Skin Analysis คำนี้มันโดนแฮะ ไปเปิดเจอมาแล้วก็เลยย้อนคิดว่า การที่คนเราจะซื้อเครื่องประทินโฉมสักชิ้นนึง คำนึงถึงอะไรกันบ้าง เคยคิดป่ะ ถ้าอย่างเปิ้ลจังนะ บอกได้เลยว่า… ใช้ตามเพื่อนค่ะ หรือไม่ก็ ใครให้ใช้ไรก็ใช้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ใช่อ่ะ แบบว่าไม่ทาครีม แต่แต่งหน้ามาเป็นปีแล้วอ่ะ เดือนนี้ก็ครบปีแล้วล่ะมั้ง อายุก็มากขึ้น แต่แปลกที่ไม่ใส่ใจทาครีมเลย เพราะงานที่เยอะ รายได้ที่น้อย((หรอ)) มันทำให้ไม่มีเวลาจะไปเสาะแสวงหาสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง มันได้เวลาแล้วมั้ง ที่เราควรหันมาใส่ใจตัวเองได้แล้ว

เริ่มจากการวิเคราะห์ผิวก่อนดีกว่า เพราะการวิเคราะห์สิ่งที่มีอยู่ จะทำให้เรารู้ว่า ผิวของเราเป็นยังไง และขาดอะไรอยู่ ควรจะเพิ่มเติมอะไร ให้เรามีแอ๊บหน้าใสเป็นของตัวเอง 555 การที่เราใช้เครื่องสำอางค์ตามเพื่อน บอกได้เลยว่าไม่ดีหรอก เพราะสภาพผิวหน้าที่ต่างกัน ต้องบำรุงไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างนะ

ผิวแห้ง หน้าลอก สิ่งที่ขาดคือน้ำ นอกจากต้องดื่มน้ำเยอะๆแล้ว ครีมบำรุงยังต้อง “รักษาความชุ่มชื้น” บนผิวได้มากกว่าปกติ นั่นหมายความว่า ครีมที่เหมาะกับผิวแห้ง จะมีความเข้มข้นมากกว่าปกติ อาจทำให้เหนียวเหนอะกว่าครีมทั่วไป

ในขณะที่คนผิวมัน สิ่งที่ขาดคงไม่มี แต่สิ่งที่เกินคือความมันบนใบหน้า การดูแลจึงไม่จำเป็นต้องรักษาความชุ่มชื้นมาก แต่อาจต้องลดระดับความเข้มข้นให้น้อยลง เพื่อไม่ให้หน้ามันเยิ้ม จนเป็นที่มาของการเกิด “ตุ่ม” ((ไม่ใช่อ้วนนะ แต่เป็นสิวจ๊ะ))

แต่กอย่าหวังพึ่งอะไรกับครีมบำรุงให้มากเลย เพราะการมีสภาพผิวที่ดี ไม่ใช่แค่การบำรุง แต่ต้องเริ่มต้นจากการบำรุงรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสึกหรอ จากนั้นเราค่อยมาซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายไปตามตัวเลข ((ว๊าย กรี๊ดพร้อมตีลังกา 8 ตลบ รับไม่ได้ค่ะ)) ตบท้ายด้วยการแต่งเติมเพื่อปกปิดปมด้อย ((ฮือๆ โตเป็นสาวทีไร ตุ่มๆ มาพร้อมวันแดงเดือดทุกที))

หลักการง่ายๆ ของการดูแลตัวเองง่ายๆ ของเปิ้ลจังค่ะ

เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด ก็ถือเป็นการดูแลผิดที่ดีที่สุดข้อนึงสำหรับสาวแรกรุ่น((อิอิ)) เพราะเมื่อไหร่ที่เราล้างหน้าไม่สะอาด สิ่งสกปรกที่อุตันอยู่ตามรูขุมขนก็จะติดอยู่อย่างนั้น ต่อให้ทาครีมบำรุงมากแค่ไหน ยิ่งเหมือนเป็นการฝังดินกลบลงไปในหลุม ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลยทีเดียว ทุกครั้งที่ล้างหน้า ก็เลยเป็นเมือนการรดน้ำให้ต้นสิวมันงอกเงยออกมา เมื่อนั้นหล่ะ เจ้าจะรู้ว่า การถอนรากถอนโคนต้นสิวเนี่ย มันลำบากและรำคาญใจแค่ไหน

