มีเรื่องสนุกจะเล่าให้ฟังค่ะ วันนี้เปิ้ลจังตัวน้อยได้ไปเผชิญโลกกว้างบนรถทหารมา สนุกสนานและได้อะไรหลายอย่างกลับมาฝากเพื่อนๆ ด้วยค่ะ รับรองว่าไม่ใช่เรื่องดราม่าแบบว่าอ่านแล้วน้ำตาเล็ด แต่ก็ไม่ใช่อ่านแล้วจะอุทานว่า แหม๋…นังเห็ดสดแน่นอน แต่ถ้าใครเป็นโรคกลัวน้ำ แนะนำว่าจงปิดหน้าต่างนี้ซะ เพราะที่ไหนมีน้ำ ที่นั่นจะมียุง เดี๋ยวคุณจะเป็นไข้เลือดออกได้ เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ

ก็พี่คนนี้อ่ะค่ะ นายปรเมศวร์ กุมารบุญ (ผู้ช่วยรองประธานกรรมการ กสทช) เค้าล่อลวงเปิ้ลจังน้อยด้วยการบอกว่า “ไปแจกข้าวคนน้ำท่วมกันมั๊ย” เปิ้ลจังน้อยเพิ่งตื่นก็เลยเผลอตอบไปว่า … ไปค่ะ เจอกันวันจันทร์ตอนเที่ยงนะคะ ใครที่อยากรู้จักนาย ปรเมศวร์ กุมารบุญ หรือพี่เดียวหน้าดำคนนี้มากขึ้น ให้ย่องเข้าไปส่องที่เว็บนี้ค่ะ  www.torakom.com  รับรองว่านอกจากจะได้รู้จักความดำบนใบหน้าของคุณพี่เค้าแล้ว ก็ยังจะได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของโทรคมกลับมานอนละเมออีกด้วยค่ะ

ว่าแล้วเปิ้ลจังก็เลยรีบจัดแจงเคลียร์งานล่วงหน้า เพื่อวันจันทร์ ก็คือวันนี้ 21/11/11 เราจะได้ออกไปลั้นลาบ้างไรบ้าง ไม่ว่าเปิ้ลจังจะไปด้วยเหตุผลอะไรไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ เพราะถ้าเราได้ช่วยเหลือคน โดยที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรือเป็นภาระใคร ทำไปเถอะค่ะ จะทำเอามันส์หรือเพื่อสิ่งตอบแทนอะไรก็ตาม ยังไงก็ยังมีคนได้รับประโยชน์อยู่ดี

แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ดีอีกหนึ่งวันค่ะ เพราะรู้สึกปลื้มค่ะ มีคนตั้งขบวนรอรับ ฮ่า ฮ่า ผู้ประสบภัยน้องน้ำบุกครองพื้นที่รอบข้างแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเค้ารู้ว่าเราจะมา (เพราะได้มีการประสานงานเอาไว้ก่อนแล้ว) ทั้งหมู่บ้านออกมายืนรอกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและต้อนรับเราเป็นอย่างดี (แต่จริงๆ ในหมู่บ้านก็เหลืออยู่กันไม่กี่คนแล้วหล่ะ) ที่นี่เค้ามีการเตรียมพร้อมเช่น ปักธงบอตำแหน่งของพื้นถนน ชี้จุดให้เราถอยรถง่ายๆ แล้วก็มีการช่วยเหลือกันเองภายในหมู่บ้าน และที่น่าแปลกใจก็คือ เค้าเตรียมกล้องมาถ่ายภาพกันด้วยค่ะ พวกเราไม่ใช่ดารานะคะ (หรือเค้าจะคิดว่าเปิ้ลจังเป็นพอลล่า) ดูสิคะ ลูก เด็กเล็ก เกงแดง รองเท้าส้ม มากันหมดเลย

