เพลง: เขียนถึงคนบนฟ้า [ประกอบภาพยนต์เรื่อง โคตรรักเอ็งเลย] 

เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ที่ต้องใช้ชีวิตลำพัง ฟ้าทุกเช้ามันอ้างว้าง ตั้งแต่เธอจากไป
ชีวิตต้องเดินก็รู้ แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร ดาวบนฟ้าคว้ามาได้ ใครจะร่วมชื่นชม
ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า

คิดถึงเธอ คนที่ดีที่สุด ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย
ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันมั้ย อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ

เพิ่งรู้ว่ากอดมันหวาน เมื่อเธอนั้นไปไกลลับตา ใช้ทั้งสองมือไขว่คว้า คงไม่มีค่าใด
ห้องน้อยของเธอกับฉัน ที่วันนั้นมันดูแคบไป เพิ่งจะรู้มันกว้างใหญ่ เกินจะนอนคนเดียว

ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า
คิดถึงเธอ คนที่ดีที่สุด ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย
ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันมั้ย อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ

ได้ยินมั้ย คิดถึงเธอ

เพลงนี้ชอบมากสมัยยังวัยรุ่น จำได้ว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้เรารู้สึกเข้าใจคำว่า “รัก” มากยิ่งขึ้น แต่รักในที่นี่อาจจะสวนทางกันคนอื่นไปสักหน่อยนะ เพราะเนื้อเรื่องมันเข้มข้นเกินกว่าที่จะให้มานั่งคิดแบบ Poppy Love  ถ้าใครได้ดูหนังเรื่องนี้จะพอจำได้ว่า ตอนท้ายของเรื่องมีฉากหักมุมได้สะท้อนใจอย่างแรงทีเดียว

การที่ชาย-หญิงคู่นึงคบกัน แต่งงานกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน เชื่อมั๊ยว่าตอนที่แต่งงานมีแต่คนอิจฉาในความรักและความสุขของทั้งคู่ แต่ทำไมนะ พอนานไป ความรัก ความสุขที่เคยมีกลับไม่เหมือนก่อน อะไรที่เคยชอบ อะไรที่เคยใช่ อะไรที่ทำได้ กลับจางหายไป อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า ให้คอยถามตัวเองว่า “ลืมอะไรไปหรือเปล่า”  ถ้าไม่ลืม แล้วเพราะอะไร เป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบกันต่อไป ถ้ายังอยากให้ชีวิตคู่ดำเนินต่อไปได้

แต่การหาคำตอบก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางคำถามก็ไม่มีคำตอบ หรือคำตอบก็คือ “หมดรัก” แล้วจะทำยังไงต่อไป ถ้าถามตัวเองแล้วดันเจอคำตอบนี้ วิธีง่ายๆ นะคะ “ทำใจ” อย่างด่วนเลยค่ะ เพราะยิ่งทิ้งไว้นาน ก็เหมือนสิวที่อุดตันบนใบหน้า กลายเป็นรอยด่างดำที่กวนใจไปตลอดชีวิต แต่การรักษาสิวที่ผิดวิธี ถึงแม้ว่าสิวหาย แต่ก็อาจทำให้มีรอยแผลเป็นเข้ามาแทนที่ ส่องกระจกกี่ทีก็อยากจะกรี๊ดให้หายเศร้า ถ้าได้กรี๊ดจริงๆ จะหายเศร้าหรือเปล่านะ

การรักษาสิวที่ถูกวิธี ต้องเริ่มต้นจากการดูแลรักษาสิ่งที่มีอยู่นั่นเอง แล้วอะไรล่ะ ที่คู่รักมีอยู่ ((แต่ไม่รู้ว่าปริมาณจะเท่ากันหรือเปล่านะ)) นั่นคือ “ความรัก” ไงล่ะ เราต้องถนอมความรักที่มีอยู่ให้ดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะกดหรือจะบีบ ถ้าทำดีๆ มือเบาๆ นอกจากจะไม่เจ็บแล้วยังไม่มีแผลเป็นอีกด้วย แล้วผิวสวยๆ ที่เป็นเหมือนความรักก็จะยังคงอยู่กับเรา ซึ่งเปิ้ลจังเป็นคนนึงที่มีความซนอย่างแกร่งกล้าอยู่ในตัว แล้วชอบใช้คู่กับกำลังมหาศาลที่พร้อมจะบีบ แคะ แกะ เกาสิวหรือเม็ดผื่นบนใบหน้าได้ทุกเวลา แล้วผลที่ได้ ไม่เคยมีอะไรนอกจาก “รอยแดงช้ำและเป็นแผลในที่สุด”

