ตัวอย่าง Google+ Brand Page ที่นักการตลาดออนไลน์จับตามอง อย่างแรกที่นักการตลาดออนไลน์จะต้องตอบคำถามลูกค้าให้ได้คือ “Google+ แตกต่างยังไงกับ Facebook Page” เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ

  1. Inclusion of Google +1 Button: มันคือปุ่ม +1 นั่นหล่ะ เพื่อให้รู้ว่า เราชอบหรือติดตามหน้าเพจของแบรนด์นี้อยู่ แต่ดูๆ ไปเหมือนเป็นการเช็คชื่อ เช็คจำนวนยังไงไม่รู้เนอะ โดยส่วนตัวคิดว่า ปุ่ม Like Facebook กระแทกโดนใจมากกว่า
  2. Verification: เพื่อแยกให้เห็นชัดๆ กันไปเลยว่า ใครตัวจริง ใครตัวปลอม เพราะอาจมีคนรักแบรนด์เรามากจนสร้างหน้าเพจขึ้นมาเองก็เป็นได้ ซึ่งตัวนี้หล่ะที่ Facebook ไม่มี แต่หลายคนอาจคุ้นเคยใน Twitter ที่มีการใช้แบบไม่แพร่หลายมาก
  3. Google Map: บอกตำแหน่งที่ตั้งร้านได้ด้วย แต่ Facebook ก็สามารถเพิ่มแท็บ Foursquare บอกตำแหน่งร้านได้เหมือนกันนะ แต่ก็คงดูยุ่งยาก ((แต่ถ้ามองอีกแง่นึง มันดูมีลูกเล่นดีนะ))
  4. Displaying Circles: บอกให้โลกรู้ว่า ใครบ้างที่ติดตามหน้าเพจแบรนด์นี้อยู่ ซึ่งเหมือนกับ Faceook ที่โชว์เหมือนกัน
  5. Canvas Page:  เป็นพื้นที่ของการตกแต่งหน้าแบรนด์เพจให้มีลูกเล่นมากขึ้น ลักษณะการทำงานคล้ายกับ แท็บในหน้าเพจ Facebook ที่ใช้ FBML หรือ iframe เข้ามาช่วยให้เคลื่อนไหว หรือมีลูกเล่นมากขึ้น
  6. Google Offers: มีลักษณะการทำงานคือ แบ่งประเภทหรือหัวข้อการอัพเดทเนื้อหาของแบรนด์ ซึ่ง Facebook ทำได้แค่แยกประเภทของเนื้อหาเช่น ภาพ วีดีโอ หรือลิงค์ ((พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือเมนูอาหารนั่นหล่ะ แต่จะแบ่งแยกย่อยได้แค่ไหนต้องติดตามกันต่อไป))
  7. Sparks: เป็นส่วนของการแสดงผลว่าแบรนด์ในเครือหรือส่วนที่เกี่ยวข้อง คล้ายกับ Facebook ที่สามารถกด Like หน้าเพจด้วยกันและแสดงผลให้บนหน้าเพจว่าแบรนด์ติดตามหน้าเพจไหนอยู่บ้าง ((ส่วนใหญ่แล้วแบรนด์จะกด Like หน้าเพจในเครือ เพื่อเป็นการรวบรวมส่วนที่เกี่ยวข้องให้ง่ายต่อการลิงค์ข้อมูลหากัน))

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างที่ไม่รู้ว่า จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือเปล่า หรือแม้กระทั่งว่า เริ่มใช้เมื่อไหร่ก็ยังไม่มีใครรู้ นักการตลาดคงต้องทำงานหนักกับการแข่งขันของ Social Network ต่อไป  การอัพเดทและติดตามข่าวแบบ Real-Time จึงเป็นเรื่องสำคัญ ตามสโลแกนที่ว่า “ลงมือก่อน ได้เปรียบ”

Resource : seanpercival.com

Post Navigation