แต่ความตื่นเต้นมันไม่ได้อยู่ที่การแจกของหรอกนะ ความมันส์อยู่ที่การเดินทาง…. ระหว่างทางของการผจญภัย เปิ้ลจังต้องเจออะไรบ้าง เริ่มต้นกันที่สำนักงาน กสทช. เลยค่ะ ก็มาถึงก็กินข้าวจานละ 40 บาทที่ไม่มีความอร่อยเลยสักนิด (เมื่อก่อนกินจานละ 15-20 บาทแต่วันนี้อยากกินหมูยอทอด ชิ้นใหญ่เท่าหน้า แหม๋ ช่างยั่วใจ) แล้วเราก็ก้มหน้าก้มตาทำลายจานข้าวแบบไม่สนใจใคร  กับข้าวไม่ต้องพูดถึง ข้าวนี่ก็ไม่ได้กินเหลือนะ กะว่าจะเอาไว้ขายเทิร์นให้ที่ร้านคราวหน้าน่ะ หรือใครอยากได้ เค้าขายต่อมือ 2 ม๊ะ ^^

เรื่องมันเริ่มตรงนี้หล่ะ  เพราะหลังจากที่กินข้าวเสร็จ เราก็ตามด้วยโกโก้ปั่น พอกินได้สักพัก โอ๊ย แย่แล้ว มันลงไปปั่นในท้องต่อว่ะเฮ้ยยยยย แหม๋ ของเค้าดีจริงๆ ทำไงดี ทำไงดี เดี๋ยวจะออกตะลุยโลกกว้าง แล้วจะเข้าห้องน้ำที่ไหน จะมีที่ให้ล้างก้นมั๊ย หรือต้องใช้ส้วมกระดาษหรือเปล่า ไม่นะ ไม่….

ทันใดนั้น  เสียงรถด่วนขบวนแรกมา…  อาการปวดท้อง ตัวร้อนวูบวาบ เอาไงดีวะ รีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า เดี๋ยว “ท่านพี่” (รู้ใช่ม๊ะ เราใช้แทนอะไร) มาหากลางทางแล้วจะไม่งามค่ะ (ลืมบอกไปว่า ทริปนี้ เปิ้ลจังสวยสุดนะคร๊า เพราะว่ามีผู้หญิงคนเดียว ฮ่าๆ)

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นแบบ ห้องน้ำค่ะ ห้องน้ำเป็นแบบนั่งยองๆ ลองคำนวนระยะห่างของโถ “ท่านพี่” กับก้นงามๆ เวลานั่งยองๆ จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 คืบ (จริงๆก็ไม่เคยวัดนะ ใครเคยแล้วก็ช่วยบอกหน่อยละกัน เพื่อสถิติที่แม่นยำ) จากการคำนวนของคนตกวิชาคณิตศาสตร์ให้ผลลัพธ์ว่า อาจเกิดการกระเฉาะของ “ท่านพี่”

เฮ้ย!!! แล้วถ้ามันกระเฉาะมาโดนขา รองเท้า ก้น -: จ๊าก จ๊าก จ๊าก พังค่ะ งานนี้พังแน่นอน ต่อให้น้ำหอมตกใส่ขาเปิ้ลจังก็ขอบอกว่า “เอาไม่อยู่ค่ะ” เพราะหนูไม่ใช่นายกนะคะ แต่เมื่อมันจำเป็น เราก็ต้องจำใจ (กระซิก กระซิก นางเอกเช็ดน้ำตา)  สุดท้าย… ทำใจไม่ได้จริงๆ เพราะสเปรย์ดับกลิ่นในห้องน้ำช่างเย้ายวนจนอยากเดินไปถามแม่บ้านว่า “พี่คะ สเปรย์กลิ่นน้ำปลาผสมปลาร้าดองเค็มนี่ซื้อที่ไหนคะ อยากไปพังคันกั้นน้ำให้โรงงานเจ๊งจังค่ะ”  กลิ่นสุดโต่งเลย