เหมือนกับเนื้อเรื่องในหนังเรื่องนี้ ที่เมื่อถึงทางแยกวัดใจ ความรักของใครมั่นคงกว่า… ก็เจ็บมากกว่า เมื่ออีกคนต้องการจะไป จะมาพูดกันเมื่อถึงวันที่เจอทางแยกแล้ว ก็ดูจะช้าเกินไปนะ เพราะความรักไม่ได้ต้องการแค่ “รักษา” แต่ต้องการสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “ถนอมน้ำใจ” ด้วยนี่สิ การมีอะไรในใจแล้วหยอดกระปุกไว้ไม่พูดไม่จา ถึงเวลาเรามาสาดโคลนใส่กัน มันจะดีหรอ คนดูอ่ะ มันส์นะ แต่คนที่สาดใส่กันนี่สิ ทั้งเหนื่อยและสกปรก ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ เชื่อเถอะว่า ทางแยกวิ่งมาหาเราแน่นอน

ถ้าอยากจะเดินข้ามไปแบบชิลๆ ต้องหมั่นตรวจสอบความรักด้วยการพูดคุยและทำความเข้าใจแบบเคารพในความคิดซึ่งกันและกัน แล้วสักวัน “เวลา” จะทำให้เราเข้าใจอะไรได้มากขึ้นจากการพูดคุย เพราะเราไม่ใช่เทพ บางทีพูดแล้วไม่เข้าใจ ก็อย่าไปเอาอะไรมาก ในเมื่อบางทีเราก็เข้าใจนะ แต่ทำไม่ได้ก็ยังมี เพราะฉะนั้น การรับฟังแล้วให้โอกาสกันและกันได้เรียนรู้การแก้ปัญหาของแต่ละสถานการณ์จะเป็นทางออกที่มีผลกระทบน้อยที่สุด

เมื่อไหร่ที่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง แม้แต่ปาก ก็สามารถใช้เป็นอาวุธได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบในหนังขึ้นล่ะ คนนึงขับรถออกจากบ้าน หลังจากที่ทะเลาะกันอย่างดุเดือด เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ต่างคนต่างไม่มีโอกาสแม้จะพูดคำว่าขอโทษกันด้วยซ้ำ ฉากนี้หล่ะ ที่ทำให้เปิ้ลจังเข้าใจ “ความรัก” มากขึ้น คนอื่นอาจจะคิดถึงแฟน แต่สำหรับเปิ้ลจังแล้ว ฉากนี้คิดถึงแม่เต็มๆ เพราะตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยจำได้เลยว่า “กอดพ่อกับแม่ตอนไหน”

แล้วถ้าวันไหนที่เราทำให้พ่อแม่เสียใจจนเกิดเหตุการณ์แบบในหนัง ซึ่งมันเป็นเรื่องใกล้ตัวนะ เกิดขึ้นได้กับคนดวงซวยทุกคน แล้วถ้ายิ่งซวยหนักล่ะก็ เปิ้ลจังกราบเท้าพ่อกับแม่ไป จะมีใครลุกขึ้นมากอดเปิ้ลจังได้หรอ ผิดกับผู้ชายที่เรียกว่า “แฟน” ทำเราเจ็บมากี่ครั้ง ร้องไห้มากี่หน แถมเชื่อใจได้แค่ไหนไม่รู้ เลยทำให้เปิ้ลจังรักในสิ่งที่มีอยู่ มากกว่าการไปไขว่คว้าความรักจากคนนอก

