ใครทำงานมาหลายปีแล้วเงินเดือนไม่เคยขึ้น ตำแหน่งงานไม่เคยขยับบ้าง เป็นเพราะอะไรกันนะ เคยสำรวจตัวเองหรือคนรอบข้างมั๊ยคะว่า คนอื่นๆ เป็นเหมือนเราหรือเปล่า การก้าวกระโดดจากพนักงานธรรมดาขึ้นไปเป็นผู้นำองค์กรได้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่แน่นอนว่า ตำแหน่งงานดีๆ ย่อมเป็นที่ต้องการของทุกคน แต่จะทำยังไงล่ะ ความสามารถอย่างเดียวอาจไม่พอ คุณจะต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้ด้วยค่ะ

แต่งกายให้เหมาะสม เพราะการแต่งกายสามารถบอกได้ถึงรสนิยมและความคิด ช่วยเสริมบุคคลิคให้ดูภูมิฐานและสร้างความน่าเชื่อถือกับคนในองค์กรและผู้ร่วมงาน ลองคิดูสิคะว่า มี CEO ที่ไหนใส่กางเกงขาสั้นมาทำงานหรือเปล่า มีแค่แม่บ้านทำความสะอาดเท่านั้นนะคะ ที่จะใส่เสื้อยับยู่ยี่มาทำงานได้

หมั่นแสดงความคิดเห็นและความริเริ่มสร้างสรรค์อยู่เสมอ แม้สิ่งนั้นจะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคุณก็ตาม การช่วยเหลือหรือแนะนำให้งานสามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่เพียงแต่ทำให้องค์กรเห็นความสามารถของคุณ แต่ยังทำให้คุณเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องอีกด้วย

มีความพร้อมที่จะนำเสนออยู่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่า คุณต้องมีความรู้รอบตัวเป็นพื้นฐานและพร้อมที่จะคิดต่อยอดออกมาเป็นไอเดียนำเสนอให้กับผู้บริหารอยู่เสมอ เพราะนั่นหมายถึงความพร้อมทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และความกระตือรือร้นของคุณ ในทางตรงกันข้ามนะ ใครที่ประหม่าอยู่ตลอดเวลา นอกจากจะตอบคำถามไม่ได้แล้ว อาจทำให้ดูไม่น่าเชื่อถืออีกด้วย

มีความรับผิดชอบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับงาน คุณต้องสามารถหาวิธีหรือเสียสละบางอย่างเพื่อให้ภารกิจนั้นสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะอยู่ในเวลางานหรือไม่ก็ตาม เพราะนั่นคือความรับผิดชอบที่คุณต้องดูแลจัดการ

อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง เมื่อถึงกำหนดส่งงาน ควรมีการตรวจทานให้เรียบร้อย แม้จะมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่องก็ต้องสามารถบริหารจัดการเวลาได้ ยิ่งคนที่ทำงานเป็นทีม เมื่อไหร่ที่มีการผลัดวัน นั่นหมายความว่า ตารางงานคนอื่นในทีมจะต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย

สื่อสารให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือมอบหมายงานก็ตาม การสื่อสารที่ชัดเจนจะทำให้เข้าใจง่าย เข้าใจตรงกัน ช่วยลดความผิดพลาดของงาน รวมถึงการตั้งคำถามด้วยนะ เพราะคงไม่มีใครอยากตอบคำถามซ้ำๆ หรือคำถามที่ไม่สร้างสรรค์แน่นอน

ปฎิบัติตัวให้เหมาะสม การวางตัวเป็นเรื่องสำคัญ กฎระเบียบจะไม่น่าเชื่อถือเลย ถ้าผู้นำองค์กรไม่เริ่มทำให้พนักงานเห็น หากเราต้องการเป็นผู้นำ เราต้องสามารถทำตามกฎเกณฑ์ขององค์กรให้ได้ วางตัวให้เหมาะสมกับสิ่งที่มีข้อยกเว้น ไม่แสดงอารมณ์ในที่ทำงาน เพราะนั่นหมายถึงการแสดงออกทางวุฒิภาวะและทรรศนะคติด้วย

อย่าอวดฉลาดหรือแสดงความสามารถที่เกินหน้าเกินตา เพราะความอิจฉาหรือความท้าทาย จะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นได้ หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งและต่อต้านจากองค์กรเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ฉลาดพูด รู้ว่าควรจะพูดอะไรตอนไหน และตอบคำถามอย่างไร นำเสนอด้วยถ้อยคำหรือน้ำเสียงอย่างไรให้เกิดความประทับใจได้ นั่นหมายความว่าการพูดต้องรู้สึกได้ถึงความจริงใจและต้องมีจังหวะที่ดีด้วยเช่นกัน เพราะคงไม่มีเจ้านายคนไหนจะพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้พนักงานหลังจากที่เพิ่งคิดในใจว่า พนักงานคนนี้สตรอเบอร์รีหรอกนะ

เรียนรู้ที่จะปฎิเสธ การปฎิเสธที่ดีต้องไม่ทำให้ใครรู้สึกเสียใจ หรือรู้สึกถูกปฎิเสธ การหลีกเลี่ยงด้วยการชื่นชมสิ่งที่อีกฝ่ายนำเสนอแล้วจึงปฎิเสธเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปฎิเสธแบบฟ้าผ่า เพราะอาจทำให้อีกคนเสียหน้าก็เป็นได้ การปฎิเสธจึงต้องมีศิลปะในการพูดเพื่อถนอมน้ำใจซึ่งกันและกันด้วยนะ

การเป็นผู้นำ จำเป็นต้องมีทั้งพระเดช พระคุณ และต้องสามารถดูแลจัดการอำนาจที่มีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ

ที่มา: hongkiat.com

  • Jira Kata

    + ขยายใจให้ใหญ่ หมั่นเติมพลังชีวิตด้วยการให้ ให้จากใจจริง ให้โดยไม่ต้องการสิ่งใด เพียงความสุขแห่งการให้ นั่นแหละหัวใจของผู้นะ 🙂

Post Navigation