ท้องฟ้าสีแบบนี้ ปกติเห็นกันบ่อยแค่ไหน ถ้าใครบอกว่า “โอ๊ย…เห็นทุกเช้าเลย” ก็… ช่วยโทรมาปลุกเปิ้ลจังด้วยนะ เพราะเปิ้ลจังไม่ได้เห็นบ่อยอ่ะ ((แล้วปกติที่เห็นบน Timeline บ้าง Facebook บ้างนั่นใครชิมิ))

ก็เปิ้ลจังใช้ชีวิตแบบคนเมื๊อง คนเมือง โผล่หัวมานอกระเบียงห้องนอนมาก็เจอตึกเบอเร่อ จะออกไปทำงานก็เจอประตูเรียงเป็นตับ ตับ ตับ 2 ข้างทาง ขนาดเปิดหน้าต่างห้องน้ำยังเห็นทางด่วนเลยเหอะ นี่ถ้าเห็นพระอาทิตย์เป็นก้อนคอนกรีตเมื่อไหร่ล่ะก็ใช่เลย บ้าชัวร์!!!

เป็นการใช้ชีวิตเหมือนการเดินจงกลมมาก วนเวียนอยู่ไม่กี่อย่าง ไม่มีความตื่นเต้นอะไรเลย แม้กระทั่งความตื่นตัว ก็แค่ตื่นเช้ามา อาบน้ำ แต่งตัว เดินออกมาก็จะพบกับ Thailand Only อีกหน่อยคงมีวิชาเบ่งขี้บนรถโดยสารบรรจุในวิชา สปช ((เสริมสร้างประสบการณ์จริงของชีวิต)) ก็ไม่รู้รถมันจะติดอะไรนักหนา ติดมันตั้งแต่หน้าบ้านยันที่ทำงาน แบบว่า…ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชม. กับระยะทางแค่ สิบกว่ากิโล พอจอดรถ ล่ะก็อุ้มโน๊ตบุ๊คขึ้นตึก แล้วก็ใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรกับการเข้าค่าย คือนั่งประจำการแล้วก็จะไม่ลุกไปไหนจนกว่าจะเลิกงาน ((ดึกๆ)) แต่ตอนนี้หลุดพ้นมาหน่อยนึงแระ ตรงที่เลิกงานตรงเวลา เพราะทุกคนในที่ทำงานมีคู่และครอบครัวกันหมด 6 โมงเย็นปุ๊ป หันมาหายกันหมดละ เราก็เลยต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมด้วยการกลับไปเข้าค่ายที่พักกางเตนท์ดีกว่า แล้วตื่นเช้าค่อยมาเข้าค่ายใหม่

เสาร์ อาทิตย์เราก็ไปเข้าค่ายบ้านเจ๊ @joyz ต่อ ถึงแม้ว่าระยะทางไม่ได้ห่างกันมาก แต่สิ่งแวดล้อมมันต่างกันลิบลับ เพราะทำเล สิ่งแวดล้อมมันต่างกันตรงที่ว่า ห้องเจ๊แกไม่ต้องเปิดหน้าต่างก็มีแสงลอดเข้ามาแหย่ตา จนทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องลุกขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์สักนิด ((จริงๆแล้วคือยังไม่ได้นอน))

แต่ละคนจะเห็นท้องฟ้าสีต่างกัน เพราะการใช้ชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เมื่ออยู่รวมกันเป็นสังคม ก็จะเริ่มวนเวียนเป็นวงจรของการพึ่งพากัน ในแต่ละสายงาน สายอาชีพ ไม่ว่าใช้ชีวิตอยู่แห่งหน ตำบลไหนของโลกใบนี้ ทุกคนที่อยู่บนโลกเดียวกัน และมี 24 ชม.เท่ากัน

พ่อเคยสอนว่า “การตื่นก่อน” ทำให้เรามีโอกาสได้รู้ ได้เห็นอะไรมากกว่าคนอื่น ในด้านการลงทุนกับธุรกิจที่มาพร้อมกระแส ใครเริ่มก่อนทำก่อนย่อมได้เปรียบ เพราะแน่นอนว่า เมื่อไหร่ที่เราลงทุนแล้วไม่มีคู่แข่ง นั่นหมายความว่า เราคือผู้ครองตลาดสินค้านั้นๆ ง่ายๆก็คือได้โกยกำไรเข้ากระเป๋าก่อนนั่นหล่ะ

แต่พอได้กำไรแล้วยังไงต่อล่ะ จะนอนตีพุงตีลังกา 8 ตลบ ให้คู่แข่งผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด แล้วสุดท้ายก็มาแย่งเอายอดขายเราไปเราหรือเปล่า เพราะฉะนั้น “ตื่นก่อนนอนทีหลัง” จะทำให้เรามีเวลามากกว่าคนอื่น ระยะเวลาในการกอบโกย ย่อมมากกว่าเช่นกัน

เพราะฉะนั้น ใครที่เคยตั้งคำถามว่า “เปิ้ลจังนอนวันละกี่ชม” ก็ขอตอบว่า… นอนเท่าที่เห็นนั่นหล่ะ จะนอนดึกแค่ไหน ยังไงตอนเช้าก็ขอเรียนรู้หรืออัพเดทสิ่งใหม่ๆ ที่ระหว่างวันเราอาจจะตกหล่นไป ตอนเช้าจะได้มาตามเก็บกันได้ ((เข้าใจแล้วใช่ม๊ะ ว่าทำไมเปิ้ลจังชอบทวิตข่าวตอนเช้า เพราะตื่นมาไม่มีอะไรทำก็นั่งอ่าน feed ข่าวที่เราอ่านไว้ไม่หมดไงล่ะ))

ถ้าอยากเห็นอนาคตสดใสเหมือนท้องฟ้าสวยๆ ก็ควรจะตื่นให้มันเช้าๆ นะคะ อย่ารอให้ตะวันแยงก้นค่ะ เพราะจีสติงที่ใส่อยู่อาจโดนใครสอยเอาไปได้นะคะ

ราตีสวัสดิ์ค่ะ อิอิ

Posted with WordPress for BlackBerry.

Post Navigation