ตั้งแต่นั้นมา เปิ้ลจังก็กลายเป็นเด็กดี จากที่เคยเถียง เคยวิ่งหนีแม่ไปนอนฟักไข่อยู่บนห้องนอน ไม่ยอมลงมาฟังแม่สวด หรือบางทีก็งอล กลับบ้านมาไม่เจอใครวันเดียว ตื่นเช้ามาหนีกลับกทม.ซะงั้นอ่ะ อาการเหล่านั้นหายไปทันที เพราะฉากในหนังเพียงฉากเดียว เพราะมันคือการจำลองสถานการณ์จริงว่า “การไม่มีโกาสได้พูดหรือบอกคนที่เรารัก มันจะทรมานแค่ไหน” เปิ้ลจังไม่อยากปล่อยให้อะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวเองก่อน แล้วค่อยจำมาเป็นบทเรียน ก็เลยเลือกที่จะ “ถนอมความรัก” ด้วยการกลับบ้านบ่อยขึ้น และทุกครั้งที่กลับบ้าน “ต้องได้กอด ได้หอม ได้พาแม่ไปเดินเที่ยว ไปซื้อของ ไปใช้ชีวิตแบบลิ้นกับฟัน แต่ก็รักกันมากๆ” เหมือนครอบครัวอื่นๆ บ้าง

อย่าปล่อยให้ความเคยชินมาทำให้ความรักจางลงได้นะคะ คนที่คบกันมานานแล้วความหวานยังเหมือนเดิม ต้องขอแสดงความอิจฉาริษยาอย่างเปิดเผย แต่ใครที่นับวันยิ่งจางลง อยากให้ลองมองกางเกงยางยืดดูสักนิด เวลาที่ซื้อมาใหม่ๆ จะดึงให้ยืดเท่าไหร่ มันก็เด้งกลับมาขนาดเท่าเดิม แต่เมื่อใช้ไปนานๆ คราวนี้ยางยืดจะค่อยๆ ย้วยออกไปไม่คงรูป จากที่เคยรัดพอดีเอว ก็กลายเป็นปิดของสงวนอะไรไม่ได้เลย เปรียบเหมือนคนที่คบกันมานาน ยิ่งอยู่นาน ยิ่งมีแต่จะแยกออกจากกัน ไม่เหมือนรักกันใหม่ๆ ไปไหนทีต้องมีแพคคู่ตลอด

หลายครั้งที่เปิ้ลจังไม่ยอมขับรถไปไหนมาไหนเอง ก็เพียงแค่อยากใช้เวลาตอนรถติดได้คุยกันบ้าง เบื่อที่จะทะเลาะหรือจีบกันทางโทรศัพท์  พอกินข้าวเสร็จก็ต่างคนต่างขับรถกลับ บางทีกลับทางเดียวกัน ขับรถตามกัน แล้วก็ต้องโทรหากันตลอดทาง ทำไมไม่ไปคันเดียวกันซะล่ะ เชื่อสิว่า “คนหนึ่งคน สามารถทำให้เรารู้สึกอบอุ่นได้มากกว่ารูปถ่ายในมือถือหลายๆ ภาพอีกค่ะ”

ลองคิดดูให้ดีนะคะ แบ่งเวลาให้กับตัวเอง แบ่งเวลาให้กับคนที่เรารัก ให้เวลากับชีวิตคู่ได้พักกาย พักใจ เพื่อหันมาหากันใหม่ ช่วยยืดอายุให้กับความรักอยู่กับเราไปนานๆ แล้วคราวหน้าเปิ้ลจังจะมาเล่าให้ฟังค่ะว่า คนน่ารัก กุ๊กกิ๊กอย่างเปิ้ลจัง ชอบทำเซอร์ไพร์อะไรบ้าง เชื่อสิคะว่าเปิ้ลจังน่ะ “มุขเยอะค่ะ”

ช่วงนี้เพื่อนอกหักกันเยอะ เลยเพ้อเจ้อนิดหน่อย ให้เป็นการพักสมองกับเรื่องเครียดๆ บ้าง
ไม่น่าเชื่อเลยว่า คนโสดอย่างเปิ้ลจัง จะมีมุมมองความรักกับเค้าเหมือนกัน… โสดน่ะรื่องจริง ถูกทิ้งน่ะ “ข่าวลือ”

Post Navigation