แค่นั้นไม่พอนะคะ พอจะล้างก้น แม่จ้าว น่าเชื่อว่า กสทช จะจ่ายค่าน้ำล่วงหน้าจนกระทั่งแรงดันของหัวฉีดสายชำระที่เราเรียกง่ายๆ ว่า “ที่ฉีดตูด” ถ้าเผลอกดเข้าไปเต็มแรง มีหวังทำการดีท๊อกซ์ล้างสารพิษจากภายนอกออกทางปากเป็นแน่ แหม๋ แรงดันนี่ยังกะถ่ายไฟฉายตราแรด พลังเหลือร้ายจริงๆ ทำให้ประสบการณ์ที่ภาษาทางการตลาดจะเรียว่า “Brands Experience” คือการมีประสบการณ์ร่วมกันกับแบรนด์ ครั้งนี้จำต้องยกผลประโยชน์ให้กับห้องน้ำที่โรงอาหาร กสทช และไม่ขอมีประสบการณ์ร่วมกันอีก (อย่าดูภาพปลากรอบเลยนะ เพราะจอภาพท่านไม่สามารถรับรสและกลิ่นได้หรอก)

พร้อมออกเดินทางกันรึยังคะ และนี่คืออุปกรณ์สำหรับลุยน้ำค่ะ ไม่ต้องอิจฉาเปิ้ลจังนะคะ รองเท้าบู๊ทกันน้ำแบบใสลายดอกไม้สีชมพูแบบนี้ไม่มีขายที่ไหนแล้วค่ะ มีคู่เดียวในโลก สำหรับเปิ้ลจังคนเดียว สวย เก๋ แค่เวลาใส่จะรู้สึกเหมือนโดนอะไรสีข้างแบบ “แถ” นิดนึงนะคะ ^^

ก่อนจะไปแจกข้าวคนน้ำท่วม เราต้องไปหาน้ำดื่มให้เค้าด้วยค่ะ ไม่งั้นชาติหน้าข้าวติดคอนะคะ ระหว่างที่เราออกเดินทาง เราก็แวะกรอกน้ำดื่ม คนที่บ้านน้ำท่วมเค้าได้กินน้ำสะอาดดีๆ กับเค้าบ้าง แต่ขวดไม่มี กรมทรัพยากรน้ำเค้าก็ใจดี ยืดอก พกถุงอย่างหนาติดฉลากอย่างดีว่าน้ำนี้ มีที่มาจากกรมทรัพยากรน้ำ สามารถใช้ดื่มได้ ใครที่สนใจก็สามารถนำภาชนะกักตุนของท่านไปกรอกน้ำได้ฟรีเช่นกันนะคะ รายละเอียดเพิ่มเติม ไปเสาะหาเอาเองที่นี่ค่ะ  www.dwr.go.th  จะได้มั่นใจว่า เราไม่หลอกกันนะจ๊ะ

ด้วยความเป็นสตรีที่หน้าตาดีสุดบนรถทหารคันโต เราจึงได้รับอภิสิทธิ์ (ไม่ใช่รับตำแหน่งอดีตนายกนะคะ) เปิ้ลจังไม่ต้องลงไปกรอกน้ำค่ะ เราจึงรีบฉวยโอกาสนั้นย่องเข้าห้องน้ำแบบเงียบๆ ไม่ให้ใครรู้ตัว ไม่นานเราก็เดินออกมาแล้วร้อง…ว๊าว สวรรค์

แล้วทุกคนก็หันมาบอกว่า… “เปิ้ลจังนมหก” แอร๊ยยยย เค้าก็อายเป็นนะ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะคะ เดี๋ยวจะหาว่าขี้โม้ว่ะ เปิ้ลจังนมหกจริงๆ ค่ะ นม 6 ตลอดทางเลย เขิลอ่ะ

ระหว่างการผจญภัย เปิ้ลจังก็เจอหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อทดสอบและกำจัดจุดอ้วน! ฟังไม่ผิดค่ะ เปิ้ลจังถูกบังคับให้ต้องกำจัดจุดอ้วน เพราะเข้าเขตบางบัวทองก็จะเริ่มเจอคนโสดบ้าง คู่บ้าง เค้ารอคอยเทพบุตรมาฉุดขึ้นจากน้ำ เราก็จะต้องคอยชะโงกหน้าไปถามพวกเค้าว่า ไปบางบัวทองมั๊ยพี่ แยกนั้น แยกนี้ พี่ต้องไปต่อรถตรงนั้น ตรงนี้ ไปมั๊ย ไปมั๊ย ถ้าไปก็ขึ้นเลยจ้า ขึ้นแล้วส่งตั๋วด้วย เอ๊ะ!!! เราบริการฟรีนี่นา

