ผู้มีอิทธิพล (Influencer) คืออะไรน่ะหรอ คือคนที่ทำให้เราเกิดความรู้สึก อยากกิน อยากเที่ยว อยากได้ อยากทำผม อยากไปโน่น ไปนี่ เหมือนไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าคนดัง คนมีชื่อเสียงหรือคนที่เราชื่นชอบ ทำอะไร เราก็จะรู้สึกอยากทำตามโดยที่บางครั้งก็ไม่มีเหตุผล อย่างเช่น มือถือก็มีอยู่แล้ว แถมยังใช้ได้ดี แต่พี่ก็ไปซื้อมาเพราะว่าเห็นน้องเค้าใช้ ก็อยากใช้บ้าง ((คนประเภทนี้ หน้าตาไม่ต้องดี แต่ขอให้มีตังค์))

นั่นหมายความว่า ผู้มีอิทธิพลไม่จำเป็นต้องไว้หนวดหรือมีกล้ามโตเพื่อสร้างความกดดันคนรอบข้างสินะ แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้เกิดเป็นอิทธิพลได้ ถ้าไม่ใช่ “ความน่าเชื่อถือและความสามารถของการโน้มน้าวใจคนให้คล้อยตามโดยง่าย”  ซึ่งต่างจากเซลล์ขายของนะ เพราะนั่นต้องอาศัยน้ำลายจำนวนมหาศาล กว่าจะพูดให้คนยอมจ่ายเงินได้… คอแห้งตายพอดี

เพราะฉะนั้นการเป็นผู้มีอิทธิพลในที่นี้ ไม่จำเป็นต้องหน้าตาดีหรือมีพี่เป็นนายก หน้าอกไม่ต้องถึง 36 ก็สามารถเป็นผู้ทรงอิทธิพลได้ แต่จะมีอิทธิพลที่ไหน กับใคร และมีอิทธิพลอย่างไร  ขึ้นอยู่กับบทบาทของคนๆ นั้นว่าที่สร้างความน่าเชื่อถือไว้ในด้านไหน จนทำให้เกิดการชาบู บูชาจากใครก็ไม่รู้ บางทีก็ไม่รู้จัก เดินๆ อยู่ก็อาจมีคนมาทักเหมือนรู้จักกันมานาน  คนประเภทนี้นอกจากจะมีเพื่อนใน Facebook มากมายแล้ว เชื่อว่าคงไม่ค่อยมีใครสื่อสารกับเค้าเท่าไหร่

เอาอย่างนี้ค่ะ ลองสื่อสารด้วยตัวอักษรเฉพาะกิจจากใจว่า บอกเค้าว่าเราสนิทกัน  “ถามฉันรึยังฮ๊ะ”  ถ้าไม่สามารถถือป้ายไว้แปะหน้าคนพวกนี้ได้ แนะนำให้ทำเป็นถุง Big Bag แจกบรรดาแฟนคลับค่ะ น่าจะพอทำให้คนประเภทนี้รู้จักกับ “คันกั้นความสัมพันธ์ชั้นใน” ได้บ้างนะคะ

เกิดเป็นคนดังมันเหนื่อยนะคะ เพราะจะทำอะไรก็มีแต่คนอยากรู้ อยากเห็น อยากไปด้วย บางทีก็อยากเป็นคนดังไปด้วยก็มี คนแบบนี้ต้องให้เวลากับเค้าค่ะ เพราะต้องให้เค้าได้เรียนรู้จริยธรรมของการแบ่งปันให้ถ่องแท้เสียก่อน เพราะการเป็นคนดังเป็นกันได้ไม่ยาก แต่การเป็นคนดังที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่แค่โวยวายเสียงดังกว่าแล้วจะหมายความว่า มีชื่อเสียงนะ สะกดให้ดีค่ะ “ชื่อเสีย” มีงองู ต่างกับ “ชื่อเสียง” ที่สะกดคล้ายกัน แต่การยอมรับจากคนอื่นๆ ต่างกัน

ถึงแม้การยอมรับและชื่อเสียงของแต่ละคนจะต่างกัน แต่ความเป็นคนเรายังมีเท่ากันอยู่นะคะ เพราะฉะนั้น การอยู่ในสังคมร่วมการจึงต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง เริ่มที่การมีจริยธรรมของการสื่อสารอย่างถูกต้อง ไม่แบ่งปันเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือทำลายชื่อเสียงผู้อื่นเพียงเพราะคิดว่าตัวเองเป็นเซเลปแล้วจะทำอะไรก็ได้ ถ้าไปไหนแล้วไม่มีใครสนใจ ก็จะใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการบอกต่อหรือเรียกร้องความสนใจได้ เพราะนั่นเป็นการใช้สื่อที่ผิด

ยิ่งมีชื่อเสียง ยิ่งมีความน่าเชื่อถือ ยิ่งต้องรู้จักคิดให้มากก่อนทำอะไร เพราะคนส่วนใหญ่มักจะดูเป็นตัวอย่าง และถ้าตัวอย่างได้รับอภิสิทธิ์บ่อยๆ ถามหน่อยว่า “เอาอยู่” มั๊ยคะ ความน่าเชื่อถือและศรัทธาจะหมดไปทันที ถ้ามีคนผิดหวังกับการกระทำที่เชื่อถือมานาน การยึดหลักจริยธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้ชื่อเสียงในทางที่ผิด ถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของการเป็นเซเลปเลยนะ

เมื่อมีชื่อเสียงก็จะมีคนนับหน้าถือตาซึ่งกว่าจะเป็นที่รู้จัก ไม่ใช่แค่ใครมาเข้าฝันก็จะเชื่อถือคนๆ นั้นทันทีนะ เมื่อสร้างชื่อเสียงได้แล้ว จงรักษาชื่อเสียงนั้นไว้และทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด เพราะสังคมไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว แต่เป็นพื้นที่ส่วนรวมที่ทุกคนเป็นเจ้าของ อยากอยู่ในสังคมที่ดีหรือแบบไหน เริ่มได้ที่ตัวเองนะคะ

Post Navigation