รู้มั๊ยว่า ท้องฟ้าผืนเดียวกัน ทำไมมีหลายสี เพราะว่าความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกันไงล่ะ

คนมองโลกแง่ดี ท้องฟ้ามักมีสีสดใส ไม่ว่าจะมองตอนไหนก็ตาม ฟ้าสีครึ้มหรือฟ้าสีคราม ก็ยังดูสดใสในสายตาเสมอ

คนมองโลกแง่ร้าย ท้องฟ้าสวยแค่ไหน ก็กลายเป็นฟ้ามืดอืมครึมได้ตลอดเวลา เพราะความคิด จิตอกุศลในใจ ทำให้มองไม่เห็นอะไรดีๆ หลายอย่าง

เมื่อฟ้าผืนเดียวกัน แต่มองเห็นไม่เหมือนกัน แล้วเราจะเชื่อตัวเองหรือเชื่อใครดี ใครจะเป็นผู้ตัดสินได้ว่า อะไรถูก อะไรผิด ในเมื่อพื้นฐานมนุษย์เกือบทุกคน มักเชื่อตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก และจะคงเชื่ออยู่อย่างนั้น จนกว่าจะมีอะไรมาหักร้างความเชื่อของตนได้

คนมีเหตุผล มักพิจารณาจากข้อเท็จจริงหลายอย่าง
คนเอาแต่ใจ มักไม่เชื่อใครหน้าไหน ไม่ว่าจะมีเหตุผลแค่ไหน แม้แต่เคารพการคิดหรือตัดสินใจ ก็จะไม่มี

ถ้าเปรียบท้องฟ้าเป็นโลกออนไลน์ Social Media ก็คือข่าวสารตามเว็บบอร์ดต่างๆ ที่จะมีประเด็นให้เราคิดและพิจารณาอยู่ตลอดเวลา เป็นพื้นที่กว้างกว่าสนามฟุตบอล ต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหน ถ้าตาไม่ไวก็แย่งลูกบอลไปไม่ได้ เผลอๆ โดนชิงตัดหน้าแย่งซีนด้วยการวิ่งไถลไปกับสนาม ประหนึ่งว่า ข้านี่หล่ะ ที่เป็นคนยิงบอลเข้าประตู ในขณะที่ฮีโร่กำลังรอเก็กท่าใส่ตากล้อง โดยที่ไม่รู้ว่า กล้องจับภาพไอ้บ้านั่นไปแล้ว

ความคิดเห็นของคนก็เช่นกัน เมื่อต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างบอกเล่าเรื่องของตนเอง โลกที่เปิดกว้าง ก็ทำให้จินตนาการตบตีกันไม่มีที่สิ้นสุด ขึ้นอยู่กับพื้นฐานการอบรม หรือพื้นฐานทางสังคมเป็นต้น

ลองคิดง่ายๆ ว่า ของ 1 ชิ้นที่วางกลางแดด เมื่อพระอาทิตย์ส่องลงมาย่อมเกิดเงา ถึงแม้จะเป็นวัตถุชิ้นเดียวกัน แต่การยืนต่างที่ ทำให้เราเห็นสีไม่เหมือนกัน เพราะแสงและเงา จะสะท้อนออกมาตามทิศทางของแสงและวัตถุ โดยที่มองจากมุมไหน สีที่แต่ละคนเห็น จึงเป็นสีที่ไม่เหมือนกันสักคน การถกเถียงกันเพื่อหาคำตอบจึงไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง มีแต่ใกล้เคียงที่สุด

Social Media ก็ไม่ต่างอะไรกับวัตถุที่อยู่ท่ามกลางแสงพระอาทิตย์ เมื่อไหร่ที่พระอาทิตย์หมุนรอบโลก มุมมอง การรับรู้ก็จะต่างกันไปตามกลุ่มผู้มองเห็น โดยที่วัตถุ ก็ยังคงเป็นชิ้นเดิม ตำแหน่งเดิม แต่มักถูกวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ ตามมุมมองของแต่ละคน

เมื่อต่างคนต่างความคิด มักเกิดการถกเถียงในสังคมที่ขาดการพิจารณาและยับยั้ง ร่วมกับยึดความรู้สึกของตนเองเป็นหลัก การสาดใส่รูปแบบต่างๆ จึงทำให้เกิดเป็น “Community” ที่สามารถแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดของกันและกัน

เมื่อไหร่ที่ขาดการยับยั้ง ชั่งใจ อาจก่อให้เกิดความเสียหาย เหมือนกับเรื่องราวที่ไม่มีอะไร แต่มุมที่หักเหของแสง ทำให้เรามองเห็นไม่ชัดเจน ก่อนจะเชื่อมั่นอะไร เราจึงต้องพิจารณาด้วยเหตุและผลเสียก่อน มองให้รอบด้าน ฟังให้ชัด อ่านให้จบ ให้ทุกอย่างผ่านกระบวนการคิดออกมาก่อน แล้วจึงถ่ายทอดต่อไป

สังคมจะน่าอยู่ขึ้น ถ้าทุกคนเปิดใจ มองอะไรให้เป็นกลาง มองให้ครบทุกด้าน ฟังอะไรหลายๆ ทาง และพิจารณาให้ดีก่อนแล้วค่อยบอกต่อออกไป

เลือกเสพสื่อ อย่าเลือกเสพเสือก อย่าตัดสินแค่เปลือก เพราะเราจะเข้าไม่ถึงแก่นแท้ของสิ่งๆ นั้น

Post Navigation