เพราะว่าฟรีนี่หล่ะ เปิ้ลจังจึงได้รับการตอบรับดียิ่งกว่าพอลล่า ^^ ก็คิดดูสิ ระยะทางใกล้ๆ ค่าเรืออย่างต่ำก็ 100-200 บาท/เที่ยว/คน ค่าใช้จ่ายนะคะ ไม่ใช่ถั่วเขียว โดนน้ำแล้วจะได้งอกเอา งอกเอา รายจ่ายไม่สัมพันธ์กับรับ (ผัวรวย ช่วยเราได้  แต่… ประโยคนี้ใช้ไม่ได้ตอนน้ำท่วมค่ะ แต่ถ้าบอกว่า น้ำท่วม ผัวหาย อันนี้น่าจะมีผลมากกว่าค่ะ) เพราะเวลานี้ มีเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีเรือด้วยค่ะ

ป่ะๆ ไปกะเปิ้ลจังดีกว่า ขึ้นแล้วชิดในด้วย คนสวยใจดี มันก็เลยไม่ค่อยมีที่ให้นั่ง ความลำบากมันอยู่ตรงนี้หล่ะ ระยะทางแค่ไม่กี่กิโล แต่ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชม. เพราะถนนถูกยึดพื้นที่ไปด้วยรถยนต์ที่จอดหนีน้ำอยู่สองข้างทาง ก็เข้าใจนะคะ รถใคร ใครก็รัก ถ้าไม่ใช่อ่างจาตุ๊ดซี่ล่ะก็ รถเมินค่ะ หรือจะเอารถมาจับเปลื้องผ้าแล้วใส่ทูพีช นุ่งน้อย ห่มน้อย!! ลอยคอเป็นนักว่ายน้ำทีมชาติก็ไม่เอานะ รถยนต์มีค่า มีราคา ต้องรู้จักรักษาอย่างดี เดี๋ยวจะให้ดูตัวอย่าง

 

เป็นไงล่ะ นี่แค่ตัวอย่างนะ สถานการณ์จริง ย่อมมีเปลี่ยนแปลงเสมอ

แล้วการเดินทางก็ดำเนินมาพร้อมกับการจราจล รถติตั้งกะหน้าประตู เราก็นั่งชิลไปเรื่อย ตอนแรกก็ทำเป็นไม่สนใจกัน ต่างคนต่างนั่ง หันมาอีกที พี่จะขี่คอหนู หรือหนูจะขี่คอพี่เดียวดีคะ ดูท่านั่งชนีซะก่อน ถ้าไม่ถ่ายรูปอยู่นะ จะโหนออกไปนอกรถแล้วตะโกนเป็นกระเป๋ารถเมล์แล้ว เมื่อน้ำใจมีมากที่นั่ง เราจึงต้องแบ่งปันอย่างที่เห็น ตูดจะต้องทำหน้าที่เกร็งตัวให้สามารถแปรสภาพได้ตามร่องของที่นั่ง (รถทหารต้องทำใจนะคะ ที่นั่งจะเป็นไม้ซี่ๆ ไม่มีเบาะจะรองนั่งหรอกนะเธอ) โถๆ เปิ้ลจังตูดกะละมัง ได้นั่งอยู่เท่านี้ ปาก(จิก)กัด ตีนต้องถีบขอบรถเอาไว้ แต่ก็ยังไม่วายถ่ายรูปพร้อมแสดงความสามารถพิเศษทางตูดในเวลาเดียวกัน (โปรดระวังตูดตกหล่มที่นั่ง)  แล้วนึกสภาพรถทหารแล้วกันนะคะ ล้อขนาดเท่าเอว เวลาวิ่งลุยน้ำจะจะนุ่มนิ่มสะเทือนตับให้ปั่นรวมกับโกโก้แก้วเมื่อเช้ามั๊ยนะ

