงของขนาด Concert คือให้เสียงแหลมพอประมาณ และมีเสียงกลางผสม จึงเหมาะกับการใช้เล่น ในสไตล์ strum-chord(ตีคอร์ด) เป็นหลัก แต่สามารถใช้เล่นสไตล์ finger-picking ได้เช่นกัน

Tenor มีขนาดใหญ่กว่า concert ผู้เล่นสามารถเล่นได้ง่าย คือทั้งการโอบหรือพยุงขึ้นแนบกับอกทำได้ง่ายขึ้น การใช้มือซ้ายและมือขวาเคลื่อนไหวได้ง่าย ขนาดของลำตัว(body) และฟิงเกอร์บอร์ดที่ใหญ่ขึ้นนั้น จึงเหมาะกับผู้ที่มีนิ้ว/มือที่ใหญ่ หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดเล่น เอกลักษณ์เสียงอยู่ที่เสียงกลางดี มีเนื้อเสียงที่ชัดเจน จึงเหมาะกับการเล่นแบบ finger-picking และ solo ได้ดี เสียงที่ออกมาจะมีความใกล้เคียงอะคูสติกกีต้าร์พอสมควร แต่ tenor ให้โทนเสียงแหลมคมและการพุ่งของเสียง จะน้อยกว่า soprano และ concert

Baritone เหมาะกับการเล่นโน๊ตเป็นตัวๆ หรือการเล่นแบบโซโล หรือเล่นแบบ Finger-style ให้ย่านเสียงต่ำดี แต่ย่านเสียงสูงไม่โดดเด่น จึงตอบสนองเสียงคมๆ แหลมๆ ได้ไม่ดีนัก มีเสียงใกล้เคียงกับอะคูสติกกีต้าร์มากที่สุด

วิธีการตั้งสาย Ukulele แบบมาตรฐาน (C tuning)

 การตั้งสาย ukulele สำหรับขนาด “soprano”, “concert” และ “tenor” มีหลายแบบ ตัวอย่างในที่นี้เป็นการตั้งสายแบบมาตรฐาน ให้ตั้งเป็น

G (สาย4)
C (สาย3)
E (สาย2)
A (สาย1)

สรุปง่ายๆ ว่า ถ้าเอาคาโป้ (capo) มาคาดตรง fret ที่ 5 ของคออะคูสติกกีต้าร์ ก็เหมือนกับเล่น Ukulele แล้วค่ะ คือทุกๆ สายจะเป็นโน๊ตตัวเดียวกันหมด ทั้งขนาด soprano, concert และ tenor (แต่ G ของสาย 4 เป็นเสียงสูง) สำหรับเครื่องตั้งสายอะคูสติกกีต้าร์สมัยใหม่ จะมีให้เลือกตั้งสายแบบ ukulele ด้วย แต่ถ้าไม่มีก็สามารถตั้งได้ถ้าเราจำเสียงได้

Baritone
วิธีการตั้งสายสำหรับขนาด Baritone จะแตกต่างกับขนาดอื่นๆ คือให้ตั้งเป็น D G B E จะสังเกตุเห็นว่า การตั้งแบบนี้ก็เหมือนกับการตั้งสายล่าง(เสียงสูง)ของอะคูสติกกีต้าร์ ดังนั้น Baritone จะตั้งสายโดยถอดแบบมาจากสายล่าง(เสียงสูง)ของกีต้าร์ คือ

4(D)
3(G)
2(B)
1(E)

 แนะนำเวปตั้งสาย ukulele On-Line (คลิก)

ทีนี้ก็รู้แล้วนะว่า Ukulele แต่ละชนิด แต่ละประเภท มีความแตกต่างกันยังไง และเราจะเหมาะกับแบบไหน ลองไปดูที่ร้านดีกว่านะ ศึกษาข้อมูลไปก่อน จะได้ไม่โดนหลอก แล้วพอเราจับแล้วชอบรุ่นไหน ถนัดกับขนาดใหญ่หรือเล็กก็ว่ากันไปตามเงินทองที่อยู่ในกระเป๋าเนอะ

ที่มา: acousticthai.net

  • Sunya Jettanasen

    ขอบใจมากจ๊ะ สนใจอยู่ แต่อัพรูปใหม่น๊าจ๊ะ

    • Anonymous

      น่าจะเป็นที่บราวเซอร์นะคะ เพราะเปิ้ลเปิดในคอมดูได้ปกติ แต่จริงๆเมื่อเช้าเปิดดูจากมือถือ ภาพมันไม่ขึ้นจริงๆหล่ะ เดี๋ยวว่างแล้วแก้ให้นะคะ ^^

Post Navigation