หลักการสื่อสารมีปัจจัยพื้นฐานอยู่ 4 ประการ ตามหลักทฤษฎี  “SMCR” ของ เดวิด เค. เบอร์โล (David K.Berlo) ซึ่งหมายถึง

  • S(Source) คือผู้ที่ทำหน้าที่ส่งสาร
  • M(Message) คือสาร หรือข้อมูลข่าวสาร (Information)
  • C(Channel) คือช่องทาง หรือสื่อ (Media)
  • R(Receiver)  คือผู้รับสาร

การส่งสารไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะส่งสารอย่างไรให้ถึงผู้รับแน่นอน  ลองนึกภาพค่ะว่า ถ้าเราโพสต์บนเฟซบุ๊คว่าอยากมีแฟน แต่ในรายชื่อเพื่อนมีแต่ผู้หญิง ในขณะที่ Follower คุณมีแต่ผู้ชาย  ถ้าจะหวังให้เพื่อนผู้หญิงวิ่งไปบอกเพื่อนผู้ชายว่าชั้นโสด On Sale ล่ะก็ ระวังะมีลูกไม่ทันใช้นะคะ

ในเมื่อพฤติกรรมการบริโภคสื่อของแต่คนไม่เหมือนกัน เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า เราต้องการสื่อสารกับใคร และเค้ามีชีวิตประจำวันอย่างไร เพื่อที่เราจะได้รู้ว่า เราจะไปหากันเจอได้ที่ไหน  ถ้าเป้าหมายเราขับรถ คุณอาจต้องแกล้งเป็นโจรมุมตึก แต่ถ้าเป้าหมายคุณนั่งรถไฟฟ้า คุณอาจต้องปลอมตัวไปอยู่จุดขายตั๋ว  มันจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเดินไปไหน เรามักจะเห็นสื่อโฆษณาแฝงตัวอยู่ไม่เว้นแม้กระทั่งประตูห้องน้ำ (ก็ถ้าขายผ้าอนามัย แต่ไปแปะโฆษณาบนโต๊ะอาหาร ระวังจะได้แยมสตอเบอรี่แถมมานะคะ)

เมื่อเลือกช่องทางตรงกับกลุ่มเป้าหมายแล้ว ทำยังไงดีล่ะ ให้เค้าเหลียวลังมาสนใจคุณบ้าง เป้าหมายของคุณเค้าใส่ใจเรื่องอะไรบ้างนะ เสื้อผ้า หน้า ผม ต้องเป็นแบบไหน หนังสืออะไรที่เค้าจะหยิบอ่าน เกมส์อะไรที่จะทำให้เค้าอยากเล่น  สิ่งเหล่านี้เป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้เป้าหมายหันมาสนใจสื่อของคุณแล้วรู้สึกอยากบอกต่อ

หลักการสื่อสารอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับแผนการตลาด ความน่าสนใจของสาร (Message) ที่ส่งถึง  จะเป็นเสมือนการถอดรหัสและเข้ารหัส (Encoding & Decoding) ของผู้รับและผู้ส่ง (Source & Receiver) ให้สามารถเข้าถึงสิ่งที่เราส่งออกไป  คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ทางการตลาดของเราแล้วหล่ะ ว่าจะชวนเชื่อให้ผู้บริโภคยอมควักเงินได้มากแค่ไหน เมื่อไหร่ที่ปิดการขายได้สำเร็จ นั่นหมายความว่า การสื่อสารของคุณมาถูกทางแล้วค่ะ

 

อ้างอิงจาก baanjomyut.com

Post Navigation