แล้วนี่ก็คือแนวคันกั้นน้ำ บางที่ก็ใช้ท่อ บางที่จะเป็นถุงทรายใหญ่ๆ เอาเป็นว่า ขอให้มันกั้นน้ำได้เป็นพอ กทม.จะได้สูบน้ำออกอย่างที่เห็น เลนในจึงเป็นพื้นที่จอดรถและเปิดให้พวกเรา กระดึ๊บ กระดึ๊บได้บ้าง แต่ข้างนอกจะเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัว ใครอยากได้สระใหญ่ เล็กแค่ไหน จับจองอาณาเขตกันได้เต็มที่ งานนี้ ฟรี น้ำไม่อั้นเจ้าค่ะ

เมื่อคิดจะอยู่นอกลู่นอกทาง ก็ต้องมีความพยายามกันหน่อยนะ

น้ำท่วมถนนหนทางแบบไม่เกรงใจคลอง

Gadget ใหม่ ไว้พกติดตัวแทน Tablet

นี่ก็โป๊ะแบบมัลติฟังก์ชัน เทียบได้ทั้งเรือ เทียบได้ทั้งรถ ถ้าจอดเครื่องบินได้ด้วยล่ะ แจ่มเลย

ถัดมาหน่อยเราก็ได้เที่ยวตลาดน้ำบางใหญ่ โอ๊ว ของกิน ของใช้ครบครันทีเดียว ขนาดเรือยังมีขายเลยเจ้าคร่า

แล้วนี่ก็ Unseen In Thailand ที่จอดรถจักรยานหางยาว

และขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่….นี่คือสถาน แห่งบ้านสีเหลืองที่ฉันครองมาอยู่ ฉันยังไม่รู้ น้ำจะต้อนรับขับสู้เพียงไหน เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ทีนอน หมอน มุ้ง เครื่องซักผ้า แถมมีที่นอนน้องหมาพร้อมอาหารเม็ดด้วยเหอะ น่าอิจฉาจิงเชียว

พอเลี้ยวเข้าซอยก็จะเห็นวิถีชีวิตทั้งคนและหมามากขึ้น คนแถวนี้บอกว่า หมาหลายตัวเลยนะ ผอมลงจะเหลือแต่กระดูก

นี่รถแท๊กซี่นะคะ ไม่ใช่ขรี้ อยู่ดีๆ ก็ลอยมาแบบสภาพถลอก ปลอก เปิดหมดเลย

แล้วนี่อะไรเนี่ย แนวคันกั้นไอ้เข้ที่ไหนหรือเปล่า

แล้วเราก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และเปิ้ลจังก็ได้คำตอบของโจรที่ชอบไปงัดเข้าบ้านที่เค้าน้ำท่วมกัน ก็คนในกทม. ชั้นในเค้ามีแค่รถคันแรก ตันเล็ก คันใหญ่ คันกั้นน้ำ แต่คนที่โดนน้ำท่วมเค้ามีเรือกันด้วย เรือลำนึงก็เกือบหมื่นแล้วนะ ยังไม่่รวมเครื่องยนต์นะจ๊ะ

เพื่อความชัวร์ พี่ทหารก็เลยลงไปสำรวจแนวถนนให้แน่ใจว่าถอยรถแล้วเราจะไม่ตกคลองกันแน่ๆ

เสร็จสิ้นภาระกิจในหนึ่งวันทำดีของเปิ้ลจังละ การผจญภัยของผู้หญิงนม 6 ที่ไม่ได้มีอะไรมาก แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือ “ปัญหา” เมื่อมันมาถึง

  • ใครตั้งสติได้ก่อน รอดก่อน
  • ใครยอมรับได้ก่อน พบทางออกก่อน
  • ใครปรับตัวได้ก่อน มีความสุขก่อน

บางคนดัดแปลงรถจนสามารถวิ่งลุยน้ำได้ บางคนซื้อเรือเพื่อการเดินทางที่สะดวกขึ้น ก็แค่เปลี่ยนจากทางรถ เป็นทางเรือ แต่คงต้องใช้เวลาปรับตัวกับธรรมชาติที่ไม่ปกติ บางคนก็สามารถหารายได้แบบสุจริตแบบทันที ทันใด เปิดรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าข้างถนนบ้าง ขายของจำเป็นยามน้ำหลากบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะคะ เป็นการฟื้นฟูจากตัวเองก่อน เมื่การช่วยเหลือมาถึง เราก็จะลำบากน้อยลง และยังสามารถกระจายไปยังคนอื่นได้อีกด้วย

