ได้เวลาย้ายบ้านใหม่กันแล้วค่ะ หลังจากหมกมุ่นกับการประกวดไสลด์ << งงล่ะสิ งงต่อไปค่ะ Blog นี้ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากเรื่องราวในหัวสมอง ที่พยายามถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ((ที่ไม่จำกัด 140 ตัวอักษรนะ)) ถ้าใครเห็นว่าเป็นประโยชน์ จะเก็บไปคิด เก็บไปใช้ ก็ยินดีค่ะ

เรื่องราวมันเริ่มมาจากว่า ครั้งนึง เราเคยได้ทำงานระหว่างเรียนนั่นคือ การเป็น Pretty MC แล้วก้าวขึ้นมาเป็นพิธีกรรายการทีวี ชีวิตได้สัมผัสอะไรหลายอย่าง อยากรู้มั๊ยว่า เปิ้ลจังได้สัมผัสอะไรมาบ้าง ป่ะ ไปอ่านต่อกัน

การเป็น Pretty ทำให้เรารู้จักความเหนื่อยที่สวยงาม แต่งหน้ายืนสวยไปสิคะ ผู้ชายที่เดินไปมา รอคอยความหวังว่าเราจะให้เบอร์ ไม่เคยรู้หรอกว่า “ยิ้มให้นะ แต่ด่าอยู่ในใจ” เมื่อยจะตายชักอยู่แล้ว ต้องมาปั้นหน้ายิ้มแย้มให้คนที่กำลังเดินหาสินค้าที่ต้องการ (End user) ไว้น้องหน้าเหมือนพี่ แล้วน้องจะเข้าใจ ^^,

การยืนประดับสินค้า ก็เหมือนการแต่งบ้านให้น่าอยู่ รอผู้มาเยือน ถ้าบ้านสวยก็น่าเข้า แต่ถ้าเข้ามาแล้วบ้านอยู่ไม่สบาย ทุกคนก็คงบ้านบายแน่นอน เพราะฉะนั้น การยืนสวยใส ไร้สมองหรอ คนสวยอย่างเปิ้ลจังทำไม่เป็นค่ะ เพราะกว่าจะไปยืนตรงนั้นได้ ต้องตรากตรำเข้าไปทำความคุ้นเคยกับสินค้า(Product)  แล้วต้องรู้โปรโมชั่นต่างๆ (Marketing)

MC หรือพิธีกรตามงานส่งเสริมการขาย (Event) ก็มีชีวิตไม่ต่างกันค่ะ แค่เพิ่มภาระที่ต้องใช้ทักษะการพูด แม่จ้าว… มันท้าทายมาก เพราะความสนใจของคนอยู่ที่ 1 นาทีแรก ผีหลอกยังหลอนกว่ากว่าอีกค่ะคุณขา นี่ แล้วจะทำอย่างไรให้คนมายืนดูละครลิงเปิ้ลจังดีล่ะ คำพูดสั้นๆ ที่โดนใจ ได้ยินแล้วต้องเหลียวมอง น้ำเสียงที่ใช้ก็ต้องเร้าใจตามสถานการณ์นะ ไม่ใช่ว่านาทีทอง แต่พูดจนเสียงหมาหอนลอยมาก็คงกินรองเท้าแทนข้าวเป็นแน่ สินค้า 20  บาท เราก็สามารถขาย 2,000 บาทได้ ถ้า “สินค้าดี โปรโมชั่นโดนใจ คนขายนำเสนอได้ตรงความต้องการ”

เราได้คุยกับผู้บริโภคโดยตรง (End user) ได้รู้ข้อดีเสียของสินค้า (Product) แล้วยังได้เรียนรู้กลยุทธ์ต่างๆ (Marketing) ถือเป็นกำไลชีวิตที่หลายคนไม่มีโอกาส

แต่การเป็น พิธีกรรายการทีวี ต่างกับพิธีกรตามงานต่างๆ มากมาย เพราะมันคือสื่อแบบเก่า (Traditional Way) ที่มีแต่การยัดเยียดข้อมูลให้ผู้บริโภค (End User) บังคับให้ต้องฟัง โดยที่ไม่รู้ว่า ข้อมูลที่พิธีกรเมาท์มอยมามันถูกต้องหรือเกินจริงแค่ไหน ไม่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นสักเท่าไหร่ (Community)

 

เมื่อมีโอกาสได้ทำงานบริษัท ตัวแทนโฆษณา (Agency) ยิ่งทำให้เรารู้ว่า ยังมีอีกหลายอย่างให้เราได้เรียนรู้ สื่อต่างๆ มีหลายประเภทมาก ราคาต่างกันไป ผลประโยชน์ที่ได้รับ (Benefit) ก็ต่างกัน จากที่เคยพูดๆ ยืนขายสินค้าราคาแค่หลักหมื่น คราวนี้เรามาขายสื่อ (Media) เป็นหลักแสน หลักล้าน ความต้องการของผู้บริโภคตัวจริง (End User) ที่เคยได้มีโอกาสสัมผัสมาพร้อมๆ กับสินค้า (Product) และโปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่างๆ (Marketing) เริ่มทำให้เราคำนวนงบประมาณ (Budget) การซื้อสื่อ (Media) ได้ตรงกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย (Target) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการตลาด (Strategy)

แล้วโลกก็หมุนเร็วจนทำให้เรารู้จักกับการตลาดมากขึ้น จนตอนนี้ กลายเป็นผู้หญิงออนไลน์ ที่ชอบค้นหาและรับข่าวสารจาก Social Network จนซาบซึ้งกับการประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดบนสื่อออนไลน์ (Social Media Marketing) ที่สามารถวัดค่าของรายได้กลับมา (ROI)

ชีวิตจะเป็นอย่างไรล่ะ ก็สนุกดีนะ เมื่อไหร่ที่คิดและจินตนาการอะไรได้แล้วมีผลดี เสีย อย่างไร ก็จะพยายามเขียนเล่าความคิดและประสบการณ์เพื่อทบทวนตัวเอง ว่างๆ ก็แวะมาคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ค่ะ

My Social Network : pleplejung.com

facebook.com/pleplejung

twitter.com/pleplejung

 

ทุกก้าวของชีวิต อาจดูต่ำต้อยในวันนี้ แต่บางที มันคือจุดเริ่มต้นที่มีประสิทธิภาพ หากเรารู้จักเรียนรู้ แล้วเจอกันนะคะ ^___^

 

  • เนื้อหาที่นำมาลงมีประโยชน์ดีนะครับ ผมชอบข้อมูลที่นำมาลงนะครับ ยังไงจะขอ bookmark เก็บเอาไว้ดูอีกนะครับ

Post Navigation