เริ่มต้นดูแลผิวหน้ากันด้วยการล้างหน้าที่ถูกวิธีกันดีกว่าค่ะ

การล้างหน้าบ่อยทุกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าจะดีกับผิวหน้าเสมอไป เพราะผิวหน้าของเรา ต้องการความชุ่มชื้นที่่หล่อเลี้ยงตลอดเวลา การล้างหน้าจึงเป็นการชำระล้างความชุ่มชื้นออกไปด้วย ในแต่ละวัน เราจึงต้องล้างหน้าแค่พอดี ไม่ใช่วิ่งไปล้างหน้ากันทุกชม.นะจ๊ะ

การซับหน้ามันด้วยกระดาษร้อยปอนด์ อาจเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนยืนขายปลาท่องโก๋ เพราะกระดาษซับมัน 2 ห่อก็คงเอาไม่อยู่ แต่รู้มั๊ยคะว่า การซับหน้ามันในแต่ละครั้ง อาจเป้นการกดทับให้สิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บนหน้า อัดแน่นลงไปในรุมขุมขน คราวนี้หล่ะ โอกาสที่ต้นสิวจะผุดขึ้นมาก็มีมากขึ้น เพราะฉะนั้น ก่อนจะซับมันคิดให้ดีค่ะ ถ้าหน้ามันสปรกมาก ก็ไปล้างหน้าดีกว่านะคะ

การเติมหน้าระว่างวัน แหม๋ พูดเรื่องนี้แล้วเขิลเพราะคนที่รู้จักเปิ้ลจังจะรู้ดีว่า การพกแป้งแต่งหน้าในกระเป๋าเปิ้ลจังนี่เป็นเรื่องที่โลกแตกมาก เพราะเปิ้ลจังจะไม่เติมหน้าระหว่างวัน และไม่ชอบการแต่งหน้าแบบไม่ได้ทาครีมบำรุงก่อน เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะว่า การเติมหน้าระหว่างวัน ก็เป็นเหมือนกันการฝังสิ่งสกปรกลงไปอีกชั้นไงล่ะ การเติมแป้งระหว่างวันของเปิ้ลจัง จึงเป็นสิ่งที่เราจะไม่คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่

คนที่ดูแลมาทุกขั้นตอนก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะ เพราะต่อให้ดูแลดีแค่ไหน แต่อุปกรณ์ช่วยเสริมความงามไม่สะอาด ก็เหมือนกับคนตกม้าตายนั่นหล่ะ ลองนึกภาพว่าฟองน้ำแต่งหน้าที่สัมผัสแก้มเราทุกวัน ถ้ามันตกพื้นแล้วเราไม่ล้าง โอกาสที่จิ้งจกไข่ไว้บนพื้นก็อาจจะมาอยู่บนหน้าเราก็ได้นะ ยิ่งเราทาแป้งทุกวัน้วยฟองนั้นอันเดิม โอ๊ย อย่าให้นึกภาพค่ะ น่ากลัวไปนะ ไหนจะแปรงปัดแก้ม ถ้าเสียดายเวลาจะควักเงินซื้อแปรงขนนุ่มๆสักอัน ก็ขอแนะนำให้ลองประหยัดด้วยการนำแปรงทาสีมาลองใช้ค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่า ทำไมเราถึงต้องเลือกซื้อแปรงที่ขนนุ่มมาใช้ ทั้งๆที่มันแพงกว่าทั่วไป ถ้าอยากให้หน้าเรียบเนียนใส ก็จงใช้ขนแปรงดีๆ แต่ถ้าอยากให้หน้ามีริ้วรอย ก็ให้ลองใช้แปรงทาสีต่อไปค่ะ

เพ้อยาวไปละ วันนี้คึกแต่พอเท่านี้ แล้วพรุ่งนี้ จะหาเรื่องบ้าๆ มาเล่าให้ฟังใหม่นะ

 

  • รูปสวยอ่ะชอบ

  • นางแบบสวยใช่มั๊ยคะ อิอิ

Post Navigation