ไม่ว่าใครจะประสบภัยด้านไหนอยู่ เปิ้ลจังอยากบอกว่า การเริ่มต้นที่ตัวเองเป็นสิ่งที่ได้ผลที่สุดแล้ว เพราะการปรุงอาหาร จำเป็นต้องมีเครื่องปรุงแล้วถึงจะตักใส่จานได้ ถ้าเราไม่มีอะไรเลย ใครยื่นจานให้เรากี่ใบก็ตาม เราก็ไม่สามารถปรุงอาหารเองได้ ต่อให้ปรุงอาหารไม่อร่อย แต่อย่างน้อย “เราก็มีกิน”

สำหรับภาระกิจ Thaiflood Experience ในวันนี้อาจเริ่มต้นแบบเลอะเทอะไปสักหน่อย เรื่องราวของผู้ประสบอุทกภัยแทบไม่มี แต่อยากให้ลองอ่านดูดีๆ ค่ะ เพราะการสื่อสารที่มีเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก (Emotional) มาเกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์พร้อมที่จะผิดเพี้ยนได้ตลอดเวลา เปิ้ลจังก็เป็นผู้หญิงอ่อนไหวและขี้แยนะคะ แต่ครั้งนี้ เปิ้ลจังทำใจยอมรับได้แล้ว เพราะคนที่เดือดร้อนกว่าเรายังมีอีกมาก การสื่อสารที่ผิดเพี้ยนก็ทำให้เราหวาดกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง  ออกมาเจอความจริงดีกว่า ทำให้เปิ้ลจังได้เรียนรู้หลักการสื่อสารที่ถูกต้องแบบ SMCR

  • ภาพประกอบ = Message (การสื่อสารด้วยภาพ เป็นการเล่าเรื่องให้คนอ่านจินตนาการ)
  • คำบรรยาย = Channel (รูปแบบ/ช่องทางการสื่อสาร)

คนที่พลาดนั่งหมดเวลาไปกับการพล่ามของเปิ้ลจังเมื่อรับสื่อกากๆ ของเปิ้ลจังไปแล้ว จะต้องทำการย่อยข้อมูลให้ตรงกันเสียก่อน เพราะเปิ้ลจังจะมีสไตล์การนำเสนอของตัวเอง การตีความของแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน การดูข่าว ฟังข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่แอบฟังข้างห้องคุยกันก็เถอะ รูปแบบการนำเสนอทำให้เราจิตนาการได้ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น อย่าไปหลงเชื่อใครง่ายๆ แล้วเป็นกระต่ายตื่นเต้นเล่นนางโชว์ ไม่เอานะคะ ย่อยข้อมูลก่อนค่ะ ตีความของสื่อแต่ละชนิด ตีกรอบจินตนาการ เพราะเราไม่สามารถควบคุมสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นได้หรอกค่ะ แต่ “สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด” จะเป็นทางออกทดแทนให้กับสิ่งนั้นเสมอ

ขอบคุณพี่เดียว / พี่หน่อย และทหารอีก 2 นายค่ะ วันนี้เปิ้ลจังอยากบอกว่า… ปวดก้นมากค่ะ >”<

  • เสียเวลาเรื่องเข้ของน้องเยอะไปหน่อยนะคร๊า เรื่องดีๆ ระหว่างทางมีเยอะเลย

    • Anonymous

      พี่ว่าจิงๆแล้วหนูจะเล่าเรื่องเข้หรือเรื่องระหว่างทางอ่ะ 555

  • Anonymous

    ก็เราจะเอาฮา ระหว่างทางให้จินตนาการเอาเอง หัดสื่อสารกันให้ถูกวิธีบ้างไรบ้าง ชอบตื่นตูมไล่เราเอารถไปซ่อนน้องน้ำเรื่อยเลย >”<

  • สนุกดีอะ

  • Pingback: Thaiflood Experience จากผู้ประสบภัยถึงผู้คนทั่วไป | Pleplejung()

Post Navigation