มะกอกจัดเป็นผลไม้ที่มีเม็ดแข็ง หนึ่งลูกจะมีหนึ่งเมล็ด ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ สีขาว ในช่วงฤดูหนาว เป็นพืชที่ทนได้ทุกสภาวะอากาศ แต่ผลจะโตเต็มที่ประมาณ 7-8 เดือนหลังออกดอก ลำต้นจะสูงตั้งแต่ 3 เมตร จนถึง 18 เมตร ใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม และมีหลากหลายพันธุ์ เมื่อนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันมะกอก แม้จะมีแคลอรี่สูง แต่กรดไขมันที่มีเป็นกรดไขมันชั้นดี ที่มีประโยชน์กับร่างกายสูง ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้โดยปริยาย

นอกจากนี้แล้วน้ำมันมะกอกยังประกอบด้วย วิตามินวิตามินเอและอี ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ทำให้น้ำมันมะกอกไม่เหม็นหืนเหมือนน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ตัวผลมีรสขมและฝาด เมื่อแก่จัดสีจะเปลี่ยนจากเขียวเป็นสีคล้ำจนเกือบดำ การสกัดเอาน้ำมันต้องเลือกผลที่แก่จัด จึงจะได้น้ำมันมะกอกที่มีประสิทธิภาพ เพราะมะกอกเป็นผลไม้ที่มีน้ำมันมากที่สุด ในผลมะกอกที่แก่จัด 100 กรัม สามารถแปรรูปเป็นน้ำมันถึง 20-30 กรัม 

น้ำมันมะกอกถึงแม้จะมีแคลอรี่สูง แต่มีมีกรดไขมันชนิดที่เป็นประโยชน์กับร่างกายสูง ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมในร่างกาย และน้ำมันมะกอกยังช่วยให้คนที่มีอาการนอนกรนลดเสียงกรนให้เบาลงได้ ด้วยการเลือกใช้น้ำมันมะกอกสำหรับทำอาหารมาประกอบอาหาร ซึ่งควรเลือกแบบ EXTRA VIRGIN OLIVE OIL เพราะ เป็นแบบบริสุทธิ์ มีสีเขียวเข้มใส และนิยมนำมาใช้ในการทำสลัด หรือรับประทานสัก 4-5 หยดก่อนนอน ทำอย่างต่อเนื่อง และทำควบคู่ไปกับวิธีดูแลสุขภาพอื่นๆ ร่วมด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับมาตรฐาน จะช่วยแก้ปัญหานอนกรนให้หมดไปได้

นอกจากช่วยลดอาการนอนกรนได้แล้ว ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง อาทิเช่น

ช่วยการหมุนเวียนของโลหิต : น้ำมันมะกอก ช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (arteriosclerosis) รวมทั้งภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดใน สมองแตก

ระบบย่อยอาหาร : น้ำมันมะกอก ช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่าง ๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าน้ำมันมะกอกช่วย บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ

ผลต่อผิวหนัง : น้ำมันมะกอก ช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น

ระบบต่อมไร้ท่อ : น้ำมันมะกอก ช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร (metabolic function) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้ำมันมะกอกได้กลายเป็นทางเลือกที่ดี ที่สุดในการป้องกันและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจาก การศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพดีจะลดลง12% เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก

ผลต่อกระดูก
              น้ำมันมะกอก ช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึม แร่ธาตุและแคลเซี่ยมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน

ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง : น้ำมันมะกอก ช่วยป้องกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน (เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก) ทั้งนี้เพราะกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการก่อตัวของ ติ่งเนื้อในอวัยวะต่างๆ ที่กล่าวมา

ต้านสารกัมมันตภาพรังสี : ภายหลังจากที่มีการค้นพบว่าน้ำมันมะกอกช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานสาร กัมมันตภาพรังสีได้ น้ำมันมะกอกได้รับบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสำหรับนักบินอวกาศ

เหมาะใส่ในอาหารเด็กอ่อน : ด้วยสารประกอบในน้ำมันมะกอกและคุณสมบัติในการช่วยย่อยอาหาร จึงนับได้ว่าน้ำมันมะกอกเป็น ไขมันธรรมชาติที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำนมมารดามากที่สุด

ป้องกันความชราภาพ : การที่เรารู้จักหาวิธีการเพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเรา เพื่อป้องกันภาวะ ความเสื่อมถอยของสุขภาพ อันเนื่องมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นนั้น นับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งจากการค้นคว้าวิจัยเราได้ทราบว่าน้ำมันมะกอกมี คุณสมบัติในการต่อต้านภาวะความเสื่อมถอยของสมองและยังช่วยยืดอายุของเราให้ ยืนยาวขึ้นอีกด้วย 

ลดภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจ : จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า น้ำมันมะกอกนั้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง 

 

ที่มา  xn--q3ctbz5akd1duhna.com
  • Anonymous

    นอนกรนมากๆ เดี๋ยวลองเอาไปใช้ดูครับ ^^

Post Navigation